‘วิรัตน์’ ชี้การคำนวณ ส.ส. เป็นอำนาจ กกต. ไม่ใช่ศาล รธน. เตือนไม่ทำตามหลักจะตกเป็นจำเลย

‘วิรัตน์’ ชี้การคำนวณ ส.ส. เป็นอำนาจ กกต. ไม่ใช่ศาล รธน.
เตือนไม่ทำตามหลักจะตกเป็นจำเลย

เมื่อวันที่ 13 เม.ย. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความการคำนวณผลคะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ว่า เป็นความโกลาหลของรัฐธรรมนูญ 2560 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.โดยเฉพาะ จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเป็นเพราะการไม่ยอมตัดสินใจของคณะกกต.ทั้ง 7 คน ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ให้อำนาจและหน้าที่ในการประกาศรับรองผลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เป็นอำนาจของ กกต. ปัญหาก็คือ กกต.จะไม่ยอมใช้อำนาจนี้ โยนภาระไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ

นายวิรัตน์ กล่าวต่อว่า โดยปกติแล้วศาลทุกศาล รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา จะไม่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้แก่องค์กรใดๆ แต่จะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดเมื่อมีประเด็นข้อพิพาทเกิดขึ้น เมื่อหลักการเป็นเช่นนี้ จะให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ต่อเมื่อ กกต. ชี้ขาดจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ให้เรียบร้อยแล้ว มีพรรคการเมือง หรือมีผู้ใดไม่เห็นชอบกับ กกต. และร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อนั้นศาลรัฐธรรมนูญจึงจะใช้อำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาด

นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า ความจริงการคิดคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ มีบัญญัติไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 91 ซึ่งต้องมีศักดิ์และศรีเหนือกว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็นหลักการทั่วไป แต่เมื่อท่าน กกต. แถลงว่าจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. แต่เกรงว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ จึงเป็นเรื่องที่แปลก หรือผิดไปจากหลักการที่ว่ารัฐธรรมนูญเเม่ ต้องเหนือกว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

“เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า คะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.หนึ่งคน อยู่ที่ 71,000 คะเเนน และพรรคการเมืองใด ได้ ส.ส.ที่พึงมี มากกว่าจำนวน ส.ส.เขต ก็จะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อตามจำนวน ส.ส.เขต ลบด้วยจำนวน ส.ส.ที่พึงมี และกรณีที่ได้ ส.ส.เขตมากกว่าจำนวน ส.ส.ที่พึงมีพรรคการเมืองนั้น ก็ไม่ได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อกรณีที่เป็นปัญหาหนักใจของ กกต. น่าจะมาจากเรื่องการปัดเศษ ซึ่งการปัดเศษเป็นหลักที่อธิบายได้ในวิชาคณิตศาสตร์ จึงต้องอยู่ที่ กกต. ต้องยึดหลักรัฐธรรมนูญ หลักกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และหลักการปัดเศษในระบบคณิตศาสตร์สากล จึงจะปลอดภัยจากการข่มขู่ของนักการเมืองทั้งหลาย และจะไม่มีใครมาทำอะไรต่อดุลย์พินิจโดยสุจริตของ กกต.ได้”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

“การที่ กกต.จะอาศัยอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไม่น่าจะได้ เพราะในการชี้ขาดว่าพรรคใด จะได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวนเท่าใด เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. โดยแท้ ไม่สามารถโอนอำนาจนี้ไปให้องค์กรอื่น เช่น ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจแทนได้ ด้วยความห่วงใย กกต.ทั้ง 7 ท่าน หากไม่อยู่ในหลักก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นจำเลยในคดีทั้งหลาย ซึ่งไม่เป็นผลดีกับการเมืองการปกครองของไทยเลยแม้แต่น้อย” นายวิรัตน์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ยมบาลยังปฎิเสธ! แฉ ไอ้ใจ กินยาเบื่อหนูก่อนฆ่าสาวท้อง หนีไปผูกคอ แอบกินยาใน ร.พ.อีกรอบ
บทความถัดไปยิงทหารพรานดับคาบ้าน ลวง ผบ.ร้อยเข้าพื้นที่ วางระเบิดซ้ำ ยิงปะทะเดือด เจ็บ 5 นาย