พท.หวั่น กกต.แบ่งเขตสกลนคร ขัด กม.เลือกตั้ง เอื้อบางพรรคการเมือง ชี้ประชาชนสับสน อยากให้แบ่งเขตตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 66 นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ว่าการแบ่งเขตพื้นที่เลือกตั้งในจ.สกลนคร สร้างความสับสนให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ตามที่ กกต.สกลนคร ได้ประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.จ.สกลนคร ปี 2566 จำนวน 3 รูปแบบ
ซึ่งในการแบ่งเขตครั้งนี้ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งของ จ.สกลนคร 7 เขตเลือกตั้ง มี ส.ส.ได้ 7 คนทั้ง 3 รูปแบบอาจขัดต่อกฎหมายด้วยเหตุผลดังนี้ ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 27 ต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้ง แต่ละเขตให้ติดต่อกันและต้องจัดให้มีจํานวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งใกล้เคียงกัน โดยถือเกณฑ์ตามมาตรา 27(1) ให้รวมอําเภอต่าง ๆ เป็นเขตเลือกตั้ง โดยคํานึงถึงพื้นที่ที่ติดต่อใกล้ชิดกัน
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวพบว่า กกต.สกลนครแบ่ง 7 เขตเลือกตั้ง โดยไม่ยึดถือเกณฑ์ ตามมาตรา 27(1) ที่ต้องคำนึงถึงการเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกันในการรวมอำเภอ ซึ่งตามรูปแบบที่แบ่งนั้น พบว่าในแบบที่ 1 และแบบที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 6 มี อ.พังโคนรวมกับอ.วานรนิวาส และเขตเลือกตั้งที่ 3 มีอ.พรรณานิคม รวมกับ อ.อากาศอำนวย และในแบบที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 6 มี อ.พังโคนรวมกับ อ.เจริญศิลป์ และเขตเลือกตั้งที่ 3 มี อ.พรรณานิคม รวมกับ อ.อากาศอำนวย
แต่จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่อ.พังโคนไม่เคยรวมกับ อ.วานรนิวาส เป็นเขตเลือกตั้งเดียวกัน และ อ.พังโคนก็ไม่เคยรวมกับ อ.เจริญศิลป์ เป็นเขตเลือกตั้งเดียวกัน อีกทั้งอ.พรรณานิคมเคยแยกเฉพาะ ต.บะหว้าและ ต.โพนแพง ออกจากอ.อากาศอำนวยให้รวมเป็นเขตเดียวกัน
ประชาชนในพื้นที่คลางแคลงว่า กกต.สกลนคร รวมอ.พังโคนกับอ.วานรนิวาส อ.พังโคนรวมกับอ.เจริญศิลป์ และรวมอ.พรรณานิคมกับอ.อากาศอำนวยเป็นเขตเลือกตั้งเดียวกัน ย่อมขัดต่อกฎหมายมาตรา 27 ประกอบมาตรา 27(1)
ดังนั้น การแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.จ.สกลนคร จึงเป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ขัดต่อกฎหมาย หาก กกต.ประกาศใช้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งใน 3 รูปแบบนี้ รูปแบบนั้นอาจตกเป็นโมฆะ ประชาชนในพื้นที่อยากให้กกต.แบ่งเขตตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกพรรคการเมือง ไม่เอื้อประโยชน์กับพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง