มติชน X เดลินิวส์ จัดดีเบตสงคราม 9 พรรค THE LAST WAR ชี้ชะตาบทใหม่ไทยแลนด์ ก่อนกาบัตร 14 พ.ค พรรคการเมือง ขนแฟนคลับร่วมเชียร์คึกคักการเมือง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 พ.ค. 2566 ที่รอยัล พารากอนฮอลล์ มติชนxเดลินิวส์ ร่วมจัดดีเบตเป็นครั้งแรกในเวที “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR” โดยยกทัพพรรคการเมืองชั้นนำครั้งยิ่งใหญ่ ทั้งขุนพลเลือดใหม่ (Young blood) ขุนศึกตัวตึง-ตัวเก๋า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชันนโยบายเพื่อนับถอยหลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในงานว่า ผู้ที่จะร่วมดีเบตจากพรรคการเมืองที่จะขึ้นดีเบตรอบแรก คือ เวที ” Young blood วัดอนาคต” ได้มาซักซ้อมความพร้อมตั้งแต่เวลา 11.30 น. เพื่อเตรียมขึ้นเวทีในเวลา 12.30 น. ส่วนบรรยากาศภายนอกห้องจัดงานได้มีกองเชียร์ และแฟนคลับของแต่ละพรรคการเมืองมาให้กำลังใจ ทั้งนี้ ได้จัดพื้นที่และป้ายแบ็กดร็อปขนาดใหญ่บริเวณทางเข้า เพื่อให้กองเชียร์และแฟนคลับได้ร่วมแสดงออก และเชียร์ผู้ร่วมดีเบตของพรรคตัวเอง
หลังจากแคมเปญ “มติชน : เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย” เดินหน้าเปิดเวทีไฮไลต์ เริ่มจากเวทีแรก “ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง” เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ต่อด้วย เวทีที่ 2 “วิเคราะห์ เลือกตั้ง’66” ในวันที่ 20 มี.ค. เวทีที่ 3 “ฟังเสียง New gen บทใหม่ประเทศไทย” ในวันที่ 31 มี.ค. และเวทีที่ 4 “เวทีเสียงประชาชน : นโยบายที่ใช่-สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำ” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง โดยครั้งนี้เดินทางมาถึงเวทีที่ 5 เวทีชี้ชะตา ที่ระดมบุคคลสำคัญจาก 9 พรรคการเมือง ทั้งขุนพล-ขุนศึก-แม่ทัพ มาประชันไม้เด็ดครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงโค้งสุดท้ายของสมรภูมิเลือกตั้ง 14 พ.ค.
โดยมีผู้บริหารเครือมติชน นำโดย นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายวรศักดิ์ ประยูรศุข รองประธานกรรมการ น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ นายจำลอง ดอกปิก บรรณาธิการ กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการบริหารมติชน และนายสุริวงค์ เอื้อปฏิภาน บรรณาธิการอำนวยการ และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด สำหรับผู้บริหารเครือเดลินิวส์ นำโดย นางประพิณ รุจิรวงศ์ นางสิริวรรณ พันธุ์ปรีชากิจ และนายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ เข้าร่วมงาน

โดยเวลา 12.30 น. เข้าสู่รอบที่ 1 เวที “Young blood วัดอนาคต” โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนคนหนุ่มสาวหน้าใหม่ ที่ลงสนามเลือกตั้งเป็นครั้งแรก แต่มีความรู้ความสามารถ ประชันนโยบายของพรรคในมุมมองที่สดใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความหวัง และการทำงาน การเมืองเชิงสร้างสรรค์ ทิศทางใหม่ๆ เพื่อการขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต
ต่อมา เวลา 13.35 น. เข้าสู่รอบ 2 เวที “ขุนศึก ประจัญบาน” โดยบุคคลสำคัญในแต่ละพรรค ร่วมประชันประเด็นหลักที่พรรคใช้หาเสียง อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้กลยุทธ์-นโยบายในช่วงโค้งสุดท้าย พร้อมดีเบตโต้แย้งกับตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งในประเด็นการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม
จากนั้นเวลา 15.05 น. เข้าสู่รอบที่ 3 เวที “แม่ทัพ วิสัยทัศน์และสัญญาประชาคม” โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรค ขึ้นเวทีปล่อยของ เรียกคะแนนให้ได้มากที่สุด ว่าถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 จะทำอะไร อย่างไร ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่บทใหม่ที่เข้มแข็งและยั่งยืน


