ธำรงศักดิ์ ยกผลโพล สะท้อนความอัดอั้นประชาชน ต้องการเปลี่ยนรัฐบาล ชี้ประชาชนไม่สนเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ เชื่อซื้อเสียงหนัก รักษาฐานบ้านใหญ่
เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2566 ที่อาคารสำนักงานมติชน สองสื่อยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ “มติชน x เดลินิวส์” ร่วมสรุปผลและวิเคราะห์ผลโพลเลือกตั้ง 2566 และฟันธงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 2566 สะท้อนอนาคตการเมืองไทย โดยในช่วงที่ 2 มีรศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมวิเคราะห์ และนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ คอลัมนิสต์ มติชนสุดสัปดาห์ ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ
รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ กล่าวว่า โครงสร้างสังคมไทยอยู่ภาคเกษตรร้อยละ 40 และร้อยละ 60 คือ อยู่เขตเทศบาลเป็นหลัก โพลเป็นคนที่อยู่ในเมือง คนเมืองไม่เอาการสืบทอดอำนาจ คสช. หากแบ่งปีกคะแนนเสียงเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาลที่คะแนนตกต่ำมาก เหมือนว่า “กูไม่เอามึง” จากความอัดอั้นเต็มที่ ซึ่งการเลือกตั้งปี 2562 เป็นการเลือกตั้งที่ยากลำบาก คนไม่สามารถแสดงเจตจำนงตัวเองได้อย่างเสรี การเลือกตั้งไทยมีการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาตลอดเวลา เป็นการทำลายประชาธิปไตยโดยรากฐาน และนี่คือกลยุทธ์ของฝ่ายรัฐประหาร
รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้คนต้องการออกจากรัฐประหารเป็นกระแสที่สูง คนตอบจะไปเลือกตั้งสูงมาก จากเดิมที่ลังเลอยู่ 30-40% วันนี้ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้ง 52 ล้านคน น่าจะไปเลือกตั้งถึง 75-80% ซึ่งสูงมากราว 39-42 ล้านคน ตอนนี้เสียง 80% อยู่ฝ่ายปีกที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเปลี่ยนประเทศ คะแนนของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย รวมกัน 80-85 % ดังนั้น ฉากทัศน์ที่เราจะเห็น คือ คนเอาไม่เอารัฐบาลเดิมแล้ว
รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า คนในชนบทจะเลือกใคร เลือกแน่ คือ พรรคเพื่อไทย แต่สิ่งที่เราไม่เคยตระหนักถึง คือ ก้าวไกล ที่ทำงานอยู่ในท้องถิ่นมาตลอด สมัยก่อนไทยรักไทยฝังตัวในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นโมเดลที่ก้าวไกลทำมาตลอด ประชากรในภาคเกษตร 14 ล้านคน พรรคกำลังแย่งกันระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาล เป็นการเจาะพื้นที่ประชาธิปไตย ตอนนี้คนชนบทไม่ใช่กลุ่มของอนุรักษ์นิยมแล้ว และจุดเด่นของก้าวไกลก็จะได้คะแนนของคนชนบทไปด้วย
รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ กล่าวถึงสูตรการจัดตั้งรัฐบาล ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐ สูตรนี้ปิดฉากและจบไปแล้วหรือไม่ ว่า เรื่องรัฐบาลเสียงข้างน้อย ในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในสมัย มรว.เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกฯ ที่มี 18 เสียง และไม่เอาพรรคโน้นพรรคนี้ จับมือ 2 พรรคเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งตามรัฐธรรมนูญปี 2517 จะต้องมีการโหวตว่าแนวนโยบายของรัฐบาลจะผ่านหรือไม่
รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า พอโหวต 18 เสียงไม่ผ่าน ทำให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยล้มไป มีอายุเพียง 1 เดือนยังไม่ได้ทำงานเลย หากต้องการทำอีกครั้งหนึ่งก็จะมีสถานภาพที่ย่ำแย่ยิ่งกว่านี้ เพราะรัฐบาลเสียงข้างน้อยครั้งนี้ต้องใช้ 250 ส.ว. หนุน ซึ่งผลโพล 82.5% ไม่ให้ ส.ว.โหวตตามใจตัวเอง ต้องให้พรรคอันดับที่ 1 จัดตั้งรัฐบาล
“เจตจำนงนี้เวลาประชาชนถูกข้ามหัว คือ ความโกรธที่ประเมินไม่ได้ว่าจะรุนแรงแค่ไหน เราเคยมีพลังประชาชนที่จะพยายามหยุดยั้งทหาร ในเหตุการณ์ 14 ต.ค.16 และเจออีกครั้ง พฤษภา 35 เวลาพลังประชาชนโกรธจะรื้อโครงสร้างอำนาจทางการเมืองทั้งหมด ดังนั้น ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งที่ 3 หากมีการสืบทอดอำนาจ คสช. วันนี้คะแนนของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่มา ขนาดอยู่ในอำนาจถึง 9 ปี ถ้าตกต่ำขนาดนี้ น่าจะคิดถึงคติธรรมทางพุทธศาสนาว่า พอเถอะ” รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ กล่าว
ส่วนกรณีพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย จะแย่งคะแนนกันเองหรือไม่นั้น รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้แย่งกันเอง มีคะแนนของแต่ละพรรคที่ชัดเจน สะท้อนฝั่งประชาธิปไตย หมดเวลาของคสช.แล้ว ตามสถิติอัตราการรัฐประหารอยู่ที่ 7 ปี พล.อ.ประยุทธ์ อยู่มา 8-9 ปี ฉะนั้นเลยเวลาแล้ว ทหารมักทำทุกอย่างเป็นเกมการเมือง ทั้งยุบพรรค ไม่ให้เป็นคู่แข่งทางการเมือง ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ หากยุบพรรคก้าวไกลตอนนี้ บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ หากฝ่ายทหารหรืออนุรักษ์นิยมจะจนเกมตนเอง และจะทำรัฐประหารก็ต่อเมื่อหมดเครื่องมือ ส.ว.
“ส่วนวาทกรรมยุทธศาสตร์เลือกตั้ง มันสลายไปแล้ว แต่เลือกตามเจตจำนงเสรีของประชาชน นี่คือชัยชนะของฝั่งประชาธิปไตยที่ชนะขาด ตอนนี้พรรคก้าวไกลมีมากกว่า 6 ล้านเสียง จึงสะท้อนเสียงของประชาชนที่ไม่เอารัฐประหาร ส่วนเสียงที่เลือกพรรคเพื่อไทย คือ การกินดีอยู่ดี ฐานเสียงไม่ได้แยกกัน” รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ กล่าว
รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ กล่าวถึงกระแสการซื้อเสียงว่า คาดว่ามีผล เพราะชัยชนะครั้งนี้ เหมือนไพ่ใบสุดท้าย ดังนั้นการจ่ายจึงเยอะมาก เพื่อรักษาที่นั่ง ส.ส.เขต ไว้ให้ได้ ถ้าบ้านใหญ่ถูกเจาะแปลว่าไม่ใช่บ้านใหญ่แล้ว การจ่ายเงินให้นอกเขตเทศบาลจะเป็นกลุ่มหลัก อีกทั้ง GEN Z ยังบังคับพ่อแม่ของตัวเองให้เลือกตามที่ลูกต้องการด้วย