‘ประยุทธ์’ ขู่ ถ้าได้ ส.ส.เขตน้อย ต้องกลับบ้านนอน​ อย่ามาร้องไห้คิดถึง โวผลงาน ทำมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา 3 เท่า เสร็จเกือบ 200 โครงการ

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 พ.ค.2566 ที่โรงเรียนวัดพิศาลนฤมิตร อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัด นครศรีธรรมราช พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย นายสนั่น พิบูลย์ ผู้สมัคร ส.ส.ของ รทสช. เขต 5 เบอร์ 1 หาเสียง โดยกล่าวตอนหนึ่ง ว่า วันนี้ดีใจที่ได้มาพบ เอากำลังใจมาฝาก เราทุกคนมีหัวใจเดียวกัน หัวใจแห่งความรักความสามัคคีใช่ไหม รักสถาบันหลักของประเทศ เพราะความรักความสามัคคีเป็นบ่อเกิดแห่งความสำเร็จ หลายปีที่ผ่านมาอาจมีหลายคนที่พอใจ​ ไม่พอใจ​ แต่ตนก็รักทุกคน มาวันนี้ตื้นตัน เมื่อเช้าไปเจอลูกเด็กเล็กแดงก็ให้กำลังใจทุกคน ที่ทำให้ประเทศชาติ​ ทำเพื่อประเทศชาติของเรา ทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตนทำเพื่อต้องการให้คนไทยมีฐานะดีขึ้นและต้องการให้ประเทศไทยมีรายได้สูง ต้องหาเงินเข้าประเทศให้มากขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลต้องการที่จะแก้ไขปัญหาและทำให้สินค้าการเกษตรมีราคาที่สูงตามความต้องการแต่หลายอย่างทำไม่ได้ทันที เพราะมีปัจจัยที่ต้องดำเนินการโดยเฉพาะเรื่องการแข่งขันกับต่างประเทศเป็นนายกฯมา 8 ปีรู้ว่าทุกคนต้องการอะไร แต่เราจำเป็นต้องมีเงินมากเพียงพอกว่านี้เพราะ วันนี้โลกเปลี่ยนเราจะทำตามใจตัวเองอย่างเดียวไม่ได้ ในเรื่องยางพาราและปาล์มรู้ดีว่ามีปัญหามาก เพราะผลผลิตแต่ละปีมากเป็น 3 เท่าของการส่งออก

เป็นความยากและง่ายในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่อยากให้ได้ในราคาที่ต้องการ แต่ถ้าต้องใช้เงินของเรามาอุดหนุนทั้งหมด คงไม่มีเงินไปทำอย่างอื่น ที่พูดไม่ใช่การแก้ตัว แต่ขอพูดความจริง ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด ทุกคนจะได้ช่วยกันคิดว่าต้องร่วมมือกันอย่างไร หลายอย่างแม้จะเป็นนายกฯและเป็นรัฐบาลก็สั่งอะไรไม่ได้มากนัก เพราะอำนาจทั้งหมดเป็นของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย

วันนี้ถนนหนทางทางกายภาพเราทำดีแล้วไปไหนมาไหนสะดวก ถือว่ายุคของผมเสร็จมากที่สุด ยืนยันว่าเราทำได้มากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา 3 เท่าเต็มๆ โครงการต่างๆเท่าที่นับได้ทำสำเร็จเกือบ 200 โครงการทั่วประเทศ และต้องกลับมาย้อนดูภาคใต้ว่าจะต้องมีการลงโครงการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ แผนงานที่เตรียมบรรจุไว้ในปี 2567 ได้เขียนไว้เรียบร้อยแล้วในหลายๆ สิ่งที่ประชาชนเดือดร้อน ขอเพียงให้เราได้เป็นรัฐบาลเถอะ ให้ได้หรือไม่

ผมจะได้ทำต่อ ก็ต้องเลือกทั้ง ส.ส.เขตและเลือกพรรค ที่มาวันนี้ต้องการมายืนยันและความตั้งใจของเราว่า ถ้าเราได้เป็นรัฐบาลก็จะสานงานต่อทันที การที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไม่ง่ายเหมือนที่ประชาชนส่งเสียงเชียร์ เพราะถ้าง่ายเช่นนั้นก็ดี ตั้งแต่เช้าทุกอำเภอก็อยากให้เป็นนายกฯต่อ เพราะฉะนั้นในวันที่ 14 พ.ค.ขอให้กาบัตรสองใบให้กับพรรครวมไทยสร้างชาติและพี่ตู่”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กล่าวว่า “ขอให้ลงคะแนนให้กับพี่ตู่ มีชาวบ้านบอกว่าหน้าผมยังหล่อ จึงเรียกแทนตัวเองว่าพี่ตู่ได้ เพราะถ้าไม่หล่อก็เป็นลุงแล้ว บางครั้งหน้าดุไปหน่อย เสียงดังไปนิด แต่ผมจริงใจ ผมไม่ใช่คนปากหวาน จำเป็นต้องพูดความจริงและต้องซื่อสัตย์สุจริตต่อประชาชนและประเทศชาติเพราะแผ่นดินผืนนี้ผมสร้างด้วยชีวิตของผมมา ผมเป็นทหารมาหลาย 10 ปีจนเป็นผบ.ทบ.เห็นประชาชนมาโดยตลอด อยู่กับชาวบ้าน

วันนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นแต่ต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม ถ้าจะให้เกิดความมั่นคงและยังยืนต้องร่วมมือกันเปลี่ยนแปลง ถ้าทำให้เกิดความขัดแย้งจะทำให้เปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือไม่ เราทะเลาะกันไม่ได้อีกแล้ว เพราะไทยเป็นเป้าหมายสำคัญของต่างประเทศในการลงทุนและย้ายฐานการผลิตกลับมา

ไทยเป็นอุตสาหกรรมใหม่ คนไทยเป็นคนน่ารัก ยิ้มเก่ง ยิ้มสยาม ขออย่าทำให้ยิ้มสยามกลายเป็นยิ้มสยองแล้วกัน เพราะมัวแต่ทะเลาะกัน มัวแต่เกลียดกัน ประเทศก็ไปไม่ได้ เราต้องยิ้มให้กัน จะโกรธจะเกลียดเราต้องยิ้มให้กัน เพราะฉะนั้นอย่าทะเลาะกันอีกเลย ตนไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เราต้องเปลี่ยนแปลงประเทศของเราด้วยความสงบเรียบร้อยไปสู่โลกยุคใหม่

“วันนี้มีทั้งข่าวจริง ข่าวเท็จ ข่าวปลอม ข่าวดีและไม่ดี ขอให้สนใจได้อ่านได้ฟัง แต่ขอให้ใช้หัวใจในการตัดสินว่าใช่หรือไม่ใช่ ทุกคนต้องมีภูมิต้านทาน สมมุติว่ามีคนด่าผมเยอะๆ อย่างไรผมก็มีอารมณ์ มีสัญชาตญาณความเป็นมนุษย์ แต่ผมทำอะไรมากไม่ได้ ใครจะด่า ผมก็ด่าตอบเขาไม่ได้ เพราะผมเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าไม่ใช่เป็นนายกฯก็เป็นเรื่อง เพราะทุกคนมีเกียรติยศ มีชื่อเสียง ผมก็มีเกียรติยศมีชื่อเสียงมีความภาคภูมิใจในการทำงานของผมในการป้องกันแนวชายแดน

วันนี้ทหารถูกโจมตีไปหมด มันดีหรือถ้าไม่มีทหารจะอยู่กันได้หรือไม่ ทหารดูแลชายแดน เสี่ยงอันตรายให้เรา ขาแขนขาด ทุกคนก็เป็นลูกหลานเราทั้งนั้น เขาทำหน้าที่ของลูกผู้ชายทุกคน วันนี้ดีใจมี 30 -40% ที่สมัครเข้ามาเป็นทหาร ความจริงทุกคนต้องเป็น

ส่วนข้อยกเว้นก็ เป็นหลักการของทุกประเทศ ประเทศใดไม่มีทหารก็ขาดความเข้มแข็ง ทหารของประเทศอื่นมีหน้าที่น้อยกว่าเรา มีแค่ไว้รบสงครามอย่างเดียว แต่บ้านเรามีทหารไว้ทั้งความช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติ แก้น้ำท่วมทั้งหมดทหารออกมาด้วยความเต็มใจ ด้วยจิตใจ ต้องให้เกียรติ เพราะทหารคือความมั่นคงของประเทศ ที่พูดไม่ได้หมายความว่าจะต้องทุ่มเทงบประมาณให้ เพียงแต่ให้เขาอยู่ได้ป้องกันตัวเองได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หลายคนบอกไม่ต้องไปซื้อเรือรบ ให้เอาเรือประมงมาสู้กับเรือดำน้ำ เมื่อถึงเวลาเมื่อมีการสู้รบทางทะเลก็คงต้องขอเรือประมงจากชาวบ้าน เอาปืนใหญ่ใส่เรือแล้วเอาไอ้คนพูดมาขับเรือไปสู้กับเขา มันพูดอย่างนี้ไม่ได้ ข้าราชการทุกคนก็มีเกียรติ ทุกคนเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย เกษียณอายุแล้วก็ควรมีบำเหน็จบำนาญ ไปบอกว่าพวกเขาเป็นช้างป่วยไปดูถูกอย่างนี้ไม่ได้

“ผมไม่ทะเลาะกับเขาแต่การพูดแบบนี้ทำให้เกิดความบาดหมางซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นช้างอย่างพวกเราจะต้องไม่ป่วย ช้างเราต้องแข็งแรง ช้างเราต้องเป็นช้างศึก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้สถานการณ์การเงินประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ดี ใครจะว่าจน ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าทำไมไอเอ็มเอฟหรือหน่วยงานต่างประเทศ ถึงชมประเทศไทยว่าบริหารงานการเงินได้ยอดเยี่ยมมันแปลกหรือไม่ สิ่งเหล่านี้แสดงว่าสถานะการเงินของเรายังแข็งแกร่ง เงินบาทยังมีราคา ไม่ใช่เศษกระดาษ การบริหารหนี้ของรัฐ ยืนยันว่าไม่มีปัญหายังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ สามารถดำเนินการได้ ใช้หนี้เพิ่มได้ทุกปี

“เสียดายเงินที่เป็นหนี้ในโครงการก่อนๆ ค้างไว้ให้ผมเต็มไปหมด แต่ไม่พูด ไม่ว่าใคร ขอให้ไปคิดกันเอาเอง วันนี้ที่เราเป็นหนี้อยู่คือนี่ของการลงทุน ที่ผ่านมาเราผ่านอะไรกันมามาก ทั้งการแพร่ระบาดของโควิด แต่เราทำสำเร็จเพียงแต่ต้องไม่ประมาท ต้องระวังได้ก็ต้องระวัง ผมเองจมูกแทบทะลุ เพราะต้องระวังไม่ให้ป่วยเดี๋ยวจะทำงานไม่ได้ขอให้ระวังกันทุกคนนะจ๊ะ”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปกติเป็นคนพูดเพราะอยู่แล้ว​ ยิ่งหนุ่มๆพูดเพราะกว่านี้อีก คนเราพูดด้วยวาจาที่ไพเราะใส่กันก็ดี เพราะด่ากันทุกวันไม่มีอะไรดีขึ้น ทะเลาะกัน ไอ้ที่ด่ากันไปกันมา​ ก็เข้าตัวหมด​ จำไว้อย่าไปสาปแช่งใคร ให้แต่ความรักแผ่เมตตาไปให้เขา ไปไหนผมไหว้พระไหว้เจ้าทุกที่ ใครจะหาว่าเป็นสายมูก็ไม่เป็นไร ขอให้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ปลอดภัยและขอให้ประชาชนมีความสุข มีความยั่งยืน และขอให้ครอบครัวมีความสุขหน่อย ตนขอ 3- 4 อย่างเท่านั้นเอง เพราะหัวใจของผมคือประชาชน

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ใช่มาแค่ในนามนายกรัฐมนตรี แต่มาในนามคนไทยคนหนึ่งที่จะต้องแบกคนอีก 70 ล้านไปด้วยและนึกถึงว่าจะทำอย่างไร

“สัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุดถ้าเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ เลือกทั้งพี่ตู่ และ ส.ส.เขต เพราะ ส.ส.เขต มีความสำคัญกับลุงตู่ ถ้าได้ ส.ส.เขตน้อย ลุงตู่ก็กลับบ้านนอน แล้วอย่าคิดถึงเวลาไม่อยู่ อย่าร้องไห้นะ ทั้งหมดอยู่ที่พวกเรา วันนี้ต้องขอบคุณทุกคนในการต้อนรับนะจ๊ะ ขอให้ทุกคนมีความสุข รักทุกคนรักจังฮู้ รักแรง ขอให้ทุกคนมีความสุขช่วยกันไปเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.กาให้ถูกใบ กาเลขให้ถูก กากบาทไม่ใช่ขีดถูก รักแรง รักจังฮู้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน