นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ ‘ท็อป’ ทศพล หมายสุข ที่สวมบทบาทคนสีเทาได้อินเหลือร้าย ล่าสุดร่วมแสดงในภาพยนตร์ “เสือ” หนีไม่พ้นบทร้ายกับตัวละคร ‘หลวงประสาน’ คู่ปรับของ 4 เสือระดับตำนาน เสือฝ้าย, เสือมเหศวร, เสือใบ และ เสือดำ
โดยวันนี้เจ้าตัวได้มาเล่าถึงบทบาทคาแร็กเตอร์ที่ได้รับและการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้

♦บทบาท-คาแร็กเตอร์?
ท็อป – “รับบท หลวงประสาน เป็นตัวร้ายที่ผมต้องทำให้แตกต่างจากตัวร้ายที่เคยได้รับมา พยายามตีความให้ร้ายในแบบที่คนไม่เคยเห็นเราเล่นมาก่อน แล้วเสือแต่ละคนปล่อยของเทพๆ ไปหมดแล้ว เราจะยืนแกนเดียวกันกับพี่ๆ เพื่อนๆ อีกหลายคนในโปรเจ็กต์นี้ยังไงให้สมน้ำสมเนื้อ

พี่โขม (ก้องเกียรติ โขมศิริ-ผู้กำกับฯ) มีไอเดียให้ กลุ่มหลวงประสานเป็นกลุ่มทหารองครักษ์มาจากยุคหนึ่งที่ทหารไทยไปอินโดจีนหรือทหารไทยที่ถูกขนานนามว่าทหารผี เป็นกลุ่มยังเติร์กคนรุ่นใหม่ที่อยากเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยพื้นฐานแก๊งเขาเป็นทหารมาก่อน วันหนึ่งมาเป็นองครักษ์ ‘จอมพลเลิศ’ (ต้อม พลวัฒน์) พี่โขมบอกว่าคนบนโลกใบนี้ไม่ได้เกิดมาแล้วอยากจะมาเป็นตัวร้ายอันดับหนึ่งของโลก มันมีการบ่มเพาะ มีจุดเทิร์นพอยต์การเป็นตัวร้าย บางอย่างที่ทำอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าไม่ใช่สิ่งดี อาจจะรุนแรงหรือผิดศีลธรรม แต่เขามองว่ากำลังทำเพื่อเปลี่ยนแปลงให้มันดีขึ้น
หลวงประสานเป็นมือเป็นเท้าของรัฐบาลที่จะต่อกรกับ 4 เสือ คาแร็กเตอร์เถรตรงอย่างเดียวว่าทำเพื่อรัฐ ใครส่ายหัวคือจบ ผมเป็นตัวจัดการและเก็บกวาด ภายใต้ความเหี้ยมโหดของหลวงประสาน จริงๆ มันเก็บบางสิ่งไว้”

♦เปลี่ยนลุกส์จากเรื่องเดิมไปเยอะ เตรียมตัวอะไรมาบ้าง?
ท็อป – “ผลงานที่ผ่านมา ผมเป็นตัวแทนคาแร็กเตอร์ฝั่งสีเข้ม จนถูกแซวว่าจะเล่นเป็นคนดีกี่โมง พอมาอยู่ในโปรเจ็กต์ ‘เสือ’ ผมอยู่ฝั่งสีสว่างเลย เสื้อผ้าหน้าผมเนี้ยบแบบทหาร ใส่ชุดสีไหนก็ใส่ทั้งแก๊ง ขาวก็ขาวกันหมด ในกองก็แซวว่าเป็นแก๊งกินเจ ดูเนี้ยบสะอาด แต่เวทไม่ขาวนะครับ

เริ่มต้นจากคาแร็กเตอร์ภายนอก ตอนแรกพี่โขมมองไว้ว่าสะอาดมากไม่มีหนวดเลย ให้ดูลุกส์ผมเปลี่ยนไป ผมไม่มีหนวดมาทั้งชีวิต จนเพิ่งมามีหนวดเมื่ออายุประมาณสามสิบที่ผ่านมา ด้วยยุคสมัยในเรื่อง เอาแบบอย่างมาจากฝั่งยุโรป ผู้หญิงใส่กระโปรงสุ่มมีหมวก ผู้ชายถือไม้เท้า การไว้หนวดเก็บเรียบ ทรงผมเนี้ยบ ปรับลุกส์ รวมถึงบุคลิกภาพด้วย เราคือทหาร ตัวผมสมาธิสั้น ก็ต้องนิ่ง

การเรียนยิงปืน จับปืนที่ถูกต้อง ต้องจับแล้วเข้ามือเรา ใช้เวลากับมันนานเป็นเดือน มีทั้งที่พี่โขมให้ไปฝึก และผมไปเรียนแยก ท่าทางการเดินยิง การจับปืนทั้งลูกโม่ ทั้งแม็กกาซีน ปืนยาว เรียนเองใหม่หมด ซึ่งตัวผมไม่ชอบปืน ปกติเป็นคนสนุกสนาน และบางทีชอบอยู่คนเดียว มีทั้งเอ็กซ์โทรเวิร์ดและอินโทรเวิร์ดในตัวเอง ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาไหน ตัวจริงกับคาแร็กเตอร์ห่างเหินกันมาก”

♦การร่วมงานกับทั้ง “4 เสือ”?
ท็อป – “สบายครับ โดยเฉพาะพี่เป้ (อารักษ์ อมรศุภศิริ) ได้มาเจอกันในโปรเจ็กต์นี้ พี่เป้มีความเป็น เสือใบ เจ๋งมาก ผมเห็นพี่เป้เป็นเหมือนอาจารย์ในเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิต ส่วน โอ้ (มาริโอ้ เมาเร่อ) ก็สนุกครับ เพราะเขาเป็นคนชิล เราสองคนรู้จักกันมาบ้าง แต่ทำงานร่วมกันครั้งนี้ครั้งแรก โอ้เป็นคนอดทน อะไรก็ได้ ส่วน พี่โน่ (โตโน่ ภาคิน) จะมีการตีความตัวละครในแบบของเขาที่จะถ่ายทอดความเป็น เสือดำ ออกมา ส่วน พี่เวียร์ (ศุกลวัฒน์ คณารศ) ผมโตมากับละครพี่เขาเลย พี่เวียร์ในพาร์ตการแสดงหนังเหมือนคนที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ มารับบท เสือฝ้าย คือติ๊กถูกทุกข้อ

แต่ถ้าเข้าฉากร่วมด้วยเยอะสุดเป็น พี่ต้อม (พลวัฒน์) เพราะผมเป็นลูกน้องเขา พี่ต้อมนี่ของแท้ ผมเคยเห็นพี่ต้อม เคยเห็นผลงาน แต่เพิ่งเคยทำงานด้วยครั้งแรก เวลาผมเห็นพี่นักแสดงรุ่นใหญ่แล้วปัจจุบันยังทำงานอยู่ เห็นวินัยจากคนนั้นแน่ๆ พี่ต้อมมีวินัยมากในการดูแลตัวเอง ยุคพี่ต้อมไม่มีหรอกครับ ศัลยกรรม เขาสวยหล่อกันจริง”

♦ซีนไหนเป็นที่จดจำบ้าง
ท็อป – “เป็นซีนที่ผมต้องพูดบทยาวมาก แล้วบทที่จะพูดมันมาเมื่อวาน 1 หน้ากระดาษ ประมาณ 8 บรรทัด พูดไล่ตั้งแต่ เสือใบ, เสือดำ, เสือฝ้าย, เสือมเหศวร มันกดดัน”

♦ฝากหนังเรื่องนี้หน่อย
ท็อป – “ฝากโปรเจ็กต์ เสือ ด้วยนะครับ อยากให้คนไทยภูมิใจกับหนังไทยของเราเรื่องนี้ คุณภาพเทียบเท่าต่างประเทศ อยากให้ทุกคนไปดูหนังอย่างสนุกเอ็นจอย ผมว่ามันคุ้มค่า หนังซ่อนอะไรไว้หลายๆ มุม อาจจะทำให้คุณรักคนข้างๆ มากขึ้น รักประเทศมากขึ้น มันซ่อนอยู่ในความสนุกของโปรเจ็กต์ เสือ ไปดูกันในโรงภาพยนตร์นะครับ ขอบคุณครับ”