บิ๊นท์ สิรีธร เล่าเหตุการณ์โดนปารองเท้าปาดหน้าในฟิตเนส รับไม่โกรธแต่กลัว ตัดสินใจย้ายออกเพื่อความปลอดภัย

หลังจากที่นางงาม-นักแสดงสาว บิ๊นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ ออกมาโพสต์แชร์ประสบการณ์สุดช็อก เมื่อเจ้าตัวไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสแห่งหนึ่ง แล้วเจอผู้หญิงคนหนึ่งปารองเท้าปาดหน้า แต่พอถามกลับอ้างว่ารองเท้าหลุดมือ พร้อมแสยะยิ้มใส่ จนตนเองรู้สึกกลัว ก่อนตัดสินใจย้ายออกจากฟิตเนสทันที เพราะไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ล่าสุดวันที่ 4 พ.ย. มีโอกาสได้เจอ สาวบิ๊นท์ ในงานรอบปฐมทัศน์ละครเวที “วันสละโสดกับโจทก์เก่าๆ เดอะสรวนมิวสิคัล” ณ โรงละคร เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเอสพละนาด รัชดา เลยได้สอบถามความคืบหน้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

โดย บิ๊นท์ เล่าว่า “ปกติเป็นคนที่ชอบเข้าคลาสในยิม คราวนี้พอออกจากคลาสหนึ่งมาก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเขายืนมองเราอยู่ตอนเราใส่รองเท้า เราก็เห็นว่าเขาจ้องนิ่งๆ แต่ก็คิดว่าคงไม่มีอะไร พอเราใส่รองเท้าเสร็จปุ๊บกำลังจะเดินออกจากฟิตเนส อยู่ดีๆ ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรลอยปาดเรามา มองไปก็เห็นว่าเป็นรองเท้าข้างหนึ่งตกอยู่หน้าเรา เราก็เลยหันไปตามทาง สรุปเป็นผู้หญิงคนนั้นที่ยืนจ้องเราอยู่ แล้วเขาก็พูดว่า ”ขอโทษนะคะรองเท้าหลุดมือ“ ซึ่งหน้าของเขาคือยิ้มกว้างแต่ตาล็อกแข็งมาก ตอนแรกเราคิดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ แต่หลังจากที่เขาวิ่งมาหยิบรองเท้าปุ๊บเขากลับวิ่งไปอีกทางหนึ่ง แสดงว่าเขาตั้งใจวิ่งมาเพื่อมาโยนใส่เราเลย”

“บิ๊นท์อยู่ฟิตเนสนี้มา 3 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย จนกระทั่งเจอคนนี้ก็เลยตกใจ ตัดสินใจไปที่ฟรอนต์ดีกว่าเพราะด้วยแววตาของเขาเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรได้อีกไหม ระหว่างที่เรากำลังจะบอกกับเจ้าหน้าที่ตรงฟรอนต์ว่าเจอเหตุการณ์นี้ อยู่ดีๆ ก็มีเสียงตุ้บๆๆ วิ่งเข้ามาทางด้านหลังเรา แล้วก็บอกว่า “บอกแล้วไงคะว่ารองเท้าหลุดมือ” ตอนนั้นเรายิ่งรู้สึกว่ากำลังโดนจู่โจมอะไรสักอย่าง แต่ทางฟิตเนสเขาก็มีการคุยกับเราว่าคนนี้ก็รู้สึกว่าแปลกๆ แต่ไม่มีใครเคยรู้ว่าสรุปทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ จนภายหลังก็ไม่ได้รับการแก้ไข เราก็เลยแก้ไขตัวเองด้วยการย้ายออกมาจากฟิตเนสนั้นดีกว่า”

ได้ไปสืบไหมว่าเขามีปัญหาอะไรกับเราหรือเปล่า? “เราก็ฝากเจ้าหน้าที่ตรงฟรอนต์ว่าช่วยสืบให้ทีได้ไหมว่าเราไปทำอะไรไม่ดีกับเขาหรือเปล่า สรุปทางเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไม่มีจริงๆ เขาก็ยังยืนยันว่ารองเท้าหลุดมือและถลึงตาแบบนั้นกับเจ้าหน้าที่ตรงฟรอนต์ ถามว่ามีคำขอโทษจากตัวเขาไหม ไม่มีเลยค่ะ จำได้ว่าตอนเกิดเหตุการณ์พอเราเห็นเขาวิ่งมาแบบนั้นก็เลยรีบบอกว่าโอเคๆ ไม่เป็นไร และรีบเดินออกจากยิมเลยเพราะกลัว แต่เขายังวิ่งตามมาเกาะราวตรงบันไดเลื่อนพูดว่า “ทำงานอยู่ที่นี่เหรอคะ สวยดีนะคะ” เราก็แบบค่ะ…ขอบคุณค่ะ ยอมรับเลยว่าตอนนั้นกลัวมาก”

แล้วได้ถามเจ้าหน้าที่ไหมว่าเขาเคยมีพฤติกรรมแบบนี้กับคนอื่นหรือเปล่า? “ฟรอนต์บอกว่าไม่ค่อยมีใครกล้าไปยุ่งกับเขาอยู่แล้ว แต่สำหรับเรารู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัยเลย พอขอดูกล้องวงจรปิดเพื่อที่จะยืนยันว่าเราไม่ได้ไปใส่ร้ายเขานะ ปรากฏว่ากล้องวงจรปิดตรงทางเดินไม่มี ซึ่งเราเพิ่งรู้หลังจากอยู่มา 3 ปีว่าฟิตเนสที่เราไว้ใจอยู่มาตลอดไม่มีกล้องวงจรปิดเลยเหรอ เลยตัดสินใจเดี๋ยวนั้นเลยว่าโอเคไม่ต่ออายุแล้ว เดี๋ยวย้ายไปที่อื่นแล้วกัน ส่วนทางฟิตเนสก็บอกเราว่าจะไปว่าทางนั้นผิดก็ไม่ได้เพราะว่าเขาไม่ยอมรับ และเราก็ไม่มีกล้องวงจรปิดด้วย ได้ยินแบบนั้นก็จบแล้ว”

โกรธไหมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น? “ไม่โกรธแต่กลัวมากกว่าค่ะ คือต้องเห็นแววตาเขาค่ะ มันไม่ได้เป็นอารมณ์แบบที่ว่าเราอยากจะไปไฟต์ด้วย แต่เราจะรู้สึกว่าแปลกว่ะ หลังจากนี้คือเราก็ระวังตัวมากขึ้น พอไปยิมที่ใหม่ก็ถามอย่างแรกเลยว่ามีกล้องวงจรปิดไหม ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฟิตเนสเดิมตอนนี้ก็ปล่อยเลย เพราะถือว่าเราเอาตัวเองออกมาจากตรงนั้นแล้ว”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน