พระเอกอารมณ์ดี ‘โอ้’ มาริโอ้ เมาเร่อ หวนรับบท ‘เสือมเหศวร’ จาก “ขุนพันธุ์ 3” สู่ภาพยนตร์แอ๊กชั่นฟอร์มยักษ์เรื่อง “เสือ” ที่เจ้าตัวบอกเป็นบทโหดที่สุดในชีวิต และครั้งนี้โหดมันส์ทวีคูณ

โดยเจ้าตัวได้มาเผยเบื้องหลังการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ พร้อมการที่ได้ร่วมงานกับอีก 3 นักแสดงยอดฝีมือ เวียร์ ศุกลวัฒน์, เป้ อารักษ์ และ โตโน่ ภาคิน ในบท เสือฝ้าย, เสือใบ และ เสือดำ รวมถึง ‘ท็อป ทศพล’ ที่สวมบทร้าย ‘หลวงประสาน’ และ ‘หลิน มชณต’ ที่รับบท ‘รสริน’

อาทิตย์ใส

ความรู้สึกแรกพอรู้ว่ามีโปรเจ็กต์เรื่อง “เสือ” ภาคแยกของ “ขุนพันธ์”?

โอ้ – “รู้สึกท้อ เหนื่อยแน่ เราเจอ ขุนพันธ์ รู้ว่ามันโหด แต่พอได้อ่านบท เสือ แล้วตื่นเต้น อยากรู้ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แล้วได้มาเจอกับ พี่เป้, พี่โน่, พี่เวียร์ ยังไงก็ต้องเล่น โดยเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนใน ขุนพันธ์ เป็นช่วงที่ เสือมเหศวร ยังเป็นวัยรุ่น ทำงานเป็นพนักงานในสำนักพิมพ์ นักเขียนคอลัมน์ มีความเฟรช ในเรื่องนี้จะเป็นการเล่าย้อนปมในใจเขาในช่วงวัยรุ่นว่าเกิดอะไรขึ้น เขาถึงได้มาเป็นเสือมเหศวร”

อาทิตย์ใส

บทบาท-คาแร็กเตอร์?

โอ้ – “เสือมเหศวร ภายนอกดูนิ่งๆ แต่เป็นคนมีไหวพริบ ฉลาด วางแผนเก่ง มีทักษะค่อนข้างเยอะหลากหลายสกิลหลบเลี่ยง คล่องแคล่ว มีคาถาแคล้วคลาด ที่ต้องอมพระมเหศวรเวลาต่อสู้ ทำให้หลบหนีอาวุธคู่ต่อสู้ได้พลิ้วไหว มีวิชาลิงลม เชี่ยวชาญการปลอมตัว ประดิษฐ์อุปกรณ์การต่อสู้ อุปกรณ์ลับ ซ่อนกลไก พัฒนาต่อยอดสิ่งของต่างๆ ได้ตลอด นอกจากมเหศวรจะใช้ปืนเล็กที่ถนัดแล้ว ในภาคนี้จะมีอุปกรณ์เด่นที่เพิ่มเข้ามา เป็นมีดที่ปลายเท้า มีดเล็ก ปืนเล็ก ปืนไฟที่ซ่อนอยู่ตามตัว เราจะเห็นมันสมองของเขามากกว่าเดิม”

อาทิตย์ใส

ภาคนี้มีการใช้ศิลปะการต่อสู้มากกว่าเดิม มีการเตรียมพร้อมมากแค่ไหน?

โอ้ – “เตรียมพร้อมเยอะมาก เพราะภาคนี้จะมีคิวบู๊หลายแบบ และเทคนิคการถ่ายทำใหม่ๆ ของ พี่โขม (ก้องเกียรติ โขมศิริ-ผู้กำกับฯ) ที่เพิ่มเข้ามา พวกเราทั้ง 4 เสือเลยต้องมีการซ้อมกันประจำ คอยฟิตร่างกายไว้ตลอด

และอันที่ยากสำหรับโอ้คือความแคล้วคลาดของ เสือมเหศวร นี่แหละ ด้วยเขามีคาถาลิงลม ทำให้วิ่งหนีเก่ง หลบเก่ง วิ่งไปทั่ว วิ่งหนีกระสุนคตของ เสือใบ และในทางเทคนิคการถ่ายทำ ผมต้องขึ้นไปวิ่งบนเทรดมิล (Automatic Treadmill) แล้วมีรถ ATV ลากอีกที มีกล้องอยู่บนรถอีกคันที่วิ่งไปด้วยกัน ฉากนี้ถือเป็นที่สุดสำหรับโอ้ วิ่งเยอะที่สุดตั้งแต่ถ่ายหนังมา เป็นคิวที่ผมไม่เคยทำและไม่เคยเห็นมาก่อน ประทับใจมากครับ”

อาทิตย์ใส

เราจะได้เห็น เสือใบ สู้กันกับ เสือมเหศวร เลยใช่ไหม?

โอ้ – “ใช่ครับ ภาคนี้ที่พี่โขมจะเอาสองเสืออย่างเราสองคนมาซัดกันเอง เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดมาก พี่เป้เป็นสายสู้ ผมเป็นสายน่ารักไม่ทำร้ายใคร เราสองคนเจอกันคิวแรกก็ต่อยกันเลย แล้วเจอเทคนิคใหม่ๆ ของพี่โขมคิวแรกเลย จึงค่อนข้างโหดหินและยากมาก สู้กับคุณเป้ก็หิน แขนเขาเหมือนไม่ใช่แขนคน เหมือนเหล็ก ฟาดโดนโอ้บวมเขียวเลย

แล้วก็มีคิวที่พี่เป้เจ็บตัวเหมือนกัน ผมไปผิดคิวใส่เขา เป็นซีนที่ต่อยหน้ากัน พี่เป้บอกโอ้ใส่มานิดนึงได้เลยนะจะได้ดูไม่หลอก พอแอ๊กชั่นมันไม่นิดสิ กลายเป็นเยอะไปนิดนึงจนดังแอ็ก พี่เป้เป็นก้อนปูดขึ้นมาเลย

วันแรกเป็นมหากาพย์การต่อสู้ของสองเสือ มันไม่ใช่แค่ยิงกระสุนคตแล้วเราหนีอย่างเดียว มันต้องแลกหมัดกันหนักหน่วง ต้องมีคิวสะลิงอีก สู้กันชนิดประตูหลุดลงมาแล้วโอ้ต้องตีลังกา สู้กันทะลุกระจก เหมือนวันนั้นไปเล่นรถไฟเหาะมา 10 รอบ

แล้วยังไม่จบ ยังมีวิ่งบนเทรดมิลอีก ต้องวิ่งเอียง 90 องศาขนานกับพื้นโลกด้วยนะ วิ่งสับเลย ขาต้องตวัดขึ้นอีก ต้องวิ่งหลบเอฟเฟ็กต์ตลอดทางอีก เข้าใจแล้วว่าขาขวิดเป็นยังไง มันพลิกตอนจังหวะมันแป๊ด หยุดถ่ายเลย ขาเกือบหลุด ตอนนั้นทีมพยาบาลวิ่งมาฉีดคลายกล้ามเนื้อ เหมือนกลัวเข่าเบี้ยว เพราะมันวิ่งแล้วมันแพร่ด โอ้โชคดีที่แค่เข่าซ้น ไม่ได้เป็นไรมาก”

อาทิตย์ใส

มีฉากไหนเท่ๆ ของ “เสือ” บ้าง?

โอ้ – “เท่สุดต้องเป็นฉากขี่ม้าด้วยกัน ซ้อมกันหลายครั้ง พื้นตรงที่วิ่งก็มีหลุม ม้าเขาเก่งอยู่แล้วเพราะถ่ายหนังประจำ แต่กับผมไม่ค่อยขี่ม้ามานานมาก วันนั้นกดดันหมด พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ต้องถ่ายให้ได้ช็อตขี่ม้าสวยๆ ก่อนจะมืดอีก หลายอย่างเลยครับ ม้าก็ต้องวิ่งไปกลับกันอยู่หลายรอบจนกว่าภาพจะได้ แต่คุ้มค่า เป็นฉากเท่ๆ ของเสือ เป็นการเสี่ยงที่สนุกและได้ภาพออกมาอย่างที่ตั้งใจ

และอีกหลายๆ ฉากที่เป็นฉากประลองอาคม 4 เสือ เท่มาก เพราะแต่ละเสือมีอาคมของตัวเองเป็น คาถาโกงชีวิต อย่าง เสือดำ มีคาถาสลายกระสุนเรียกว่า คาถาซัดฝุ่น ผมมี คาถาแคล้วคลาด คืออมพระมเหศวรแล้วรอด ของ เสือใบ เป็น คาถากระสุนคต ของ เสือฝ้าย คาถาตวาดหิมพานต์ แล้วต้องมาสู้กัน คาถาพี่ฝ้ายกระทืบเท้าทีเดียวเหมือนโลกจะสลาย ลอยกระเด็นไปคนละทิศละทาง ความมันส์และความสนุกในการดีไซน์คิวบู๊มันเจ๋งมาก ตอนเขาถ่ายกันจะมีการตัดต่อไปด้วยหน้ากอง พวกเราเห็นแต่ละช็อตยังร้องว้าว พลังมาทันที มันเป็นความว้าวความเซอร์ไพรส์ทั้งคนดูแล้วก็ตัวนักแสดงด้วยครับ”

อาทิตย์ใส

ครั้งนี้ได้มาร่วมงานกับอีก 3 เสือ เป็นยังไงบ้าง?

โอ้ – “ดีใจมากครับที่ได้มาเล่นกับทุกคน คนแรก ‘คุณเป้ อารักษ์’ เขาเป็นรุ่นพี่แถวบ้านผม โตมาในหมู่บ้านเดียวกัน เป็นรุ่นพี่ที่ผมเคารพ สนิทมาตั้งแต่เด็ก แฮปปี้มากที่ได้มาเล่นด้วยกันซักทีตอนเล่น ขุนพันธ์ 3 ไม่ได้เจอกัน เราถ่ายกันคนละวัน แต่กับ ‘เสือใบ’ ในเรื่องนี้เหยียบเข้ากองถ่ายวันแรกก็เจอเพื่อนบ้านคนนี้ทันที นอกจากจะสู้กันดุเดือดแล้ว เราจะได้เห็นความสัมพันธ์ของ เสือมเหศวร กับ เสือใบ ในมุมที่ไม่ค่อยถูกกันและต้องมาชิงทำภารกิจเดียวกันอีก ได้วัดสกิลการต่อสู้กันในทุกๆ ด้าน แม้กระทั่งในความเป็นแฟชั่นนิสต้า

อาทิตย์ใส

เสือใบจะมีเทสต์เรื่องหน้าผมเต็มที่ มีความเป็นคาสโนว่า แต่เราเป็นเสือสังคม สายนักข่าวการเมือง เจอคนระดับรัฐบาลจนถึงชาวบ้าน การแต่งตัวเสื้อผ้าหน้าผมจะเนี้ยบทันสมัย ลุกส์ผู้ดี ผมมองว่าไม่มีเสือไหนที่จะเป็นแนวแฟชั่นนิสต้าได้เท่าเสือมเหศวรกับเสือใบแล้วครับ

อาทิตย์ใส

กับ ‘พี่เวียร์’ ผมตื่นเต้นมาก เป็นครั้งแรกที่ได้เล่นกับพี่เวียร์ แค่เขาแต่งตัวเดินมาก็รู้สึกว่านี่คือ ‘เสือฝ้าย’ มีความน่าเกรงขาม สุขุม นุ่มลึก หนวดเขาบอดี้เขาอย่างกับประธานาธิบดีอเมริกา ชุดเขาเท่มาก การแสดงและคิวการต่อสู้ไม่มีอะไรต้องห่วงเลย พี่เวียร์เป๊ะมากมืออาชีพ คิวบู๊คิวอารมณ์พี่เวียร์เอาอยู่หมด และสิ่งที่น่ากลัวของเขาคือขาเขานี่แหละครับยาวมาก เหมือนขาเสือมเหศวร 2 ขาต่อกัน จังหวะที่เขาบู๊ ขาเขาจะมาก่อน ไหนจะปืนอีก เสือฝ้ายใช้ปืนยาว ควงเก่ง จังหวะควงต้องหลบให้ดี มีแผลแตกแน่นอน

‘เสือดำ’ ผมชอบคาแร็กเตอร์ ‘พี่โน่’ ในเรื่องนี้มาก มันพลิกความเป็นเสือดำอย่างที่เราเคยเห็นใน ขุนพันธ์ และเชื่อว่ายังไม่มีใครเคยเห็นมุมนี้ของเขา มันยังคงความเท่ ความเฟี้ยว แต่มีมุมความน่ารักของเสือดำ มุมที่ไม่ตึงของเขาอย่างที่เราเคยเห็น ในการทำงานครั้งนี้แฮปปี้มากที่พวกเราได้มาเจอมาทำงานร่วมกัน เป็นการทำงานที่รู้สึกถึงความเป็นทีมเวิร์กที่ดีมากครับ”

อาทิตย์ใส

แล้วการร่วมงานกับ ‘หลิน มชณต’ ล่ะ?

โอ้ – “หลินเขาตั้งใจมาก ตัวจริงมีเสน่ห์ แต่งตัวแบบไหนก็สามารถเปลี่ยนลุกส์ไปตามชุดได้ทุกแบบ พวกเรายังแซวกันว่าค่าใช้จ่ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ ครึ่งหนึ่งหมดไปกับชุดของ ‘รสริน’ ที่หลินแสดง เพราะชุดเขาเยอะมาก ซีนเดียวกันใส่หลายชุดเลยครับ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

แล้วเรื่องนี้มีฉากต่อสู้กันด้วย เป็นฉากที่สู้กันในรถของเสือมเหศวร เป็นบู๊แบบใกล้ชิด ออกแนวสนุกเซ็กซี่นิดๆ ระหว่างการสู้แบบชายหญิง เรามีไปซ้อมคิวนี้โดยเฉพาะกันมาล่วงหน้าซึ่งเราใช้รถอีกคันหนึ่งที่เป็นรถยาวกว่านี้หน่อย แต่พอมาเจอกันวันจริง รถที่เข้าฉากเป็นรถโบราณคันเล็กกว่าที่เคยซ้อมกันมา ตอนบู๊กันแรกๆ ไม่มีอะไร คิวได้เป๊ะ แต่จังหวะที่รสรินสวนกลับด้วยขา หลินเป็นนางแบบขายาว กะระยะผิด ตอนหลบขาเขา หัวผมปักไปกับเหล็กของตัวรถ หัวเกือบแตก ต้องประคบน้ำแข็งเลยซีนนั้น แต่สนุกครับ”

กับตัวละคร ‘หลวงประสาน’ ที่แสดงโดย ท็อป ทศพล เป็นยังไงบ้าง?

โอ้ – “เรื่องนี้ตัวร้ายมาเป็นแก๊ง แซวกันประจำว่าเป็นแก๊งกินเจ เพราะใส่ชุดขาว เนี้ยบ เป็นแฟชั่นนิสต้าอีกแก๊งของเรื่อง จะเท่ เดินกันมาเป็นกลุ่มมาเฟีย ท็อปเป็นคนที่เหมาะกับคาแร็กเตอร์นี้มาก เขาพัฒนาตัวเองให้เข้ากับคาแร็กเตอร์ ‘หลวงประสาน’ จนทำให้ผมรู้สึกเชื่อ รู้สึกถึงความน่าหมั่นไส้ และเขาทำการบ้านมาดี การที่เขาต้องมาเป็นคนปราบเสือทั้งภูมิภาคให้หมดได้ มันต้องไม่ธรรมดา ก็ขอฝากภาพยนตร์เรื่อง เสือ ด้วยครับ ทั้งนักแสดง ทีมงาน ผู้กำกับฯ ทุกคนตั้งใจกับงานนี้มากครับ”

พบความสนุกกับภาพยนตร์ “เสือ” ได้แล้ว ทุกโรงภาพยนตร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน