สองหัวเรือใหญ่ค่าย CHANGE2561 ‘ฉอด’ สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา และ ‘เอส’ วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย จัดกิจกรรม “CHANGE2561 OPEN HOUSE” เปิดบ้านเผยโฉมหน้านักแสดงกว่า 40 ชีวิตในสังกัด Change Artist ที่ผ่านการบ่มเพาะทักษะการแสดงและการทำงานระดับมืออาชีพ
โดยวันนี้สองบิ๊ก ‘ฉอด-เอส’ ได้เผยถึงแนวทางการรับเด็กเข้ามาอยู่ในสังกัด

♦ บ้านหลังใหญ่ขึ้น อ้อมแขนในการดูแลเด็กๆ ก็ต้องกว้างขึ้น เตรียมการยังไงบ้าง?
ฉอด – “ต้องบอกก่อนว่าเราไม่ได้ตั้งใจอยากมีเด็กเยอะๆ เพราะเราต้องแบกรับความฝันของพวกเขา ทุกคนที่มาอยู่ตรงนี้ต่างมีความฝัน อยากมีอนาคตในวงการบันเทิง ซึ่งบริษัทเองก็ต้องดูด้วยว่าเราสามารถสร้างงานได้แค่ไหนที่จะให้เด็กๆ ทุกคนมีงาน”
เอส – “พอนักแสดงเยอะขึ้น อย่างแรกต้องเพิ่มคนดูแลเพื่อรองรับน้องๆ ได้ทั่วถึง นอกจากนี้ก็จะเป็นเรื่องการสื่อสาร เพราะน้องๆ มีเจนที่แตกต่างกัน อย่างตอนนี้เรามีโค้ดเรียกกันว่า แก๊งนมผง ซึ่งเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามา ขณะที่เราก็มีรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อนแล้ว เรื่องวัยมีความต่างเยอะ เขาต้องทำงานร่วมกัน เพราะฉะนั้นคงต้องใช้เวลา”

♦ ในฐานะที่ทำงานกับนักแสดงมาเยอะ พอเห็นแก๊งนมผง รู้สึกเลยไหมว่าพวกเขาจะเปล่งประกาย?
เอส – “เราก็ไม่ได้ตาถึงขนาดนั้น แต่อย่างน้อยจุดเริ่มต้นถ้าเขาทำให้เรารู้สึกเอ็นดูหรือประทับใจในตัวเขาได้จนอยากชวนมาร่วมงาน คิดว่าก็ไม่น่ายาก ถ้าเขาจะทำให้คนอื่นมองเห็นศักยภาพ หรือความน่ารักน่าเอ็นดูในตัวเขา”
ฉอด – “ต้องใช้เวลา ในวันเริ่มต้นของเด็กบางคนย้อนไป 3 ปีที่แล้วอย่างเด็ก PIT BABE วันนั้นก็ยังมองเขาเป็นเด็กน้อย พอ 3 ปีผ่านมาจะเห็นว่าแต่ละคนเติบโตพัฒนามากน้อยแตกต่างกันไป หลายคนพูดว่าวันแรกเด็กพวกนี้เหมือนไม่เจิดจ้า แต่วันนี้ทำไมพวกเขาเจิดจ้าจัง นั่นแหละคือการที่เขาค่อยๆ สั่งสมและพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ แก๊งนมผงก็เช่นกัน พอถึงวันที่ทุกอย่างลงตัวเดี๋ยวความเจิดจ้าฉายแสงก็จะเกิดขึ้นเอง”

♦ น้องๆ ที่เข้ามาใหม่ มีจุดร่วมไหนที่รู้สึกได้ว่าคล้ายกันบ้าง?
ฉอด – “ทุกครั้งที่เราเลือกเด็ก เราตั้งใจอยากเลือกเด็กดี คำว่าเด็กดีเป็นคีย์เวิร์ดที่เราพูดกันเสมอ แล้วก็ไปอยู่ที่ไหนต้องเป็นที่รัก เด็กที่เราสกรีนมายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เราต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และรู้จักกันไป แต่ความตั้งใจพื้นฐาน เราอยากสร้างคนที่ประสบความสำเร็จการแสดงในวงการบันเทิงด้วย แต่ว่าต้องเป็นคนดีที่มีคุณภาพด้วย อันนี้เป็นโจทย์ใหญ่”
♦ พอมีลูกเยอะๆ กลัวไหมว่าคนอื่นอาจจะมอง รักลูกไม่เท่ากัน?
ฉอด – “ต้องเข้าใจก่อนว่าคำว่าเท่ากันเป๊ะไม่มีหรอก แต่คำว่าความรักที่ให้กันไม่ได้หมายความว่ารักแล้วเลยเลือก ในการทำงานไม่ใช่แค่รักอย่างเดียว ต้องมีคำว่าความเหมาะสมด้วย”

•น้องๆ ที่เข้ามาใหม่หลายคนอยู่ในวัยมัธยมปลาย ให้ความสำคัญยังไงบ้าง?
เอส – “เราดีลชัดเจน อันดับแรกการเรียนต้องมาก่อน ไม่ได้หมายความว่าเด็กของเราต้องเรียนดีนะ แต่ต้องมีความรับผิดชอบ เพราะก่อนที่เขาจะมาเจอเรานั่นคือความหวังของคุณพ่อคุณแม่ที่ส่งเสียเลี้ยงดูให้ลูกได้เรียน ฉะนั้นหน้าที่อันดับแรกต้องเรียนให้จบ แต่ถ้าคุณอยากได้รับโอกาสตรงนี้คุณต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นคูณสอง”
ฉอด – “สมมติเคยทำอยู่ร้อยหนึ่ง พอมาทำงานด้วยแล้วจะเป็น 50:50 แบบนี้ไม่ใช่ แต่เราต้องการ 100 กับ 100 ต้องเต็มร้อยให้ได้ทั้งสองอย่างค่ะ”

♦ ฝากแก๊งนมผง?
เอส – “ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนุกสำหรับเราและเขาที่จะเดินไปด้วยกัน ในวันนี้อยากให้เขาคีพเอ็นเนอร์จี้และคีพความเป็นเด็กที่มีความสดใสไว้ เพราะเขาต้องเป็นตัวแทนของการส่งมอบความสุข ถ้าเมื่อไหร่ที่เขามีความสุขกับสิ่งที่เขาทำ เขาจะสามารถส่งมอบสิ่งดีๆ และพลังบวกออกไปได้”
ฉอด – “ในยุคที่วงการบันเทิงมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เราก็มีคำถามว่าแล้ว CHANGE2561 จะมีทิศทางยังไงต่อ แล้วก็มีโอกาสเจอเด็กๆ PIT BABE ก็เริ่มสนุกและทำงานมาเรื่อยๆ จนมาถึงตรงนี้มาเจอตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้ซึ่งจะเป็นอีกเรื่องราวหนึ่ง เพราะเขาแตกต่างกับเด็กโต แต่ก็ทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตในวงการบันเทิงยังมีอะไรสนุกๆ ให้เราได้ทำอยู่ มั่นใจว่าได้สนุกกันยาวๆ แน่นอนค่ะ”