ห่างหายจากงานเพลงมานานกว่า 10 ปี สำหรับ ‘กิฟท์ซ่า’ ปิยา พงศ์กุลภา หรือ ‘กิฟท์ซ่า เกิร์ลลี่เบอร์รี่’ ล่าสุดขึ้นแท่นเป็นศิลปินเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตกับชื่อใหม่ ‘GIFT C YOU’ ปล่อยซิงเกิล “Thailand Dan Smile (ไทยแลนด์แดนสมาย)” Feat. Brownzer พร้อมควบคุมการผลิตด้วยตัวเองในฐานะผู้บริหารค่าย CMM CYSTAL MUSIC & MEDIA

อาทิตย์ใส - ‘กิฟท์ซ่า’กว่าจะตั้งตัวได้ ยอมรับใช้บุญเก่า‘Girly Berry’

โดยวันนี้นักร้องสาวได้มาพูดคุยถึงการทำงานเพลงในครั้งนี้ พร้อมย้อนเล่าถึงการเป็นตำนานเกิร์ลกรุ๊ปไทย “Girly Berry”

อาทิตย์ใส - ‘กิ๊ฟท์ซ่า’กว่าจะตั้งตัวได้ ยอมรับใช้บุญเก่า‘Girly Berry’

♦หายจากการทำเพลงมากี่ปี?

กิฟท์ซ่า – “10 กว่าปี สาเหตุที่กลับมาทำเพราะอยากร้องเพลงอีกครั้ง คือการกลับมาของวง Girly Berry ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่าน เราได้เล่นคอนเสิร์ต ได้เจอแฟนๆ ทั้งแฟนคลับกลุ่มเดิมที่คุ้นหน้า และแฟนๆ ที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้น ช่วงหลังเราไลฟ์สดก็มีแฟนหลายคนที่ไม่เคยรู้จักมาสื่อสารกับเรา ทำให้รู้สึกว่าในเส้นทางการเป็นศิลปินมีทางที่จะเดินไปได้ เราเลยมีไฟที่จะทำขึ้นมา เลยเป็นที่มาของ กิฟท์ ซี ยู (GIFT C YOU) และตกผลึกเพลงแรก Thailand Dan Smile (ไทยแลนด์แดนสมาย) แนว Hip Hop Thai Traditional”

อาทิตย์ใส - ‘กิ๊ฟท์ซ่า’กว่าจะตั้งตัวได้ ยอมรับใช้บุญเก่า‘Girly Berry’

♦กลัวคนจะเปรียบเทียบกับวง Girly Berry ไหม?

กิฟท์ซ่า – “ไม่เลยค่ะ เพลงคนละแนวกันเลย GIFT C YOU เป็นแนวเพลงที่โตขึ้น ทั้งดนตรี วิธีการร้อง เนื้อหาของเพลง แต่ความเป็นเกิร์ลลี่เบอร์รี่ จะเป็นเพลงในยุค 2000 ที่เติบโตมาพร้อมกับหลายๆ คนในยุคนั้น”

♦มีแว้บนึงที่จะเอาเพื่อนๆ มาทำเพลงด้วยไหม?

กิฟท์ซ่า – “เราเคยคุยเรื่องนี้กันมาแล้วก็กลับมาอยู่ร่องเดิม ทุกคนมีสิ่งที่อยากทำ ถ้าแบ่งเวลามาตรงนี้จะไม่ลงตัว ตอนที่กิ๊ฟท์ลุกขึ้นมาทำเพลง ยอมรับว่าตอนแรกกลัว แต่เราต้องเดิน ถ้าเราไม่เดินมันจะถอยหลัง เพราะมีคนที่วิ่งอยู่ตลอดเวลาอยู่ข้างเราเต็มไปหมด”

อาทิตย์ใส - ‘กิ๊ฟท์ซ่า’กว่าจะตั้งตัวได้ ยอมรับใช้บุญเก่า‘Girly Berry’

♦Girly Berry เป็นตำนานเกิร์ลกรุ๊ปไทย?

กิฟท์ซ่า – “ถือว่าเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่อยู่ด้วยกันนานมากที่สุดในประเทศไทย เรามีเพลงใหม่ตลอด ทำอัลบั้มใหม่ตลอด 13 ปีที่อยู่ด้วยกันมา ไม่มีใครทะเลาะหรือบาดหมางกัน เพราะมันเลยจุดนั้นมาแล้ว จริงๆ อัลบั้มที่แจ้งเกิด Girly Berry คืออัลบั้มที่สอง

อัลบั้มแรกจะเน้นดนตรีที่มีความสนุก มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานศิลปินยุคนั้น แต่อัลบั้มสองมองว่าตัวเรามีสิ่งที่เราชอบ เพลงฟังสบาย เต้นได้ เพลงน่ารักๆ เสื้อผ้าหน้าผมอยากได้แบบสบายๆ เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้น และอยากไปถ่ายทำเอ็มวีที่สยาม เพราะเติบโตมาจากตรงนั้น ตอนนั้นอายุ 19 เราพยายามนำเสนอสิ่งนั้นให้กับทีมเพลงกับค่ายจนออกมาเป็นอัลบั้มที่สอง Very Girly พอทีเซอร์ ตุ๊มต่อม เพลงแรกของอัลบั้มนี้ออกมาไม่กี่ชั่วโมงคนพูดถึงหมดเลยทั่วประเทศ สื่อทุกที่เล่นข่าวหมด จนหลายคนคิดว่าอัลบั้มนั้นเป็นอัลบั้มแรก”

♦รับมืออย่างไรกับชื่อเสียงที่เกิดขึ้น?

กิฟท์ซ่า – “ตอนนั้นเรามีค่าย ค่ายจะบอกวิธีการรับมือ สำหรับ Girly Berry ตอนนั้นเป็นกราฟขึ้นไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาหลายปี ไม่คิดเหมือนกัน แค่รู้สึกว่านี่เหรอชื่อเสียง นี่เหรอคือความนิยม พยายามเรียนรู้มัน ด้วยเราอายุไม่ได้เยอะมาก แต่ละคนก็จะมีวิธีในการรับมือหลากหลายรูปแบบ

ตอนนั้นมันคือทัวร์ลง บวกกับความนิยม บวกกับการเป็นกระแสสังคม เพราะข่าวเล่นหมด เรามองข้ามคำวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบ ทำงานไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุด เป็นงานโชว์บวกกับการออกสื่อ เป็นอย่างนั้นมาประมาณ 5 ปี และเมื่อไหร่ที่ออกซิงเกิลใหม่ งานก็จะยิ่งแน่นมากขึ้น”

อาทิตย์ใส - ‘กิ๊ฟท์ซ่า’กว่าจะตั้งตัวได้ ยอมรับใช้บุญเก่า‘Girly Berry’

♦ณ ตอนนั้นทุกซิงเกิลที่ออกมา จะถูกติงเรื่องความเซ็กซี่ แต่ทุกครั้งที่ออกซิงเกิลใหม่ ก็จะเซ็กซี่เพิ่มขึ้น?

กิฟท์ซ่า – “ไม่แผ่วเลย คำวิพากษ์วิจารณ์ Girly Berry คนที่ว่าเป็นคนที่ดู คนที่ด่าคือคนที่ซื้อ แต่พอมีงานจ้างไปผับต่างๆ เขาก็ไปรอดูกัน พอเป็นอย่างนั้น ถ้าเขาชอบในมุมมองของความเซ็กซี่ของความเป็น Girly Berry เราก็นำเสนอสิ่งนั้น

พวกเราสี่คนโตบนรถตู้ เลี้ยงด้วยอาหารสะดวกซื้อ เราเพิ่งจะได้มาใช้เงินกันตอนหลังนี่เอง ถามว่า 4 คนมีหยุมหัวกันไหม ก็มีหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ที่มีชื่อเสียง เพราะแต่ละคนมีวิธีการรับมือไม่เหมือนกัน หลายครั้งมีเพื่อนในวงทำตัวไม่เหมาะสม เราก็จะว่าจะพูดกันตรงๆ ตอนเด็กพลังมันเยอะ เวลาจะว่าเราจะไม่มีความเกรงใจกัน แต่สิ่งที่ทำให้พวกเราอยู่ร่วมงานด้วยกันได้นาน เพราะเราข้ามจุดที่จะมาโกรธกันเรื่องของคำพูด”

อาทิตย์ใส - ‘กิ๊ฟท์ซ่า’กว่าจะตั้งตัวได้ ยอมรับใช้บุญเก่า‘Girly Berry’

♦เริ่มรู้สึกว่าวง Girly Berry อาจจะไม่ได้ไปต่อตอนไหน?

กิฟท์ซ่า – “เริ่มจะมีสิ่งที่แต่ละคนอยากทำ ไปทำเรื่องส่วนตัวกัน เรื่องวงกลายเป็นเรื่องรอง ทำให้ปีท้ายๆ ที่ทำซิงเกิลฟีเจอริ่ง บวกกับสถานการณ์วงการเพลงเริ่มเปลี่ยนแปลง เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากอะนาล็อกมาเป็นดิจิตอล พอดิจิตอลปรับเร็วขึ้น จากซีดีมาเป็น MP3 จากสิ่งที่จับต้องได้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ มันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในแง่ธุรกิจ และเราโตขึ้นแล้วจะทำยังไงต่อ หลายองค์ประกอบรวมกัน อยู่แบบไม่ค่อยมีเวลากันประมาณปีที่ 7 แล้วเรามานั่งคุยกันตกลงกันว่าเราจะไม่เซ็นสัญญาต่อในปีที่ 13 แล้วก็แยกย้ายกันไปในเส้นทางของตัวเอง”

♦วันที่ไม่มีวง Girly Berry เป็นอย่างไรบ้าง?

กิฟท์ซ่า – “มันยากมาก ตอนแรกคิดว่าเราขนาดนี้ ไม่มีค่าย เราต้องทำได้สิ แต่พอเอาจริง เราต้องเริ่มใหม่หมดในเส้นทางนักแสดง รู้จักคนใหม่ ทำตัวแบบใหม่ เป็นนักแสดงทำตัวคนละแบบกับศิลปิน ศิลปินจะมีความเป็นตัวของตัวเองได้ แต่นักแสดงเขามีบล็อกของนักแสดงอยู่ เราต้องปรับตัว สามารถพูดได้เลยว่า เราอาศัยชื่อการเป็น Girly Berry ในการทำงานต่อในวงการบันเทิง เราหมดสัญญากับค่ายตอนอายุ 35 ปี หลังจากนั้นที่เราทุ่มกับงานแสดง เราใช้บุญเก่า ใช้ความเป็น Girly Berry

ช่วงนั้นไม่มีอะไรลงล็อก แล้วเราจะเอายังไงดีกับเส้นทางในวงการบันเทิง เราอยากเป็นนักแสดง แต่เริ่มต้นช้า แล้วช่องมีการสร้างเด็กของตัวเอง ถ้าบทเด่นๆ ช่องจะใช้เด็กตัวเอง ทุกอย่างดูไม่ถูกที่ถูกเวลา ไม่เหมือนตอนออกซิงเกิล ตุ๊มต่อม ตอนนั้นเป็นไทม์มิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต มันเป็นช่วงเวลาที่เราต้องต่อสู้อยู่ 5 ปี มีช่วงนึงที่หายจากวงการไปเลย ไม่รู้เป้าหมาย ใช้บุญเก่ามาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งมันหมด เราหาทางที่จะยืนอยู่บนเส้นทางบันเทิงได้ไม่โดดเด่น กลายเป็นว่าเราจมไปเลย”

อาทิตย์ใส - ‘กิ๊ฟท์ซ่า’กว่าจะตั้งตัวได้ ยอมรับใช้บุญเก่า‘Girly Berry’

♦จากเคยอยู่จุดสูงสุด แล้วต้องมาอยู่ตรงจุดที่แทบไม่มีตัวตนอยู่ในวงการ ตอนนั้นรู้สึกอย่างไร?

กิฟท์ซ่า – “รู้สึกว่าเราอาจจะสู้คนอื่นไม่ได้แล้ว หรือเราอาจจะโตไปแล้ว จนลุกขึ้นมาทำธุรกิจ มาเรียนรู้ กว่าจะจับทางได้ก็นาน ธุรกิจเริ่มต้นได้ 4-5 ปี ทำหลายธุรกิจ เริ่มพร้อมกันหมด พอเราออกมาจากจุดที่เป็นนักร้องแล้วมาทำธุรกิจ โชคดีที่เจอที่ปรึกษาทางนี้โดยเฉพาะ เขาแนะนำในสิ่งที่เราไม่รู้ ตอนที่เริ่มต้นมันลำบากกว่าวันที่เราไม่มีงานอีก เพราะในวันที่ไม่มีงาน เราอยู่เฉยๆ ไม่ต้องสู้กับอะไรเลย เราสู้มาอย่างหนัก 2 ปี

มีธุรกิจหนึ่งที่เราจับขึ้น คืองานอีคอมเมิร์ซ เริ่มต้นจากการที่คนอาจมองเราเป็นแม่ค้าไลฟ์สด แล้วเราค่อยๆ กระจายโอกาสทางการทำงานธุรกิจออกจากการไลฟ์สด ทำตลาดดิจิตอล การทำสังกัดครีเอเตอร์ การบริหารงานต่างๆ มากขึ้น และงานอื่นๆ เช่น การทำซอฟต์แวร์ การทำไอที หรืองานในส่วนของการทำเทคโนโลยีอื่นๆ อีกที่ตอนนี้ไม่สามารถพูดได้

อาทิตย์ใส - ‘กิ๊ฟท์ซ่า’กว่าจะตั้งตัวได้ ยอมรับใช้บุญเก่า‘Girly Berry’

ในเมื่อเราทำโอกาสให้เกิดขึ้นแล้ว มันก็มีการต่อยอดไปได้อีก นาทีนี้ต้องเดินหน้าเท่านั้น ห้ามหยุด ไม่มีเวลาให้ล้ม ถ้ารู้ตัวว่าล้ม ตัวใกล้แตะพื้นแล้ว ต้องหาทางดีดตัวขึ้นมาค่ะ”

♦ชีวิตความรักของกิฟท์ซ่าก็หวือหวาพอสมควร?

กิฟท์ซ่า – “ชีวิตความรักคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ตื้นลึกหนาบาง แต่ที่ผ่านมาก็โอ้โหอยู่ งงเหมือนกันว่าชีวิตเรามีอะไรคุยเยอะเหมือนกัน ชีวิตความรักครั้งเก่ามันผ่านไปแล้ว ความรักครั้งใหม่ก็ยังมาไม่ถึงค่ะ ยอมรับว่าตัวเองปิด หลายๆ ครั้งที่มีคนขายขนมจีน แต่เราเลือกเซย์โน”

♦เพราะอะไร?

กิ๊ฟท์ซ่า – “เวลาค่ะ เวลาพอมันผ่านไปแล้วไม่สามารถย้อนกลับไปได้ ในการตัดสินใจอะไรต่างๆ ในชีวิตมันคือความรับผิดชอบของเรา เพราะฉะนั้นในวันนี้ที่เราจะเดินไป เราจะเดินไปแบบไหน อยากเป็นอะไร อยากทำอะไร แล้วเราอยากจะสร้างความภาคภูมิใจให้ตัวเราเองหรือพ่อแม่เราแบบไหน เราเลือกที่จะเดินแบบนั้น

ความรักตอนนี้ปล่อยให้เป็นเรื่องอนาคต ทุกวันนี้เอาความบันเทิงของเราไปอยู่ที่ศิลปินบางคน หรือหนังบางเรื่อง ได้ดูเขาผ่านหน้าจอก็พอแล้ว พอเราทำงานเราก็ปิด เก็บเขาไว้ก่อน แค่นี้ชีวิตเราก็มีความสุขได้ค่ะ”

อนงค์ จันทร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน