แม่ชม-ชมพู่ อารยา สอนลูกให้เข้าใจโลกความเป็นจริง เห็นคุณค่าชีวิต แซวน้องเกล รักสวยรักงามเป็นพักๆ จำเก่ง ทึ่งเลียนแบบท่าทางแม่เป๊ะ

แม่ชม

คู่แม่ลูกซุปตาร์ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต และ “น้องเกล” แอบิเกล รังสีสิงห์พิพัฒน์ ร่วมงาน Grand Opening Celebration “MELAND” เปิดสวนสนุกในร่มสุดล้ำระดับโลกจากประเทศจีน ณ MELAND ฝั่งนอร์ธ ชั้น 5 สยามพารากอน

พร้อมให้สัมภาษณ์ โดยแม่ชม เผยช่วงนี้ น้องเกล ลูกสาว อินโหมดสะบัดผม รักสวยรักงามเป็นพัก ๆ พร้อมเล่าเรื่องการเลียนแบบแม่เก็บท่าทางรายละเอียดเป๊ะ จนน่าทึ่ง พร้อมเปิดใจการเลี้ยงลูกให้เข้าใจโลกความเป็นจริงและเห็นคุณค่าชีวิต

แม่ชม

วันนี้เกลจับผมสะบัดผมตลอด? “ใช่ ช่วงนี้ฮิตสะบัดผมไม่รู้ทำไม ช่างผมประจำตัวเขาวันนี้อยากจะปล่อยผม วันนี้แม่ก็อยากปล่อยผมด้วย เกลนางทำผมเสร็จก็ส่องกระจกใหญ่เลย แล้วก็เดินมาเช็คด้วยว่าแม่ทำทรงไหน”

รักสวยรักงามเป็นแล้ว? “เป็นพักๆ เขามีหลายโหมด บางทีก็หญิงๆ ลุกขึ้นมาทำเหมือนแต่งหน้า คือเขาเลียนแบบเก่งมาก เลียนแบบเหมือนเวลาเขาทำท่าอะไรอย่างนี้มันคือมาก แต่ว่าบางทีก็อยากเหมือนพี่ชาย อยากบอยๆ”

แม่ชม

เวลาเขาเลียนแบบแม่ เรารู้สึกเหมือนเห็นตัวเองมั้ย? “ไม่หรอก เราจะทึ่งในการเก็บรายละเอียดของเด็กมากกว่า เขาเห็นพู่กันอันนี้เขารู้ว่าพู่กันทาตา อันนี้ปัดคิ้ว อันนี้อายแชโดว์ ทั้งๆ ที่ไม่เคยพูดไม่เคยสอน เวลาชมทำงานส่วนมากจะแต่งหน้าที่บ้าน ช่างก็จะมาที่บ้านกัน เขาก็คงสังเกตเก็บรายละเอียด”

เกลจำเก่ง? “ชมว่าอันนี้เขาจะคล้ายๆ พายุ เขาทำท่าอะไรเหมือน เขาเป็นคนสังเกตท่าทางแล้วเวลาเขาทำแล้วมันคืออ่ะ”

กังวลมั้ยเวลาไปโรงเรียนแล้วเขาจะจำอะไรจากข้างนอกมา? “ก็จะมีบ้างค่ะว่าอะไรที่ไม่น่ารักแล้วก็เราทำกับคนอื่นไม่ได้ คนอื่นเขาก็เป็นลูกมีพ่อมีแม่เหมือนกัน อย่างนี้ไม่น่ารักนะ ทำแบบนี้คุณแม่จะโดนว่านะ เขาจะมาว่าแม่ได้นะ นี่ก็เป็นเหตุผลที่เราส่งลูกต้องไปโรงเรียน เราก็ต้องให้เขาไปเจอสังคมอื่นที่ไม่ใช่แค่พวกเราครอบครัว ไม่ได้อยู่แค่โลกของเรา ไม่ว่าจะยังไงก็ให้อภัยกัน บางทีไปเจอเด็กด้วยกันมีเล่นกันมีตอบโต้กัน แกแรงมาฉันแรงกลับ อันนี้มันคือชีวิตจริง มันก็ต้องไปเจอแบบนี้บ้าง เขาจะได้เรียนรู้ว่าเวลาการเข้าสังคมมันต่างจากเวลาอยู่ที่บ้านยังไง”

แม่ชม

เขาได้มาเล่าให้ฟังว่ามีเพื่อนมาผลักมั้ย แล้วเราอธิบายังไงเขาแค่มาชน ไม่ได้มาแกล้ง? “คือเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แล้วบางทีเด็กเล่าเรื่อง เราก็จะไม่รู้หรอก เขาก็จะมาเล่าในมุมของเขา เราก็แค่บอกว่าถ้ายูไม่แฮปปี้กับพฤติกรรมแบบนี้ ยูก็บอกเขา หรือว่ายูก็ไม่ต้องเล่นกับเขาสิ แต่ส่วนมากก็เล่นด้วยกันทุกวัน”

วันนี้มาเล่าเสร็จ พรุ่งนี้ก็เหมือนเดิม? “ใช่เพราะว่าเรามีประสบการณ์ตั้งแต่พี่สายพี่พาแล้ว แม่ เพื่อนอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ก็เล่นด้วยกัน ก็เหมือนกันเหมือนลูกเราที่เป็นพี่น้องก็ฟ้องกัน”

ความเป็นแม่ไม่ขึ้นใช่มั้ย? “ชมว่าชมดูบริบทอ่ะค่ะ แต่ว่าเด็กมันก็คือเด็ก บางทีเขาบอกว่าคนนี้พูดอย่างนี้ใส่เขา เราจะไปห้ามคำพูดคนมันเป็นไปไม่ได้ อันนี้มันก็เป็นภูมิคุ้มกันที่เขาต้องเจอเพราะในชีวิตจริงเราจะไปห้ามปากคนไม่ให้ โตไปมันก็ต้องเจอคนแบบ…ชมก็ไม่ได้แบบ ว้าย ทำไมมาบูลลี่ลูกฉัน มันเด็กอ่ะ ถูกมั้ย ชีวิตจริงยิ่งกว่านี้อีก”

อยากให้เขาจัดการด้วยวิธีของเขาก่อน? “ใช่ค่ะ ถ้าเราไม่ชอบที่เขาพูดแบบนี้ ก็บอกเขาไปว่าไม่ชอบ ถ้ารู้สึกว่ามันนอกเหนือการควบคุม ยูก็ไปบอกครู”

หนักใจเรื่องอะไรมั้ย เวลาเขาอยู่ไปโรงเรียน? “ไม่ค่ะ ตอนนี้ไม่ได้มีอะไรขนาดนั้น ถึงแม้ว่าโรงเรียนจะสนุก จะชอบ แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีแล้วที่แบบ อยากอยู่กับแม่กับป้าเจี๊ยบมากกว่า มีต่อรอง บางทีเช้ามาวันนี้วันหยุด ไม่ใช่ วันนี้ไม่ใช่วันหยุดค่ะ วันนี้เธอต้องไปเรียน แต่ว่าถ้าวันไหนมาทำงาน เขาจะรู้ว่าอย่างวันนี้ได้หยุดเรียน เขาจะดีใจนิดนึง วันที่เขาทำงานคือวันที่เขาได้อยู่กับแม่กับป้าทั้งวัน”

“คือไม่ใช่ว่าโรงเรียนไม่สนุก ชมว่ามันก็สนุกก็สมวัยสำหรับเขา มันก็เป็นสังคมที่เขาต้องเรียนรู้การเข้าสังคมจากคนที่มาจากหลากหลายที่มา แต่เราก็เข้าใจว่าการที่เราเอาลูกเรามาทำงาน เขาก็เจอคนเยอะก็สนุกแบบของเขา”

ถามถึงเรื่องที่เราเคยตอบว่า ไม่ให้ลูกไปพูดบอกใครว่าบ้านรวย คนก็ชื่นชมวิธีการสอนลูกของเรา? “ไม่ได้ยังไงค่ะ คือมันเป็นไปตามธรรมชาติ ชมก็แค่อยากให้เขาเข้าใจว่ามันมีคนที่มีมากกว่าเราอีกเยอะ แล้วก็ในขณะเดียวกันคนที่ไม่ได้โชคดีเหมือนเรา อย่างเวลาที่เขาได้รับอะไร หรือว่าบางทีเหมือนเด็กมันอิดออดมันบ่น เราก็จะมีบ้างแหละที่ว่าสมัยแม่ แม่ไม่มีแบบนี้นะ ตอนไอเด็กๆ ไอไม่ได้เรียนโรงเรียนดีๆ แบบยู ไอนั่งรถเมล์ ไอไม่ได้นั่งรถตู้อัลพาร์ด แล้วยูเห็นมั้ยเด็กเขานั่งรอพี่เขานั่งรอรถเมล์

หรือว่าบางทีเขาอิดออดเรื่องไปซ้อมกีฬา เราก็บอกว่าเอามั้ยเดี๋ยววันหลังให้เรียกรถไปเอง ให้นั่งรถไปเอง คือให้รู้ว่าโอเคมันมีคนที่เขามีมากกว่าเรา แต่ขณะเดียวกันก็ให้เห็นคุณค่าว่าเราก็โชคดี ไม่ต้องไปพูดให้คนที่เขาไม่ได้มีเท่าเราเขารู้สึกย่ำแย่หรือไปทำลายความรู้สึกคนอื่น ก็เอาเป็นว่ายูแฮปปี้กับสิ่งที่เป็นตอนนี้แล้วรู้ไว้ว่ามันดี เพราะว่าตอนพ่อกับแม่ก็ไม่ได้สบายแบบนี้”

แล้วเขาเข้าใจหรือมีคำถามอะไรมั้ย ที่สอนเขาไป? “ชมว่าบางทีเข้าใจมันเป็นเรื่องของการจำ คือชมเข้าใจแหละว่าบางเรื่องมันอาจจะต้องพูดซ้ำ ซึ่งเราไม่ใช่คนชอบพูดซ้ำ แต่ว่าเด็กพอมันไม่ได้อยู่ในสถานการณ์แบบเรามาพูดไปยังไงมันก็ไม่เข้าใจหรอก เหมือนเราไม่มีวันเข้าใจว่าเพื่อนเราที่อยู่อีกครอบครัวหนึ่งเขาเป็นยังไงเพราะว่ามันไม่ใช่ประสบการณ์ตรง แต่ว่ามันก็ต้องพูดอ่ะ”

กังวลมั้ยที่มีคำว่าสังคมหล่อหลอม เวลาเขาไปเจอสังคม? เชื่อว่าถ้าให้เวลาแล้วก็ใกล้ชิดกัน ยังไงกลับมาบ้าน เขาก็ยังเป็นลูกของเรา เชื่อแบบนั้น ทุกวันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ชมให้เวลามากที่สุดก็คือเรื่องนี้แล้วก็เรื่องครอบครัวหลังจากนั้นก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีเพื่อที่จะได้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดที่จะอยู่ดูแลเขาได้ เป็นเพื่อนไปกับเขาได้”.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน