ได้ชาลเลนจ์ตัวเองกับการสวมบท ‘ALEX KIM’ ไอดอลเกาหลีในภาพยนตร์ “ดีว่า…ราวี” โดยหนุ่มสุดฮอต ‘เก่ง’ หฤษฎ์ บัวย้อย รู้สึกขอบคุณผู้กำกับฯ ‘เติ้ล’ กิตติภัค ทองอ่วม ที่โยนโจทย์ยากนี้มาให้

♦เป็นยังไงกับบท ALEX KIM?
เก่ง – “เป็นบทบาทที่ท้าทายและตื่นเต้นมาก ผมคิดว่าตอนเล่นวิมานหนาม ตอนที่เล่นพ่อครูเกือบทำทุกอย่างแล้ว แต่เจออันนี้แปลกใหม่มาก ไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาทำอย่างที่ทุกคนเห็น อย่างเรื่องเต้น ผมเต้นแทบไม่ได้เลย พอเป็น ALEX KIM ต้องเต้นเก่งมาก บุคลิกเขามีความเป็นไอดอล น่ารัก ไม่ถือตัว เข้าถึงง่าย คนที่อยู่รอบข้างสามารถรับเอ็นเนอร์จี้บวกได้ทั้งหมด”

♦ ย้อนกลับไปตอนพี่เติ้ล กิตติภัค ชวนมาแคสต์ รู้สึกยังไงตอนนั้น?
เก่ง – “ตอนนั้นเป็นช่วงที่กำลังถ่ายซีรีส์ เขมจิราต้องรอด รู้สึกเป็นอีกพาร์ตที่ท้าทาย เพราะเป็นพาร์ตที่เป็นไอดอลเกาหลี คาแร็กเตอร์มันค่อนข้างแตกต่างจากบทที่เรารับมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นจิ่งนะ ใน วิมานหนาม หรือ พ่อครู ใน เขมจิราฯ ก็เลยอยากชาลเลนจ์ตัวเอง ที่สำคัญอยากร่วมงานกับพี่เติ้ลมาก เป็นอีกหนึ่งคนที่รู้สึกว่าทำงานด้วยน่าจะสนุกมาก”

♦ การรับบทไอดอลเกาหลี เริ่มกระบวนการยังไง?
เก่ง – “เริ่มตั้งแต่อินสปายเรชั่น คอนเซ็ปต์ บุคลิก ท่าทาง การพูด ความมั่นใจ ต้องอยู่ในตัวผมทั้งหมด ซึ่งเวิร์กช็อปนานมาก ในเรื่องจะมีการพูดสำเนียงเกาหลี ซึ่งผมจะดูพี่จองคัลแลน รู้สึกเขาพูดสำเนียงน่ารัก เป็นคนเกาหลีที่พูดไทยเก่งมาก มีความเป็นไทยเยอะมาก ส่วนบนสเตจอินสปายเรชั่นก็หยิบยืมจากพี่แจ็คสัน หวัง เพราะเขาเป็นคนมีความมั่นใจ มีความเป็นไอดอล น่ารัก เข้าถึงง่าย ไม่ถือตัว ซึ่ง ALEX KIM ก็เป็นภาพแบบนั้น”

♦ ความยากง่ายบทนี้?
เก่ง – “ยากทุกพาร์ต อย่างแรกความยากเรื่องการแมนเนจ เพราะเป็นจุดที่เราต้องถ่ายเขมจิราฯ ไปด้วย แล้วก็ต้องถ่าย ALEX KIM ไปด้วย ตอนแรกที่รับ รู้สึกว่าใจหนึ่งจะทำได้หรือเปล่า แต่ใจหนึ่งก็สู้เต็มที่ ก็แบ่งพาร์ตเลย เสาร์-อาทิตย์ไปเวิร์กช็อป จันทร์-ศุกร์ถ่ายเขมจิราต้องรอด
ความยากอีกอย่างคือเรื่องภาษา เพราะเป็นภาษาไทยที่มีสำเนียงเกาหลี วิธีการออกเสียงแตกต่างกัน ก็ได้ครูมาช่วย บนสเตจก็ยาก ในพาร์ตความเป็นไอดอลผมต้องนั่งคุยกับทุกส่วนในร่างกายแทบจะตลอด เป็นช่วงที่ฝึกหนักมาก เป็นพาร์ตที่ท้าทาย มันคือไอดอลเกาหลี อย่างที่เรารู้ว่าไอดอลเกาหลีใช้เวลาเทรนมา 7-8-9 ปี แล้วด้วยระยะเวลาการซ้อมการเวิร์กช็อปของเรามันต้องทำให้ได้เพอร์เฟ็กต์ที่สุดเท่าที่จะทำได้”

♦ แสดงว่าพี่เติ้ลไม่อยากได้แค่มุมกล้อง?
เก่ง – “ใช่ครับ จะต้องทั้งร้องทั้งเต้น อย่างเพลงที่ร้องชื่อเพลง BEAST เป็นเพลงที่แบ่งพาร์ตในการร้องค่อนข้างเยอะ มีทั้งไฮโน้ต ทั้งแร็พ ทั้งโวคอล ใช้เวลาอัด 14-15 ชั่วโมง ได้โปรดิวเซอร์จากมาเลเซีย
ตอนเห็นคือไม่รู้ว่าจะทำการบ้านพาร์ตไหนดี น่าจะเป็นพาร์ตภาษาอังกฤษก่อน เพราะผมไม่เก่งภาษาอังกฤษขนาดนั้น แล้วก็มีพาร์ตภาษาเกาหลีด้วย ต้องไปทีละพาร์ตๆ ต้องแกะเป็นภาษาคาราโอเกะทีละคำแล้วค่อยเอามาประกอบกัน
เรื่องโน้ตเราพอจะทำได้อยู่แล้ว แต่เรื่องออกเสียงค่อนข้างยาก และก็เรื่องแร็พอีก เพราะมันใช้ช่องเสียงเยอะ เป็นแร็พที่ยาก ซึ่งพี่เติ้ลบอกอย่างเดียวว่าพี่เชื่อมั่นในตัวเก่ง ก็กดดันนิดนึงครับ แต่รู้สึกเป็นความท้าทาย แล้วก็ขอบคุณพี่เติ้ลมากๆ ที่ไว้ใจในตัวผม ให้เล่นตัวละครนี้”

♦ พี่เติ้ลให้ทำจริงหมดเลย ไม่มีมุมกล้อง ไม่มีสแตนด์อิน?
เก่ง – “ไม่มีเลย ผมรู้สึกว่าพอเราได้รับมอบหมายมาก็อยากทำให้เต็มที่ก่อน ถ้าอยากขอความช่วยเหลือเดี๋ยวเราบอกเอง ถือว่าผมโชคดีที่เจอคนที่โยนโจทย์มาให้เรา และเรารู้สึกท้าทายกับสิ่งที่จะทำ”
♦ เรื่องนี้นักแสดงเยอะมาก เป็นยังไงบ้าง?
เก่ง – “ดีใจที่ได้เจอพี่ๆ หลายคนมากๆ พี่ปิงปอง (ธงชัย) พี่นินิว (เพชรด่านแก้ว) พี่แจ็คกี้ (ชาเคอลีน) ผมเรียกว่าเป็นน้องน้อยดีกว่า เป็นน้องเล็กรองจากน้องนุนิว (ชวรินทร์) พี่ๆ เอ็นดู มากองนี้ไม่ได้หลับเลย รู้สึกสนุก เพราะพี่ๆ เล่นมุขกันตลอดเวลา ไม่รู้เหมือนกันว่าเขามีคลังคำศัพท์หรือมุขเยอะอะไรขนาดนั้น มาแล้วก็เหมือนที่เราคิดเลยว่าพี่ๆ ต้องเอ็นเตอร์เทนดีแน่ๆ แต่คาแร็กเตอร์ของเราต้องนิ่ง บางทีก็มีหลุด เป็นโปรเจ็กต์ที่ผมรู้สึกว่าผมยิ้มเยอะที่สุดแล้ว”
♦ สุดท้าย?
เก่ง – “ก็ขอฝาก ดีว่า..ราวี ด้วยครับ ยังไงก็ไปดูกันเยอะๆ เข้าฉายแล้วทุกโรงภาพยนตร์”