ลิฟท์ สุพจน์ ไม่อยากให้คนชมลูกเกินไป กลัวเหลิง เผยเหตุแยกห้องนอนกับภรรยา – เสียใจโดน “คนใกล้ตัว” โกงเงินกว่า 3 แสน

หลังจากกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียลช่วงลอยกระทงที่ผ่านมา คนแห่ชมลูกสาวของ ลิฟท์ สุพจน์ จันทร์เจริญ ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ควง น้องพราว ลูกสาววัย 15 ปีมาออกรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องOne31 พร้อมเล่าถึงความสัมพันธ์พ่อลูก และเหตุผลที่ไม่อยากให้ลูกสาวเข้าวงการเพราะอะไร รวมไปถึงข่าวลือเตียงหักแยกห้องกันอยู่กับภรรยา และประเด็นที่หลายคนสงสัย หลังจากเจ้าตัวโพสต์ว่าโดนคนใกล้ตัวโกงเงิน

ล่าสุดรูปลอยกระทงด้วยกัน คนแชร์เยอะมาก?

ลิฟท์ : มีทั้งคนชม ซึ่งเราก็มองว่ามีทั้งด้านดี มีคนชมว่าลูกน่ารัก โตทันพ่อแล้วนะ พ่อก็ต้องไว้หนวดแล้วนะ คือพ่อพกปืนอย่างเดียว (แต่เราก็ไม่ชอบให้ใครมาชมว่าลูกเราน่ารัก?) ก็คือเราไม่อยากให้เขาเหลิง เข้าใจว่าเวลาอยู่ดีๆ มีคนมาชมเขาเยอะ เขาอาจจะลืมตัว ว่ามีคนมาชมเยอะ เราก็จะมองในมุมนั้นไป

น้องพราว : ซึ่งเราก็ไม่ได้เป็น

ลิฟท์ : ถามว่าเราสอนลูกยังไง คือคำชมก็เป็นเหมือนกำลังใจ แต่เวลามาคอมเมนต์ทางด้านลบ มันก็เป็นภูมิคุ้มกันของเขา เพราะว่าชีวิตจริง เหรียญไม่ได้มีอยู่ด้านเดียว มันมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งบางทีก็ให้เขาเจออะไรแย่ๆ บ้าง ให้เขามีประสบการณ์ มีภูมิคุ้มกันของตัวเอง

ในมุมด้านลบ เขาก็อาจจะมีเปรียบเทียบ อาจจะเมนต์ว่าทำไมลูกสวยน้อยจังเลย คือไม่ได้พ่อแม่เลย ซึ่งมันก็มีอยู่ เราก็สอนลูกไปว่าต้องเรียนรู้กับชีวิตของเรา เพราะชีวิตของเรามีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบเรา ฉะนั้นคนที่ไม่ชอบเรา เราก็ปล่อยผ่าน มันก็เป็นประสบการณ์เพราะว่าไม่มีใครชอบเราร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไม่มีใครเกลียดเราร้อยเปอร์เซ็นต์

พราว : ซึ่งพอเราเจอคอมเมนต์แบบนี้ เราก็ปล่อยผ่าน ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะว่าเรายังเด็กอยู่

ลิฟท์ : การที่เราสอนลูกแบบนี้ เพราะว่าเราโดนมาก่อน อย่างเมื่อก่อนมันไม่ได้มีเยอะขนาดนี้ เพราะว่ามันไม่ได้มีคอมเมนต์ แต่ยุคสมัยนี้ เราเห็นหมดทุกอย่าง และยิ่งไปตอบโต้ ยิ่งไปใส่ใจมากเท่าไหร่ สุดท้ายผลนั้นมันก็อยู่กับตัวเรา

คอมเมนต์ไหนที่มันแรงเกินจนคนเป็นพ่ออย่างเรารับไม่ได้?

ลิฟท์ : ยังไม่มีถึงขั้นนั้น แต่ถ้ามันมี อย่างน้อยเราก็แค่บล็อก ยังไม่ถึงขั้นไปฟ้องร้อง

แต่ที่เราเห็นมา กับคอมเมนต์ หน้าตาดีไม่เท่าพ่อเลย?

ลิฟท์ : ยังไง พ่อก็หน้าตาดีกว่าลูกอยู่แล้ว

พราว : (ตี ท้องพ่อ) เคืองป๊า

ลิฟท์ : เขาชอบว่าผมตลอด ว่าทำไมป๊าแก่จัง ว่าทำไมป๊าอ้วนจัง

พ่อหวงเราไหม?

พราว : หวงมากค่ะ คือถ้าจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน ต้องรายงานตลอดว่าอยู่ไหนบ้าง ป๊าไม่อยากให้นั่งรถคนเดียว มันดูอันตราย

ลิฟท์ : ปกติเขาไปเที่ยวไหนเราจะขับรถไปส่งไปรับ แต่วันนี้เค้าอายุ 15 และอีกไม่กี่ปีเขาก็ต้องเข้ามหาวิทยาลัย เขาต้องเดินทางเอง ต้องใช้ชีวิตเอง และถ้าไม่ปล่อยให้เขาเรียนรู้ตั้งแต่ตอนนี้ อนาคตเขาก็จะลำบาก เลยลองเปิดใจดูว่าลองให้เขาเดินทางเอง

แล้วเรื่องหนุ่มๆ มีคนเข้ามาจีบไหม?

ลิฟท์ : มันเป็นเรื่องปกติ เขาอายุ 15 พอย้อนกลับไปตอนที่เราอายุเท่าเขา เรื่องพวกนี้มันก็ต้องมี มันเป็นเรื่องปกติของเด็กวัยรุ่น แต่เราก็ค่อยๆ สกรีนเขามากกว่า ถ้ามีคนมาจีบ ก็ให้อยู่สถานะเป็นเพื่อน

พราว : (ส่ายหัว พร้อมยิ้ม)สิ่งที่พ่อห้าม ส่วนมากป๊าจะบอกว่า ถ้าไม่จริงจังกับเขาก็ไม่ควรไปคุยในเรื่องส่วนตัวกับเขา

ลิฟท์ : ถ้ายังไม่ชัวร์ ก็ให้เป็นเพื่อนกันไปก่อน เพราะว่าป๊ากับมี๊ เริ่มเป็นแฟนกันก็ตอนอายุ 28

แล้วตอนนี้มีหนุ่มหนุ่มเข้ามาจีบไหม?

พราว : (ยิ้ม) ก็มีบ้าง แต่ก็ไม่ได้เยอะ ไม่ได้คุยกันมาก ซึ่งเรื่องนี้ส่วนมากก็จะคุยกับมี้ แต่จะมีคุยกับป๊าบ้าง มีเป็นบางครั้ง

จริงๆ แล้วคุณพ่อเองก็ไม่อยากให้ลูกเข้าวงการด้วย?

ลิฟท์ : ผมก็รู้สึกว่าวงการบันเทิงผมอยู่มานาน เราอยู่ตั้งแต่ยุคที่มันรุ่งโรจน์มากๆ อย่างตอนนี้มันก็เปลี่ยนไปมาก และในอนาคตเราก็ไม่รู้ว่ามันจะไปทิศทางไหน เราอยากให้เขาสามารถดำเนินชีวิตได้ปกติ ทำอย่างอื่นน่าจะโอเคกว่า แต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นนะ เพราะว่าถ้าเขาชอบจริงๆ หรือถ้าเขามีความฝันจริงๆ ก็ค่อยลองกัน แต่มันก็ต้องมาจากตัวเขาก่อน ไม่ใช่ให้เราผลักดัน

พราว : บางครั้งก็คิดอยากจะเข้า แต่สิ่งที่ป๊าพูดมามันก็มีเหตุผล ซึ่งเราก็อยากจะหาสิ่งที่ดีที่เราชอบก่อน

ลิฟท์ : แล้วถ้าในอนาคตเขาอยากเป็น เราก็ต้องปล่อยให้เขาไปลองทำ ซึ่งตรงนั้นเราพร้อมซัพพอร์ตเขาเต็มที่ ไม่ว่าเขาจะทำอาชีพอะไร แต่ขอให้มาจากตัวตนของเขาจริงๆ ไม่ใช่แค่ชอบตามกระแส แต่มันคงมีสักวันที่เขาจะมุ่งไปชอบตรงนั้น

ระหว่างป๊ากับมี้ เรากลัวใครมากกว่ากัน?

พราว : กลัวป๊ามากกว่า ตอนที่ป๊าดุ ป๊าจะซีเรียสมาก อย่างปกติคือไม่ให้ไปเที่ยว แต่ถ้าเกิดอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาเมื่อไหร่ก็คือจะให้อยู่บ้านอย่างเดียว

มีเหตุการณ์ที่เราไม่คุยกับแม่เป็นอาทิตย์?

พราว : ไม่รู้ว่าโกรธเพราะอะไร

ลิฟท์ : ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่มันเป็นเรื่องแค่นิดเดียว แม่ลูกคิดกันคนละแบบ สรุปก็คือต่างคนต่างงอนกันเอง คือไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนได้ แต่ไม่คุยกัน ซึ่งเขาก็ใช้ชีวิตด้วยกันได้ ซึ่งสรุปก็ตกมาที่ผม เป็นคนกลาง แต่เราก็ต้องรอให้เขาใจเย็นลงทั้งคู่ เราก็บอกลูกให้ไปขอโทษแม่ สุดท้ายก็ยอม อย่างที่บอกว่าเขาทั้งคู่เหมือนกัน

ข่าวลือล่าสุดที่มีปัญหาว่าแยกห้องนอนกัน?

ลิฟท์ : ผมโดนไล่ออกจากห้อง มีปัญหากัน เพราะว่าเขาสะกิดผมทั้งคืน จนผมไม่ไหว ปกติเราจะนอนกันสามคน พ่อแม่ลูก แต่เราเป็นคนนอนกรน จนเราหลับไปแล้ว และสองคนนี้เขาต้องตื่นมากลางดึก ลูกต้องไปเรียนตอนเช้า เมียไม่ได้นอนทั้งคืน จนเขาสะกิดเรา ซึ่งมันก็ยังไม่หายกรน เราก็เลยเดินหนีไปนอนที่ห้องรับแขก เราก็เลยย้ายตัวเองไปนอนในห้องเสื้อผ้า ย้ายไปนอนซักครึ่งปี จนตอนนี้ก็ทำเป็นห้องนอน

พราว : อยากให้ป๊าไปตรวจ แต่ป๊าไม่ยอมไป

ลิฟท์ : เพราะผมเห็นคนไปตรวจมา ทุกคนจะได้เครื่องกลับมาทุกคน เราก็เลยรู้สึกว่าเวลานอนมันคือเวลาที่เรามีความสุข ผมเป็นคนชอบนอนตะแคง แต่พอมีเครื่องปุ๊บ มันทรมาน แต่เราก็จะพยามกรนให้เบาลง

แล้วในสิ่งที่เราเพิ่งโพสต์ไปว่า โดนคนใกล้ตัวทำร้าย?

ลิฟท์ : อย่างที่บอกแหละครับ ว่าคนใกล้ตัวทำมันเจ็บที่สุดแล้ว เราก็คิดว่าเขาไปทำใครก็ได้ เขาคงไม่มาทำเราหรอก แต่สุดท้ายมันก็มาถึงตัวเรา ซึ่งเป็นคนๆ นึงที่เขาดูแลเรามาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เราช่วยเหลือมาตลอด ซึ่งเราก็เคยได้ยินมาตลอด เขาก็เคยเป็นข่าวมาสักพักหนึ่ง แล้วเราคิดว่ากับเรา เขาไม่น่าจะทำนะ

จนมีคอนเสิร์ตหนึ่ง ลิฟท์ออยเจมส์ ไปเล่นที่ร้านของพี่แซ้งค์ สุดท้ายเขาก็ไปรับเงินมาหมดแล้ว แต่ก็ไม่โอนให้เรา ตอนแรกเราว่าจะไม่ไปเล่น แต่มันเป็นงานของพี่แซ้งค์ แล้วแฟนคลับเขาก็ซื้อบัตรกันไปแล้ว เลยควักเงินส่วนตัว เพื่อจ้างวงของตัวเองไปเล่น สุดท้ายแล้วก็ยังไม่ได้เงินคืน ตัวเลขรวมรวมก็เกือบ 300,000 บาท ได้คืนมา 10,000 บาท ซึ่งเราก็ไม่ควรให้โอกาสคน

และที่เราไม่ยอม เลยต้องให้บทเรียนกับเขาบ้าง ให้เขารับผิดชอบกับสิ่งที่เขาทำ เราก็ดำเนินตามกฏหมาย สุดท้ายเราก็ส่งโนติสไปแล้ว ซึ่งถามว่าเราโกรธไหม เราเสียความรู้สึก เสียใจมากกว่า ซึ่งเราก็เข้าใจว่าเขาน่าจะมีเหตุผลที่เขาต้องทำ แต่ทำไมต้องมาทำกับเรา เพราะในอดีตเราช่วยเหลือกันมาตลอด

ติดตามชมรายการ คุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ชมคลิปสัมภาษณ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน