มรสุมชีวิต! เป็กกี้ ศรีธัญญา พึ่งนักจิตวิทยาบำบัดจิตใจ เล่าอาการแพนิกกำเริบ กลัวที่แคบ-ขึ้นลิฟต์ไม่ได้ – เผยมี ชาล็อต ออสติน เป็นที่ปรึกษา
เรียกว่าเจอมรสุมชีวิตเข้าอย่างจัง จนหลายคนต้องช่วยกันส่งพลังใจให้อย่างล้นหลาม สำหรับพิธีกรอารมณ์ดี เป็กกี้ ศรีธัญญา ที่แม้ภายนอกดูสนุกสนานร่าเริง แต่ข้างในหัวใจกลับบอบบางแบบสุดๆ ล่าสุด สาวเป็กกี้ ออกมาเปิดใจผ่านรายการ โต๊ะหนูแหม่ม ช่องเวิร์คพอยท์หมายเลข23 กับพิธีกรตัวแม่ พี่หนูแหม่ม สุริวิภา ที่ตอนนี้ต้องใช้นักจิตวิทยามาช่วยบำบัดจิตใจ ที่สำคัญโรคแพนิกที่เคยเป็นในอดีตก็มีอาการกำเริบ งานนี้ได้ ชาล็อต ออสติน มิสแกรนด์ เป็นที่ปรึกษา
ข้างนอกดูแข็งแรงแต่ข้างในพังยับมาก? “คือเราเป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกไม่น่าสงสาร แต่เป็นบุคลิกผู้หญิงที่น่าหมั่นไส้ เก่งจนหน้าหมั่นไส้ เลยเป็นอะไรที่คนไม่สงสาร ล่าสุดไปหานักบำบัดจิต เขาบอกว่าในสิ่งที่เราไม่โอเคให้ตะโกกนออกมาได้เลย ร้องไห้ออกมาได้เลยให้สุดสัก 2-3รอบ”
“สุดท้ายก็ร้องกับนักจิตฯ ว่าทำไมเราเหนื่อยจัง ชีวิตสุดท้ายแล้วเราก็ตัวคนเดียว ร้องไห้อะไรหลายอย่าง แบบว่าหนักอยู่ 3 รอบ สุดท้ายก็โล่ง หมอบอกว่าเดี๋ยวจะฝังรอยหยัก วิธีการคิดเข้าไปใหม่ ใส่ชิพตัวใหม่เข้าไป ให้ท่องก่อนนอนว่า สิ่งที่ตัดสินใจแล้วโอเคแล้ว ทำดีที่สุดแล้ว เราไม่ได้ทำผิดอะไร เราทำมาถูกต้องแล้วเราเป็นคนทำงานเราไม่ได้ผิดอะไร”
“ทุกครั้งที่สะดุ้งตื่นให้บอกตัวเองว่าเราเก่งมากแล้ว เธอเก่งมากแล้ว เธอดีแล้ว เธอยอดเยี่ยมแล้ว แล้วสุดท้ายเธอจะผ่านมันไปได้ด้วยสติปัญญาที่ดี ตอนนี้อย่าไปคิดอะไรนะ นอนแล้วหลับให้สบายนะคนเก่ง พรุ่งนี้ค่อยสู้กันใหม่ พูดแบบนี้ทุกวัน”
แล้วช่วยได้ไหม เพราะมีอาการแพนิกด้วย? “ใช่ค่ะ แพนิกก็เป็นอีกอาการต่างหาก มันเป็นมาก่อนหน้านี้ 8-9 ปี ตอนนั้นยังไม่มีแฟน ไปร้องเพลงแล้วนอนพักในรีสอร์ต อาบน้ำเสร็จแต่เปิดประตูไม่ออก ถีบประตูจนเลือดออก ออกไม่ได้จากตรงนั้นจนถึงบ่ายโมง แม่บ้านมาดูทำไมไม่เช็กเอาต์ เรานอนกลัวนอนกรี๊ดทั้งคืน กลายเป็นคนกลัวที่แคบไปเลย”
“อาการพวกนี้เรากลัวแต่เราก็หลีกเลี่ยง เจอที่แคบจะไม่เข้า ขึ้นลิฟต์ก็จะไม่เข้า ถ่ายรายการแกรมมี่ชั้น11 ก็จะให้คนรถวน ทุกคนจะรู้ว่าเราไม่ขึ้นลิฟต์”
แล้วตอนที่ว้าวุ่นหัวใจหนักๆ อาการนี้มันกลับมาไหม? “หลังจากเลิกกับอดีต อาการนี้มันสะสม มากำเริบหนักตอนจะเข้าปีที่สอง หนักเลย แค่รัดผมแน่นก็หายใจไม่ออก เหมือนตกจากตึกแสนชั้นลงไปดิ่งเลย คนเป็นแพนิกน่าสงสารนะ รู้สึกอย่างเดียวเลยว่าตายแน่นอน ถึงแม้หายใจอยู่แต่มันเหมือนหายใจไม่ออก กลัวไปหมด ทุกวันนี้ที่บ้านไม่มีประตูห้องน้ำ เพราะว่ากลัว เวลาไปร้านอาหารเข้าห้องน้ำก็จะไม่ล็อกประตูเลย ถ้าเข้าห้องน้ำจะมีเพื่อนไป ต้องบอกว่าไม่ล็อกนะ”
ตอนนี้อาการดีขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว? “ล่าสุดคุยกับนักจิตฯ บอกว่าดีแล้ว ดีตรงเราไม่ต้องกินยา ซึ่งจริงๆ แล้วควรกิน แต่เราไม่กล้ากินเพราะเราเป็นแพนิก ถ้ากินยาเราจะช้าลง เรากลัวความช้า เพราะเราทำงานใช้สมองเยอะ ถามปุ๊บตอบปั๊บ กลัวถ้าเรากินมันจะสโลว์ดาวน์ เลยเลือกบำบัดแบบธรรมชาติ ทำ Ice Bath, ออกกำลังกาย, นั่งสมาธิ, สวดมนต์ เลยเห็นเราออกกำลังกายเยอะ”
“อย่างน้องนาย(ณภัทร)ก็เพิ่งเป็น เขาเลยออกกำลังกายหนัก เราก็เพิ่งฟังเรื่องของเขามา คนเป็นจะเข้าใจกันเลย แล้วเราก็เพิ่งคุยกับชาล็อต(ออสติน) มิสแกรนด์ ให้เขาแนะนำ ชาล็อตเขาเป็นแพนิกรุ่นพี่ ของชาล็อตเขากินยา เขากลัวเสียงดัง เวลาใครมาเสียงดังโหวกแหวกเขาจะแพนิกกินเลย แต่เขามีวิธีแก้ ถ้าเขาเห็นเด็กอยู่ในบริเวณงาน เขาจะไปคุยกับเด็กทันทีเลย อาการจะดีขึ้น”
คนรอบข้างรู้และคอยช่วยเหลือว่าเราเป็นแพนิก? “ทุกคนรู้ จะบอกว่าถ้ามีคนรอบๆ ข้างตัวเป็น อยากให้คุณเมตตาเขานิดนึง สงสารเขาหน่อย มันเป็นโรคที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้จริงๆ ส่วนคนที่เป็นแพนิกอยากให้คำแนะนำว่าให้ออกกำลังกาย สวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วเวลานั่งรถมาทำงานเราจะเปิดเพลงที่มันฮีลใจ”




