ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของวงการเพลงอย่างรวดเร็ว สำหรับค่ายไหทองคำ ที่มีเจ้าของค่ายนายห้าง ‘ประจักษ์ชัย ไหทองคำ’ เป็นหัวเรือใหญ่ พาลูกเรืออย่างศิลปินในสังกัดและทีมงานผ่านมรสุมมาทุกรูปแบบทั้งพายุเศรษฐกิจ โรคภัย และข่าวสาร จนสามารถยืนมาได้ถึงทุกวันนี้ก็ 10 ปีแล้ว
วันนี้นายห้างมีเรื่องราวมากมาย เล่าสู่กันฟัง
♦ ไหทองคำ ครบ 10 ปี?
ประจักษ์ชัย – “ไหเติบโตขึ้นในเรื่องของการสร้างเพลง เริ่มจากลำไยคนแรก เมื่อปี 59 เติบโตมายังไม่มีแผ่วเลย ไม่ได้โม้นะ เพียงแต่ว่าในช่วงโควิดที่ดร็อปไป แต่ก็ดร็อปทุกคน หลังจากโควิดเราก็ยังทำงานเหนื่อยเหมือนเดิม ลำไยวิ่งวันละ 3-4 งาน”

♦ เติบโตต่อเนื่อง ปังไม่หยุด
ประจักษ์ชัย – “ใช่ครับ เราก็อยากจัดงาน 10 ปีไหทองคำ เล็งไว้วันที่ 28 ก.พ. อยากจะจัดความยิ่งใหญ่ให้กับ 10 ปีทองของไหทองคำ เราอยากจะตอบแทนน้ำใจแฟนเพลง เอฟซีที่มีให้กับไหทองคำมาตลอด 10 ปี”
♦ นอกจากความปัง ก็มีดราม่ามากมาย?
ประจักษ์ชัย – “มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ จริงๆ เราก็ไม่อยากให้เกิดสิ่งที่เป็นดราม่าที่ทำให้กระทบความรู้สึกแฟนคลับแฟนเพลง แต่บางทีเราเป็นคนอยู่ในสื่อในโซเชี่ยลก็พยายามที่จะรักษาภาพลักษณ์จนชีวิตนี้จะหาไม่ จนกว่าจะยั้งไม่อยู่ ก็พยายามบอกลูกๆ ทุกคนว่ารักษามาตรฐานและภาพลักษณ์ไว้ สิ่งที่ครูเพลงอยากจะปั้นอยากหล่อหลอมให้อยู่ในเบ้าหลอมที่สวยงามให้แฟนเพลงได้รักและชื่นชมด้วยความดี แต่บางทีมันมีเรื่องที่เหนือความคาดหมาย อาฟเตอร์ช็อกบ้าง ก็ต้องทำใจครับ”

♦ ดราม่าเข้ามา นายห้างรับจบทุกเรื่อง?
ประจักษ์ชัย – “สังคมไทยไม่อยากจะมีการแถ ผมเคยอยู่ในจังหวะชีวิตที่แถกันไปแถกันมา หาเหตุผลเข้าตัวเอง แก้ตัวกันไปแก้ตัวกันมา ซึ่งยืดเยื้อ มันอยู่ที่สำนึก ผิดก็ขอโอกาส ขอโทษ ขออภัย แล้วก็เริ่มทำงานตั้งเป้าที่การทำงาน เอาความสามารถของลำไย น้องยูกิ และศิลปินคนต่อไป สร้างผลงานที่เป็นคุณภาพและมีมาตรฐาน”
♦ ไหทองคำต่อยอดทำเพลงแนวลูกทุ่งภาคกลาง?
ประจักษ์ชัย – “ผมมองว่าในวันที่แบรนด์เราเริ่มเป็นที่รู้จักแข็งแรงไปทั่วประเทศ และมีเอฟซีต่างประเทศด้วย สังคมโซเชี่ยลมันไปไวมาก คอนเทนต์ไปไว เราก็จะปรับเลเวลของการสร้างงาน พัฒนาความเป็นมืออาชีพของไหทองคำมากยิ่งขึ้น”

“เพลงลูกทุ่งอาจจะเงียบเหงาซบเซามาในรอบ 10 กว่าปี ที่ในยุคนี้มีอินดี้ มีหมอลำ ครูเพลงหลายท่านล้มหายตายจากไป ซึ่งครูเพลงภาคกลางส่วนมากจะป้อนเพลงลูกทุ่งให้ค่ายเพลง แต่ว่าอาจจะไม่หลากหลายเท่าครูเพลงสายอีสาน สายหมอลำ สายอินดี้ ทำให้สื่อโซเชี่ยลแผ่วลงไปบ้าง ผมมองว่าศักยภาพของไหทองคำเป็นที่รู้จักทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ เลยไปจับประเด็นได้ว่าลำไยร้องเพลงลูกทุ่งเพลงไหนก็ได้รับการตอบรับ ถ้างั้นจากที่เราทำหมอลำหรือทำอินดี้แล้ว เราน่าจะขยายแพลตฟอร์มไปถึงลูกทุ่งภาคกลาง และลูกทุ่งภาคใต้ด้วย”

“ตอนนี้ลูกทุ่งภาคกลาง น้องปัณณ์ปัณณ์ ที่กำลังมาแรง แล้วก็น้องหมอทำขวัญนาคหน้าหวาน น้องน้ำตาล วริศรา กลางวันทำขวัญนาค กลางคืนเป็นพาร์ตศิลปินรำวงย้อนยุค รำวงสามช่า หรือว่าเป็นวงดนตรีของคนภาคกลางจริงๆ เพราะกำลังซื้อจากภาคกลางผมเชื่อว่าการเสพเพลงลูกทุ่งตอนนี้ตลาดยังว่างมาก ผมไปขอคำปรึกษาครูเพลง นายห้าง ผู้ใหญ่วงการค่ายเพลงต่างๆ ไปขออนุญาตในการใช้สิทธิ์เพลงเก่า นำมารีมาสเตอร์ใหม่ เพื่อการเผยแพร่บนเวที ก็ทำให้ถูกต้องจะไม่ให้เกิดประเด็นเรื่องไม่ได้จ่ายลิขสิทธิ์”

♦ ตัดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เพลงลูกทุ่งดังในอดีต?
ประจักษ์ชัย – “ใช่ครับ เมื่อก่อนเราเป็นค่ายเพลงหน้าใหม่ การที่จะไปซื้อสิทธิ์เราไปซื้อที่ค่ายเพลงที่เป็นผู้สร้างเมื่อ 30 ปีที่แล้ว แต่พอเวลาผ่านไปลิขสิทธิ์นั้นย้อนกลับมาอยู่ที่ทายาทโดยอัตโนมัติโดยข้อกฎหมาย 10 ปี เราก็ไม่รู้ว่าระหว่างทางกลับคืนมาเมื่อไหร่ ซึ่งบางทีเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่อยากจะเป็นข่าว เป็นดราม่า ไม่อยากจะเป็นคนแถว่าไม่ไปจ่ายคนนั้นคนนี้ แต่เราก็อยากขอความเป็นธรรมว่าเป็นเรตที่กติกาสากลพึงใช้กัน ไม่ใช่เป็นศาลเตี้ย อยากจะเรียกร้องค่าเสียหาย 10 ล้าน 20 ล้าน ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้อยู่ประมาณ 4 แสน จำคุกไม่เกิน 2 ปี”

♦ ตอนนี้มีลิขสิทธิ์เพลงเก่าในมืออยู่เท่าไหร่?
ประจักษ์ชัย – “ก็ไปขออนุญาตใช้สิทธิ์นะครับ เพราะแต่ละค่ายเขาไม่ขายสิทธิ์ขาดให้ ก็จะให้เป็นการใช้สิทธิ์เผยแพร่ปีต่อปี บางค่ายผมซื้อมา 5 ปี บางค่ายก็ขอใช้สิทธิ์ 10 ปี ลงทุนไปหลายล้านครับ”
♦ ลิขสิทธิ์เพลงโบว์รักสีดำ เคลียร์จบหรือยัง?
ประจักษ์ชัย – “บางจุดก็ยังไม่จบครับ ยังต่อรองกันอยู่ ตอนนี้ก็มีหลายเพลงมาก แต่เราก็ไม่อยากไปให้แสงกับเรื่องบางเรื่อง บางทีบางท่านก็อยากจะมีประเด็นอยากจะให้เราฉายแสงไปให้ว่าอย่างน้อยไหทองคำก็จ่ายแล้วนะ พวกแกเป็นใครถึงจะไม่จ่าย เราไม่ได้เจตนาละเมิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เราไม่รู้ว่าลิขสิทธิ์ในระยะ 10 ปี 30 ปีที่ผ่านมาผ่านมือใครกี่คน สมมติว่าครูเพลงท่านนี้เสียชีวิตไป เมียเอาไปขายให้อีกค่ายหนึ่ง พอเมียตาย ลูกคนโตไปขายให้ค่ายหนึ่ง ลูกคนเล็กไปขายให้อีกค่ายหนึ่ง เราเป็นผู้ซื้อไม่รู้ว่าซื้อที่ไหนแล้วจบที่ใคร”

“เราอยากจะให้มีองค์กรเหมือนที่พี่เวสป้าเคยโพสต์ไป ให้แต่ละค่ายหรือครูเพลงเอาขึ้นกูเกิ้ลไดรฟ์แอปนี้เลยว่าเพลงนี้ใครถือลิขสิทธิ์อยู่ จัดเก็บปีละ 1 หมื่น 2 หมื่น เราก็จะไปเสิร์ชหา ในขณะที่เราเป็นผู้สร้างเพลง เราก็เป็นผู้บริโภคด้วย เราก็อยากจะไปซื้อให้ถูกจุด เราอยากให้เกิดองค์กรแบบนี้มา แต่ว่าเราพูดไปแล้วเสียงไม่ดังพอ แล้วก็ไม่ทราบว่าจะไปเริ่มจุดไหน”
วีรนุช จันทำ