โตโน่ ภาคิน ประกาศเฟดตัวจากวงการบันเทิง งดคอนเสิร์ต–ปฏิเสธงานแสดง ทุ่มชีวิตให้ฟุตบอลบ้านเกิด ทำธุรกิจช่วยชาวบ้าน ร้อยละบาท
หลังห่างหายจากสื่อไปหลายเดือน โตโน่ ภาคิน ปรากฏตัวในงานเเถลงข่าวเปิด Line-up ภาพยนตร์ปี 2026 – 2027 The Magic of The Future ณ @ CALYPSO BANGKOK Asiatique The Riverfront โดยเจ้าตัวกำลังจะมีผลงานเรื่อง THE DREAMERS ก่อนจะเด ที่รับบทเป็นโปรดิวเซอร์หนุ่ม พร้อมอัพเดตชีวิตบทใหม่ในฐานะประธานสโมสรขอนแก่น เอฟซี ที่ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และทรัพยากร เพื่อยกระดับฟุตบอลอีสาน ซึ่งโตโน่ยืนยันไม่ได้มองแค่ผลแพ้ชนะหรือการเลื่อนชั้น แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตนักเตะ ระบบทีม สนามซ้อม และการมีส่วนร่วมของแฟนบอล ควบคู่กับการพัฒนาเยาวชนในพื้นที่

นอกจากนี้เจ้าตัวยังเผยอีกหนึ่งอย่างที่ทำต่อเนื่องมาหลายปี คือการทำธุรกิจช่วยชาวบ้านที่ประสบปัญหาหนี้นอกระบบ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงโควิด ใช้เงินส่วนตัวทำธุรกิจขายฝากและจำนองที่ดินอย่างถูกกฎหมาย เก็บดอกเบี้ยต่ำเพียงร้อยละ 1 ต่อเดือน ไม่มีค่าขวัญถุง และไม่เคยยึดที่ดินใคร พร้อมย้ำว่าทำในขนาดเล็กเท่าที่ไหว ไม่หวังผลกำไรสูง
เป็นยังไงบ้างตอนนี้?
“ไปอยู่ขอนแก่นมา 6 เดือนครับ กลับจากยุโรปก็ไปอยู่ขอนแก่นเลย ไปบริหารฟุตบอลขอนแก่น เอฟซีครับ ตอนนี้เราอยู่อันดับที่ 3 ของภาคอีสาน แต่เป้าหมายของเรามันใหญ่มาก ก็คืออยากให้ทีมขึ้นชั้นได้สำเร็จ อยากทำให้คนขอนแก่นได้ภูมิใจ ตอนนี้ก็จะอยู่ขอนแก่นเป็นหลักครับ พอตัดสินใจเข้ามาบริหารตั้งแต่เมื่อต้นปีที่แล้วที่รู้ว่าจะต้องมาทำครับ ตอนนี้ตำแหน่งผมคือประธานทีมขอนแก่น เอฟซีครับ แล้วก็เป็นนักเตะด้วยครับ แต่เรื่องเล่นไม่ใช่เรื่องหลัก คือผมซ้อมเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และมีความสุขกับการเล่นฟุตบอล แต่หลักๆ คือการบริหารทีมครับ และทำยังไงให้นักฟุตบอลของเรามีความเป็นอยู่ที่ดี ทำยังไงให้แฟนบอลมีความสุข และได้ดูฟุตบอลที่สนุก”
เป้าหมายอยากขึ้นที่1 เลยมั้ย?
“ผมว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นครับ ผมคิดว่าเราคงต้องไปทีละสเต็ป แต่ความสำคัญจริงๆ แล้วมันไม่ได้อยู่ที่การขึ้นชั้นหรือไม่ขึ้น จริงๆ คือเรากำลังทำอะไรให้กับวงการฟุตบอลมากกว่า สนามซ้อมเรามีคุณภาพหรือยัง ความเป็นอยู่ของนักเตะมีความมั่นคงหรือยังกับเงินเดือนของเขา จ่ายเงินเดือนตรงมั้ย นักเตะเรามีความเป็นอยู่ยังไง รวมถึงแฟนบอลของพวกเราสามารถรวมใจกันได้มั้ย เราใช้ฟุตบอลเป็นเหมือนหัวใจในการปั้มเลือด เพื่อจะได้ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งตรงนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพ่อค้าแม่ค้า เด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ที่วันเสาร์อาทิตย์เขาจะได้มีเวลาร่วมกันที่สนามกีฬา ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ดี”

กดดันมั้ยคนฝากความหวังไว้ที่เรา?
“อย่างแรกเลยผมเลือกเพราะเป็นบ้านผม อีกอย่างผมมั่นใจว่าผมทำได้ ผมเลยทำ และมันก็ดีขึ้น เพียงแค่มันไม่ใช่หนังละครที่มันจะล็อกผลการแข่งได้ ดังนั้นมันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ผมคนเดียว มันขึ้นอยู่ที่ทีมงานทุกคน นักเตะทุกคน รวมถึงแฟนบอลทุกคนว่าเรารวมกันเป็นหนึ่งได้มั้ย เราลดความเห็นแก่ตัวของทุกคนลง และทำเพื่อทีม ทำเพื่อจังหวัดมั้ย”
ปัญหาในทีมมีมากน้อยขนาดไหน?
“เราต้องอยู่กับเพื่อนๆ ผู้ชายวัยฉกรรจ์ 40 กว่าคน รวมสต๊าฟอีกก็เป็น 50-60 คน กับความคาดหวังของคนทั้งจังหวัด ผมว่ามันก็ไม่ใช่ง่าย แต่ถ้าเราบริสุทธิ์ใจและทุ่มเท ทุกอย่างถ้าเราตั้งใจทำสุดท้ายผลจะออกมาเป็นยังก็เป็นอีกเรื่องนึงว่าเราเต็มที่หรือยัง ซึ่งตอนนี้เราเต็มที่ครับ ทุกคนช่วยกัน”
หลังจากที่เข้าไปมีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง?
“ผมว่าตอนนี้แฟนบอลเยอะขึ้น ผลงานเราก็ดี เราเล่นฟุตบอลที่ชวนให้คนสนุก ที่สำคัญคือเด็กๆ ในภาคอีสานมีส่วนร่วมพัฒนาเยาวชน ไม่ได้เน้นในเรื่องจ่ายเงินแพงๆ จ้างนักเตะมาอย่างเดียว แต่เราเอาที่ทั้งเก่ง มีประสบการณ์ และเป็นตัวอย่างที่ดีด้วยมาเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนของเราในจ.ขอนแก่น ในภาคอีสาน เพื่อเขาจะได้เรียนรู้สิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี และเอาไปพัฒนาตัวเองต่อ พอมันเกิดการผสมผสานระหว่างเด็กวัยรุ่นกับนักฟุตบอลที่มีประสบการณ์มาช่วยกัน มันเลยทำให้เป็นฟุตบอลที่ยืดหยุ่นและสนุก มีคุณภาพ เราปรับปรุงพื้นสนาม เรากำลังรีโนเวทสนามซ้อมใหม่ ก็เป็นสิ่งที่ผมสนุก แต่ก็เครียด เพราะทุกๆ อาทิตย์มันต้องมีผลแพ้หรือชนะหรือเสมอ และเป้าหมายของเราคือเราอยากชนะทุกนัด แต่ฝั่งโน้นเขาก็มีขา เขาก็อยากชนะเหมือนกัน มันก็เป็นทั้งเสน่ห์และเป็นทั้งความเครียดที่เราต้องยอมรับ”
ทุกวันนี้ลงตัวหรือยัง?
“ลงตัวครับ อย่างน้อยๆ ผมมั่นใจว่านักฟุตบอลทุกคนไม่โดนเอาเปรียบเรื่องของเงินเดือนแน่นอน”
แสดงว่าสปอนเซอร์เข้าง่ายด้วยภาพลักษณ์ของเราด้วย?
“ปีนี้เรามีสปอนเซอร์เยอะครับ จากเมื่อก่อนเราสปอนเซอร์น้อยครับ จริงๆ ผมคิดว่าผมเป็นส่วนนึงครับ แต่ทุกๆ คนก็ซ่วยกัน พี่เมย์ผู้จัดการผมก็ไปช่วยการตลาด ท่านเจ้าของสโมสรด้วย คือทุกคนช่วยกันมันถึงรอดในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ และเราต้องใช้เงินตั้งหลายล้านต่อฤดูกาลนึง มันก็ไม่ได้ง่าย คือทุกคนลดความเป็นตัวเองลงหมด และมองให้จังหวัด อนาคตของเด็ก ความรู้สึกของแฟนบอลเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อก่อนเริ่มจากคน 300-400 คน ให้บัตรฟรียังไม่ไปดูเลย ทุกวันนี้พันกว่าคน เราขายบัตรได้ เราขายเสื้อได้ ผมว่าผมพอใจ แต่เราไปได้อีกเยอะครับ ขอนแก่นเป็นจังหวัดใหญ่ครับ”
ยังขาดเหลืออะไรอีกมั้ย ควักเงินตัวเองมั้ย?
“เงินตัวเองส่วนมากผมก็ซื้อรองเท้าให้นักเตะครับ คือเราเคยอยู่ในลีกสูงสุด ลึกรอง จนมาถึงลีก3 นักเตะบางคนรองเท้าขาดแล้วขาดอีกก็ต้องพันสก็อตเทป เราก็ต้องเสียสละและต้องช่วยกันในทุกๆ ด้าน และนักเตะทุกคนเขาก็ทุ่มเท ทุกคนรู้ว่าเป้าหมายของเรามันใหญ่และมันไม่ได้ง่ายกับปีนี้ ทุกๆ ทีมเขาก็พัฒนากันขึ้นหมด แต่มันเป็นสิ่งที่เราตั้งใจจะทำ และสนุกไปกับมัน เวลาแพ้ก็เจ็บปวดไปกับมันและหาทางแก้ไข และลุกขึ้นมาสู้ใหม่”
ระยะเวลาจะนานแค่ไหน?
“ตกลงกันไว้ว่าปีต่อปี แต่ถ้าเกินครึ่งฤดูกาลไปแล้วผมก็จะให้บอร์ดบริหารประเมินการทำงานของเราว่าพอใจมั้ย เพราะผมก็ไม่ได้ยึดติดที่ตำแหน่งเลยครับ ถ้าเราอยู่แล้วทีมดี เราถึงจะอยู่ แต่ถ้าเราอยู่แล้วไม่ได้ช่วยอะไรเราจะอยู่ทำไม ดังนั้นไม่ได้มีปัญหา”

ต้องลดงานคอนเสิร์ตเพื่อมาทำตรงนี้เลยมั้ย?
“ผมไม่รับงานคอนเสิร์ตเลยครับ ผมคุยกับทางผู้จัดการไว้แล้วว่าทัวร์ยุโรปปีที่แล้วจะเป็นการทัวร์คอนเสิร์ตยาวๆ สุดท้าย และนอกนั้นผมจะทุ่มเท 100% ให้กับฟุตบอล”
แล้วงานแสดงล่ะ?
“อะไรที่ส่งมาก็ปฏิเสธครับ แต่พอดีทางพี่เกรียงเขายอมรอให้จบฤดูกาล”
ปฏิเสธงานก็คือปฏิเสธเงินด้วย เราต้องทิ้งขนาดนั้นเลยเหรอ?
“ที่ผ่านมาผมอยู่มาเกือบ 20 ปี และผมเป็นคนที่ไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเลย และผมก็ทำธุรกิจหลายอย่าง ทำโปรตีน ทำเรื่องที่ดี ทำมาตั้งแต่โควิดแล้วที่ชาวบ้านมีปัญหาหนี้นอกระบบ เราก็ให้ชาวบ้านมาเป็นหนี้เราแทน จากปกติเขาต้องจ่ายร้อยละ 10 ต่อเดือน เขาก็จ่ายผมร้อยละบาท ผมก็แฮปปี้แล้ว เราอาจจะได้น้อยในสายตาบางคน แต่ในมุมของผมพอใจแล้ว และผมได้ช่วยชาวบ้าน ชาวบ้านก็มีความสุข ผมก็มีความสุข แล้วถ้าผมไม่ใช้จ่ายเกินตัวผมก็ไม่ลำบาก ดังนั้นผมจะมีเวลาร้อยเปอร์เซ็นแน่ๆ ในการจะโฟกัสกับสโมสรฟุตบอลของผม จังหวัดของผม”
ที่ไปช่วยชาวบ้านเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่?
“ทำมาตั้งแต่ช่วงโควิดครับ ผมไม่ได้บอกใคร เริ่มจากเล็กๆ ก่อน เริ่มจากเรารู้ว่าชาวบ้านเป็นหนี้นอกระบบ แล้วก็โดนทวงหนี้เยอะๆ จ่ายดอกเยอะๆ ดอกก็เกินกว่ากฎหมายกำหนด พอเราได้เข้าไป ก็คือผมแฮปปี้กับธุรกิจของผมที่เราเอาดอกแค่ร้อยละบาท จากที่เขาจะต้องจ่ายเดือนละแสน ก็มาจ่ายเดือนละหมื่น ช่วยเขาได้ตั้งหลายเท่า และแทนที่เราจะฝากเงินไว้กับธนาคารเฉยๆ เงินผมก็โตขึ้นเรื่อยๆ เล่นคอนเสิร์ต ถ่ายหนัง ได้พรีเซนเตอร์ เราเอาเงินนั้นมาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การขายฝาก จำนองที่ดิน เพียงแต่เราทำมา 4-5 ปี เราไม่เคยยึดที่ใครเลย และเราก็ช่วย แต่เขาก็ต้องรับผิดชอบดอกที่เราตกลงกันไว้ มันอาจจะน้อย แต่ก็ต้องรับผิดชอบนะ เพราะขายฝากจะไม่เหมือนจำนองตรงที่ที่ดินจะเป็นของผมเลย
ถ้าผมจะยึดผมก็มีสิทธิได้เลย ถ้าเกิดครบกำหนดแล้วเขาไม่ยอมมาจ่ายต้นให้ผม แต่เป้าหมายของเราไม่ได้อยากจะมีที่ดิน เราไม่ได้อยากมีบ้านหลายหลัง เราแค่อยากได้ร้อยละบาทของเรา ดังนั้นขอแค่เขารับผิดชอบตามกฎหมาย ทำให้ถูกกฎหมายทุกอย่าง เพราะเวลาบางคนลำบากเดือดร้อน เขาอาจจะหน้ามืด พูดอะไรก็ยอมหมด แต่พอถึงเวลาจริงๆ เขาไม่รับผิดชอบในสิ่งที่ตกลงกันไว้ คนลำบากจะกลายเป็นเรา ดังนั้นทุกอย่างต้องชัดเจนและถูกกฎหมาย แต่ทุกคนเขาก็สบายใจตรงที่เขารู้ว่าเราไม่ยึดที่เขา”
ที่ผ่านมาเคยมีปัญหามั้ย?
“ไม่มีเลยครับ ด้วยความที่เราเก็บดอกน้อยมาก และไม่มีค่าขวัญถุงอะไร ตอนแรกเขาอาจจะงง เพราะผมใช้ชื่อว่าลุงดำ ไม่ได้ใช้ชื่อโตโน่ แต่ตอนหลังพอเขาไปเจอผมที่สำนักงานที่ดิน เขาก็ดีใจและอุ่นใจว่าที่เขาอยู่กับโตโน่ และเราไม่ได้ทำเป็นธุรกิจใหญ่โต เพราะเราไม่มีหุ้นส่วน เราคนเดียว ใช้เงินเก็บของเราหลายปีมาทำ”
ตอนนี้ลูกค้าเยอะมั้ย?
“พอดีๆ ครับ เพราะถ้าเยอะมากไปผมก็ไม่ไหว”
ส่วนใหญ่เป็นคนในขอนแก่นมั้ย?
“ไม่ครับ ทั่วประเทศครับ แต่ผมไม่ใช่เศรษฐีครับ (หัวเราะ) ทำเล็กๆ เท่าที่เราทำไหว”
ตั้งใจจะทำตลอดเลยมั้ย?
“ผมว่ามันเป็นงานที่แฮปปี้นะครับ เขาแฮปปี้ คนที่ร่วมทำธุรกิจกับเราเขามีความสุข ผมก็มีความสุข ผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร และผมก็ไม่ได้เอาเงินร้อนมาทำ”
ที่ทำคนเดียวเพราะกลัวปัญหาหุ้นส่วนหรือเปล่า?
“เราทำพอเราอยู่ได้ และเราช่วยเท่าที่เราทำไหว ผมว่ามันน้อยคนที่จะมาร่วมด้วยและจะมาเอาดอกร้อยละบาท บางทีเราลงเงินไป 1-2 ล้าน เขาก็คงอยากให้เงินนั้นตอบแทนกลับมาเยอะ แต่พอดีเราพอใจเท่านี้ ดังนั้นผมคิดว่าทำคนเดียวก็สบายใจแล้ว แต่ถ้าเกิดมีเพื่อนหรือมีคนที่มีความคิดเดียวกันว่าฉันจะไม่ต้องรวยกับสิ่งนี้ แต่ฉันแฮปปี้กับที่เห็นเธอแฮปปี้ และฉันก็มีแฮปปี้กับดอกน้อยนิดของฉัน ก็ไปด้วยกันได้ครับ”
มีคนกลางมั้ย?
“ไม่มีครับ ผมทำคนเดียวกับชาวบ้านเลย ภูเวียง สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม ภูเก็ต”
ที่ไปโหนสลิงสรงน้ำพระธาตุ?
“ตั้งใจมานานแล้วครับตั้งแต่เราเสร็จจากบวชตอนว่ายน้ำโขง แต่ไม่มีคิวว่างเลย พอตอนนี้คิวฟุตบอลถึงจะหนัก แต่ผู้จัดการก็ช่วยล็อกไว้ให้ และทางพระอาจารย์ที่พระธาตุพนมท่านก็ส่งมาบอกว่าโตโน่มานะปีนี้ และเป็นความตั้งใจเราอยู่แล้ว คือเรามองเห็นเวลาไปสักการะพระธาตุ พระธาตุสวยงาม ดังนั้นเราจะทำยังไงให้สวยงามต่อไป ตัวเราเองมีดีเลว มีเสื่อม มีตาย แต่สิ่งที่จะดีงามและเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่ยึดเหนี่ยวของคนต่อไปคือศาสนา คือสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นเราก็ไปเช็ดขี้ เช็ดเยี่ยวนก เช็ดรา เช็ดฝุ่นต่างๆ เพื่อที่พ่อแม่พี่น้องเราทั้งคนไทยและพี่น้องลาว รวมถึงชาวต่างชาติที่เขามาเที่ยวจะได้เห็นพระธาตุที่สวยๆ ต่อไป”
ตอนที่ขึ้นไปแอบเสียวๆ มั้ย?
“กลัวครับ เพราะมันสูงมาก สั่นตอนปีนบันไดมากกว่า ตอนอยู่ในพระธาตุเราต้องไต่บันได ตอนไต่บันไดขึ้นไปสูงๆ ยังไม่มีสลิง ถ้าตกลงมาก็แอ๊ก แต่ตอนที่ไปอยู่บนยอดพระธาตุแล้ว เราใส่เซฟตี้ครบหมดแล้ว เราฝึกแล้ว ก็มีความอุ่นใจ ก็จะแค่หนาวเรื่องลดพัด กับขี้นกมันไหลเข้าตา เข้าหู เข้าปาก”
ได้อธิษฐานอะไรมั้ย?
“ไม่มีเลยครับ คือเวลาเราทำอะไรไม่เคยหวังว่าจะต้องได้แบบนั้นแบบนี้กลับมาเลยครับ โรงพยาบาลสิ่งที่เราอยากได้คือให้เขาได้เครื่องมือที่ดี ให้ไทยลาวรักกัน ล้างก็เพื่ออยากให้สวยงาม อยากให้คนมาสักการะบูชาได้เห็นพระธาตุสวยๆ ขาวๆ ทองอร่าม ผมคิดแค่นี้เลย ส่วนตัวเราเองเกิดแก่เจ็บตายแล้วก็ดับไป”
ได้ไปเยี่ยมศูนย์หัวใจด้วย?
“ใช่ครับ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดสองฝั่งโขง ก็ชื่นใจครับ คุณหมอ พยาบาล ท่านผู้อำนวยการศูนย์นครพนมท่านก็บอกในเรื่องของตัวเลขว่าแต่ละปีช่วยได้กี่คน ผมก็ชื่นใจ ดีใจกับทุกๆ คน คนไทยทุกคน คนลาวทุกคนด้วยที่ช่วยกันตั้งแต่ตอนโน้น เราก็ช่วยชีวิตไปได้ตั้งหลายร้อยชีวิต สำหรับเฉพาะแค่โรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจนะ แต่ก็ยังมีเรื่องของสโตรกก็ยังมีอุปกรณ์ที่ยังขาดอยู่ ก็เป็นสิ่งที่ผมขอเอามาทำการบ้านต่อว่าผมอาจจะใช้เงินส่วนตัวของเราทำไปเลยก็ได้ ถ้าไหวนะ ขอคิดดูดีๆ ก่อนครับ”