บอย โกสิยพงษ์ วางใจ Sony Music Publishing Thailand ให้ดูแลลิขสิทธิ์ดนตรีกรรม 3 ปี เปิดโอกาสโกอินเตอร์ – ฝากถึงนักแต่งเพลง ต้องถือสิทธิ์เอง อย่ายกเพลงให้ใคร
บอย โกสิยพงษ์ นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ระดับแนวหน้าของเมืองไทย ให้สัมภาษณ์กับทาง ข่าวสดบันเทิง หลังตัดสินใจประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ลงนามในสัญญานักแต่งเพลงกับ บริษัท โซนี่ มิวสิค พับลิชชิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (Sony Music Publishing Thailand) ให้เป็นผู้ดูแลและบริหารลิขสิทธิ์ผลงานเพลงอย่างเป็นทางการ มุ่งเน้นการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานสากล เพื่อขยายโอกาสให้บทเพลงไทยและนักแต่งเพลงไทยเติบโตในระดับนานาชาติ
เหตุผลที่ตัดสินใจเซ็นสัญญานักแต่งเพลง
การลงนามสัญญานักแต่งเพลงคืออะไร? “การที่ผมลงนามสัญญานักแต่งเพลงร่วมกับ Sony Music Publishing Thailand เป็นการเซ็นให้เขาดูแลสิทธิ์ดนตรีกรรมอย่างเดียวเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งคำว่าดนตรีกรรมจะเป็นเรื่องของเนื้อร้องและทำนอง โดยทั่วไปเพลงจะประกอบไปด้วย 2 สิทธิ์
สิทธิ์แรกคือสิ่งบันทึกเสียงที่เราได้ฟังในเทปในสตรีมมิ่งต่างๆ แต่สิ่งที่ติดไปกับสิ่งบันทึกเสียงนั้นคือดนตรีกรรม แปลว่ามันมีเนื้อร้องและทำนองอยู่ในนั้น ดังนั้นมันอยู่ด้วยกันควบคู่กันไป แต่ดนตรีกรรมจะถูกแยกออกมาเมื่อคนจะขอไปคัฟเวอร์หรือขอไปเล่นสดไปเล่นอะไร อันนั้นก็จะได้รายได้อีกส่วนหนึ่ง
ทาง Sony Music Publishing Thailand มาดูแลให้ผมในด้านนี้ สัญญาของเป็นการลองทำด้วยกันเพื่อจะได้ดูว่าเคมีเราดีไหม ถ้ามันเวิร์กผมก็ไปต่อด้วยยาว ซึ่งจริงๆ สัญญาที่ทำกัน 3 ปีจะเริ่มแอ๊กทีฟเดือนมีนาคมนี้ แต่ผมเริ่มให้เขาเก็บตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้วเลย เพราะว่าผมขี้เกียจทำ(หัวเราะ)”
ก่อนหน้านี้ใครเป็นคนดูแลในส่วนนี้? “ผมดูเอง แต่ว่ามันไม่ครบถ้วนหรอก ทาง Sony Music Publishing Thailand ติดต่อมาน่าจะ 2 ปีกว่าแล้ว เราใช้เวลาคุยกันนาน รวมถึงปรับข้อสัญญาให้โอเคด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งเราก็เห็นถึงความตั้งใจของเขาจริงๆ อีกอย่างคือเราไม่อยากจะพลาดกับการทำงานกับใครแล้ว ดังนั้นเราก็อยากใช้เวลาในการที่จะดูกัน
ถามว่าจุดไหนที่ใจอ่อน จริงๆ ไม่ใช่เรื่องใจอ่อน แต่เราดูการที่เขาคุยกับเรา การที่เขาพยายามที่จะให้ความต้องการของเรามันไปด้วยกันได้กับธุรกิจของเขา ผมคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่เราจะอยู่ด้วยกันได้ดี”
หวังต่อยอดโอกาสร่วมงานโกอินเตอร์
การลงนามสัญญาครั้งนี้ช่วยต่อยอดอะไรได้อีกบ้าง? “มากเลยครับ เนื่องจาก Sony Music Publishing เป็นองค์กรใหญ่ในทั่วโลก สมมติว่ามีศิลปินคนไหนต้องการเพลงประเภทไหน เขาก็จะบอกมาทาง Sony Music Publishing หลังจากนั้นก็จะไปดูว่านักแต่งเพลงคนไหนอยู่ในเครือข่ายของเขาน่าจะมีเพลงแบบไหนก็ให้ลองส่งเข้ามา Pitch ได้ ฉะนั้นเราก็อาจจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับศิลปินต่างชาติ
แต่อีกอย่างที่มันดีมากๆ คือเขามี Songwriting Camp การที่เอานักแต่งเพลงของแต่ละประเทศมาเจอกันแล้วมาแต่งเพลงด้วยกัน ผมก็จะได้เรียนรู้จากพวกเขาอีก เพราะฉะนั้นข้อดีมันเยอะ ผมอยากเรียนรู้อะไรอีกเยอะมาก ตอนนี้ผมสนใจภาษาญี่ปุ่นกับภาษาจีนอยู่ เพราะวิธีการเล่าเรื่องเพลงของญี่ปุ่นกับจีนจะมีความเป็นกวีมากๆ ผมก็จะให้ Chat GPT แปลว่าเพลงนี้ความหมายคืออะไร แล้วก็จะมาวิเคราะห์ว่าเขาใช้วิธีไหน จากนั้นผมค่อยนำมาปรับปรุงกับเพลงของตัวเอง”
สัญญานักแต่งเพลงมีความจำเป็นขนาดไหนสำหรับคนในแวดวงดนตรี? “ผมว่าถ้าใครดูเองได้ก็ดูไป แต่ผมยอมรับว่าตัวเองดูไม่ไหว ผมต้องการทีมมาดูแล ผมจะได้เป็นฝ่ายวิ่งไปอย่างเดียว ถ้าผมเปรียบตัวเองเป็นเท้าก็จะให้มือให้ตาเขาไปทำ ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง ส่วนผมก็ไปฝึกเป็นเท้าที่ดีแล้วกัน”
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีเพลงตัวเองเยอะมากด้วยหรือเปล่า อาจจะดูแลได้ไม่ครบถ้วน? “จริงๆ เพลงมันมีโอกาสสร้างรายได้อีกหลายมุมมาก อย่างสายการบินที่จะต้องเสิร์ฟอาหารเขาก็จะมีค่าใช้จ่ายด้านอาหาร เขาต้องเอาหนังมาฉายให้คนดูก็ต้องมีค่าใช้จ่ายของหนัง หรือเขาเอาเพลงมาให้ฟังก็ต้องมีค่าใช่จ่ายในส่วนนั้น อย่างนั้นผมไปเก็บเองไม่ได้ ตามดูไม่ไหว ทาง Sony Music Publishing ก็จะไปเก็บให้
รวมทั้งเขาไป Pitch ให้ด้วยว่าช่วยเอาเพลงของคุณบอยไปเปิดหน่อยซึ่งมันก็ดี โดยเฉพาะที่ต่างประเทศเราไม่มีใครไปเก็บให้อยู่แล้ว แต่ Sony Music Publishing จะไปเก็บให้หมด เขาก็จะมีบริษัทที่อยู่ต่างประเทศคอยดูแลจัดการให้ สมัยก่อนเราขายเทปขายซีดีทำคอนเสิร์ตก็จะได้มาเป็นกอบเป็นกำ แต่เดี๋ยวนี้ทุกอย่างมาเป็นสายธารเล็กๆ ฉะนั้นการที่จะไปจัดการรวบรวมสายธารเหล่านั้นมาให้มันอยู่ในอ่างน้ำของเรา การทำด้วยตัวเองผมทำไม่ได้ ในเมื่อ Sony Music Publishing มีศักยภาพก็ให้เขาทำไป”
ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ในส่วนของดนตรีกรรมมีมานาน อย่างเช่นการที่ร้านอาหารเอาเพลงไปเปิด? “ในส่วนนี้ผมก็คุยกับทาง Sony Music Publishing Thailand ว่าการที่ร้านอาหารเอาเพลงผมไปเปิดมันเป็นส่วนดีที่ช่วยโปรโมตเพลง ดังนั้นการที่จะไปเก็บเขาเยอะแยะมากมายจนเขาเดือดร้อนก็อาจจะไม่เหมาะ แล้วอาจจะเป็นการทำลายเพลงก็ได้
ซึ่งทาง Sony Music Publishing Thailand ก็เห็นด้วยกับผม คือเขาต้องดูแลในเรื่องของการที่จะไม่ทำให้เพลงมันถูกใช้น้อยลง อยากให้มันถูกใช้ไปเรื่อยๆ คนที่เปิดก็เปิดได้อย่างไม่รู้สึกเดือดร้อน”
ก่อนหน้านี้เคยเจอปัญหาเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์เพลงบ้างไหม? “ส่วนใหญ่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับการที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เอง ถึงแม้เราเป็นผู้แต่ง แต่ถ้าไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เอง เราก็จะไม่มีโอกาสในการต่อรองการใช้งาน โดยเฉพาะคนที่เราไม่ได้สนิทด้วย ถ้าเราสนิทด้วยอย่างเช่นเบเกอรี่ที่อยู่กับโซนี่ฯ การพูดคุยก็จะง่ายกว่า พอเราไม่ได้สนิทด้วยบางเจ้าก็จะคิดราคาแพงมากเลย จนบางครั้งไม่สามารถเสียเงินค่าลิขสิทธิ์เพื่อซื้อมาเล่นได้”
ฝากถึงนักแต่งเพลง อย่ายกเพลงให้ใคร!
ลิขสิทธิ์ในส่วนของดนตรีกรรมเป็นเรื่องสำคัญ? “สำคัญมากครับ ผมจะบอกนักแต่งเพลงทุกคนว่าเพลงที่แต่งอย่ายกให้ใครเด็ดขาด ให้เขาใช้ได้แต่อย่ายกให้เขา ถ้าจะเป็นเจ้าของร่วมก็ขอให้คุณมีสิทธิ์ในการตัดสินใจว่าคุณจะให้ใครใช้ในราคาเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าเป็นเจ้าของร่วมแต่คุณไม่ได้สิทธิ์การตัดสินใจอะไรเลย เหมือนคุณเป็นเจ้าของบ้านร่วมกัน แต่คุณจะใช้ห้องไหนก็ต้องไปขอเขาอ่ะ แบบนั้นก็ไม่มีความหมายอะไร
แม้กระทั่งตอนที่ผมทำค่ายก็จะบอกนักแต่งเพลงว่าเพลงต้องเป็นของคุณ ค่ายผมไม่เอา บางค่ายเพลงอาจจะเป็นของค่ายเลยหรือเป็นเจ้าของร่วมกัน แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวผมดูแลให้ คำว่าดูแลให้แปลว่าผมมีสิทธิ์ดูแลคนเดียว เท่ากับว่าเขาจะเช็ตให้เรานั่งห้องไหนก็ต้องนั่งห้องนั้น ฉะนั้นการที่ Sony Music Publishing Thailand มาดูแลให้ผมก็เป็นเรื่องดีมากเลยครับ”






