บี๋ สวิช ดีใจหวนคืนบ้านหลังเก่า ในรอบ 4 ปี ปรับตัวตามยุคสมัย ขอบคุณแฟนละครยังคิดถึง อัพเดตสุขภาพในวัยเลข 5 แก่ไปตามวัย ชี้ยุคนี้ต้องมีสติ ประคองร่างกาย-จิตใจ

ห่างหายจากงานแสดงไปพักใหญ่ สำหรับอดีตพระเอกชื่อดังยุค 90 บี๋ สวิช เพชรวิเศษศิริ ล่าสุดเจ้าตัวหวนคืนจออีกครั้งในรอบ 4 ปี กับละครเรื่อง “ลางปริศนา” ทางช่อง 7 โดยวันที่ 11 ก.พ. 69 ในงานสัมภาษณ์พิเศษ EXCLUSIVE PRESS INTERVIEW “กุหลาบเล่นไฟ x ลางปริศนา” ณ ชั้น 1 อาคาร 7 ช่อง 7HD บี๋ ได้เปิดใจถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาเยือนบ้านหลังเก่าอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนานหลายปี พร้อมอัพเดตสุขภาพในวัยเลข 5

บี๋ สวิช หวนคืนบ้านหลังเก่า เผยสุขภาพวัยเลข 5

กลับมาในรอบกี่ปี?
“ในรอบ 3-4 ปีเลยครับที่หายจากช่อง 7 ไป ก็ดีใจที่ได้กลับมาทำงานเหมือนโรงเรียนเก่า ได้กลับมาเยือนบ้านเก่าเรา เรื่องแรกผมทำงานกับช่อง 7 ก็คือเรื่อง “คือหัตถาครองพิภพ” ของค่ายดาราวิดีโอ และได้กลับมาอีกครั้งกับ ลางปริศนา เราได้เรียนรู้ ได้เห็น ทั้งคนเก่าที่ยังอยู่ให้คิดถึง แต่บางทีมงานก็เป็นคนใหม่ๆ เข้ามา

เมื่อก่อนผมเจอกับพี่หลุยส์ (สยาม สังวริบุตร) สมัยเด็กๆ พี่หลุยส์ค่อนข้างดุและซีเรียสเรื่องงาน แต่พอรุ่นน้องๆ นี่ชิลมาก ทำงานสนุกเฮฮาไม่เครียด มีมุมมองในการกำกับ การเล่าเรื่องด้วยภาพ วิธีการถ่ายทำเหมือนกับหนังใหญ่ เหมือนซีรีส์ ก็ยินดีครับที่ได้กลับมาและต้องขอบคุณมากๆ ที่ยังเห็นและคิดถึงในสิ่งที่เราเป็น และตรงกับคาแร็กเตอร์ที่เขาเลือกมาครับ”

การทำงานเปลี่ยนไปเยอะไหม ตั้งแต่ยุคก่อน?
“เปลี่ยนไปพอสมควรครับ เมื่อก่อนผมถ่ายละครไปออกอากาศไป ทุกอย่างมันเร่งหมด ต้องเตรียมสภาพร่างกายสภาพจิตใจให้พร้อม เพราะละครมันออนแอร์เหมือนไลฟ์สด เทปสุดท้ายยังถ่ายทำกันอยู่เลย เพราะบางทีบทเขาก็จะเขียนตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่ในยุคนี้เป็นสต็อกหมดแล้ว ทำงานง่ายขึ้น ผมว่าสบายกว่าเดิมนะ เมื่อก่อนไม่มีแบบน้องๆ ที่ถ่ายละครเสร็จปุ๊บขอไปอีเวนต์ ไม่มีนะ เมื่อก่อนยากมาก สมัยก่อนทำงานคือทำงาน ซีเรียสจริงจัง คิวต้องได้ แต่ยุคนี้มันก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยที่เกิดขึ้น”

เราปรับตัวเยอะไหม พอมีการเปลี่ยนแปลงขนาดนี้?
“ง่ายขึ้นเลย ไม่ได้ยากเลย ผมทำงานแบบนี้ง่ายมาก เมื่อก่อนอาจจะมีกฎระเบียบอะไรพอสมควร แต่ตอนนี้ผ่อนคลายไปตามยุคตามสมัย ตามเจเนอเรชั่นที่วิวัฒนาการของหนังของละคร เดี๋ยวนี้กลายเป็นซีรีส์แนวตั้งไปแล้วเพื่อให้ออนไลน์มากขึ้น มีแพลตฟอร์มอื่นๆ เยอะแยะมากมาย เราก็ต้องเรียนรู้ในเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปไวมากขึ้น อีก 5 ปี ไม่รู้ว่าเราจะใช้มือถือหรือเปลี่ยนเป็นอะไรอีกเราก็ไม่รู้นะ”

ช่วงที่เงียบหายไป 3-4 ปีพี่บี๋ไปทำอะไรมาบ้าง?
“ผมไปหุ้นทำร้านอาหารซูชิแบรนด์หนึ่ง ทำไปช่วงนั้นมันเกิดเหตุการณ์โควิด ทุกอย่างมันหยุดหมด ในสภาวะโรคระบาด ตอนนั้นก็ต้องประคองตัวเองให้รอดให้ได้ แต่ปัจจุบันก็ได้ถอนหุ้นออกมาแล้ว ถือว่าเกิดในยุคภาวะเศรษฐกิจโควิดด้วย แต่ก็ได้รับผลตอบรับโอเคอยู่ แต่ก็มีปัญหาจุกจิกนิดหน่อย (ตอนนี้ออกมาทำเองไหม?) ตอนนี้ยังไม่ได้ทำเอง แต่มีแพลนอยากจะทำร้านอาหารนี่แหละ แต่อาจจะเป็นอย่างอื่นแทน”

ตอนนี้เรียกว่าเดินหน้าเข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัวอีกครั้งไหม?
“ก็เดินมาตั้งนานแล้วนะ เรียกได้ว่าเหมือนได้กลับมาทำงานในเวอร์ชั่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เป็นอะไรที่สร้างความกระชุ่มกระชวยให้เราเหมือนกัน เพราะบางทีเดินไปตลาด ไปที่ไหน ไปห้าง คนก็ถาม พี่บี๋เมื่อไหร่มีละคร อยากดูละคร บางคนก็ดูผลงานเก่าๆ เมียจำเป็น, พลอยล้อมเพชร, ดอกแก้ว คู่กับคุณกบ สุวนันท์, ร้ายเดียงสา กับชมพู่ หรือ แค่เอื้อม คนยังคิดถึงเลย เจอผมเขาบอกชอบมากละครพี่บี๋ ผมก็ตกใจ ละครนานมากแต่เขายังชอบเพลง ชอบเนื้อเรื่อง ก็ยังอยู่ในความทรงจำ ต้องขอบพระคุณจริงๆ ครับที่ยังระลึกถึงและคิดถึงกันอยู่เสมอ มันเป็นแรงเป็นกำลังใจให้เราได้ทำงานใหม่ ๆ ออกมา”

อัพเดตสุขภาพในวัยเลข 5 ชี้ยุคนี้ต้องมีสติ ประคองร่างกาย-จิตใจ ไม่ให้จิตตก

แต่ละคนชื่นชมว่าพี่บี๋ไม่เปลี่ยนไปเลย ยังหล่อเหมือนเดิม?
“แก่แล้วครับไปตามวัย แต่ตอนนี้จะดูแลอยู่ 4 เรื่อง หัวใจ, ความดัน, เบาหวาน และ ไต อันนี้ต้องดูเพราะอายุเรามากขึ้น ทานอาหารมันไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว นอกเหนือจากดูแลร่างกายเราต้องออกกำลังกาย เลือกกินมากขึ้น และดูแลจิตใจ มีอะไรมากระทบจิตใจ เจอเหตุการณ์โควิด เหตุการณ์ไม่มีงาน เจอภาวะเศรษฐกิจแย่ หรือโรครุมเร้า มันต้องประคองใจให้สามารถที่อยู่กับสังคมได้ อย่าให้จิตตก

บางทีคนจิตตกมันสามารถทำอะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เยอะตามที่เราเห็นข่าวในสังคมทุกวันนี้ เพราะฉะนั้น ประคองร่างกายไม่พอ ต้องประคองใจเราด้วย มีความสุขและรู้เท่าทัน มีสติ ทำอะไรก็แล้วแต่ขอให้มีสติทุกอย่างที่เราคิดเราทำ ผมว่าสติจะเป็นตัวนำพาให้เราสามารถฝ่าฟันวิกฤตหลายๆ สิ่งไปได้”

4 อย่างที่บอกคือยังไม่มีโรคอะไรใช่ไหม?
“ยังไม่มีครับ มีแค่ตรวจเบาหวาน ผมพอดีเป๊ะเลย 120 เมื่อก่อนชอบกินชาเขียว ขอข้นๆ หน่อยนะของโปรด บางทีออกกำลังกายหรือไปอีเวนต์ ไปคอนเสิร์ต ทำพิธีกร มันเลยกลายเป็นนิสัย พอตัวเลขพุ่งปุ๊บไม่ได้แล้ว ต้องกลับมา เดี๋ยวนี้ถ้าจะกินก็ขอหวานแค่ 10% ให้มันมีรสชาติบ้าง และคอยตรวจสุขภาพร่างกาย

อันนี้เน้นย้ำทุกท่านเลยนะ มีโอกาสไปตรวจสุขภาพร่างกาย หลายท่านที่ทำ พิธีกร ศิลปินดาราหลายท่าน นักร้องหลายท่าน สโตรกเอย มะเร็งเอย พี่เด๋อ ดอกสะเดา ก็สโตรกเหมือนกัน ล่าสุดจัดคอนเสิร์ตที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงก็ช่วยเหลือกลุ่มศิลปินดารา หรือแม้กระทั่งน้ำท่วมภาคเหนือ น่าน เชียงใหม่ เชียงราย หรือภาคใต้ หาดใหญ่ ก็จัดคอนเสิร์ตโดยมีศิลปินอย่างพวก พี่แอ๊ด คาราบาว, พวกสายร็อก พี่อี๊ด ฟลาย, พี่เป้ ไฮ-ร็อก พี่ๆ เหล่านี้เขามาร่วมด้วยช่วยกัน

พูดง่ายๆ ว่าคนในวงการบันเทิงเราไม่ทิ้งกัน ไม่ทิ้งคนไทย โอเค เราอาจจะไม่ใช่กองทัพหน้าที่เอาเรือ ใส่เสื้อชูชีพ ลุยสปีดโบ๊ทไปช่วย อันนั้นต้องให้กู้ภัยที่เขาเป็นมืออาชีพ แต่เราเป็นทัพหลังที่รวบรวมข้าวของ รวบรวมเงินทอง ช่วยในส่วนไหนได้เราช่วยในภาคของคนบันเทิง รวบรวมข้าวของ เครื่องใช้ที่จำเป็น น้ำดื่ม อาหารแห้ง เสื้อผ้า และจัดกิจกรรม ไม่ใช่แค่น้ำท่วมนะ ทหารเราก็ช่วย จัดคอนเสิร์ตกับ โจอี้ กาน่า จัดคอนเสิร์ตที่ตลาดไท ตลาดลาดสวาย คลองสี่ ตลาดคลองหก รวบรวมข้าวของได้ก็ไปส่งมอบให้กับแม่ทัพภาคที่ 2

และได้มีโอกาสไปเยี่ยมกับน้องๆ ที่เขาได้รับบาดเจ็บ ขาขาด แขนขาด ตาบอดอะไรต่างๆ ที่ค่ายสุรนารี ก็ไปให้กำลังใจ น้องๆ เขาสุดยอดมากเลยครับ เขาก็เห็นหน้าโจอี้ เห็นหน้ามหาสมปอง เขาก็หัวเราะขำกลิ้ง ก็เป็นเรื่องของการสร้างจิตใจที่คลายเครียดได้ เพราะเขาเจอเหตุการณ์แบบนี้แขนขาดขาขาด เราก็เห็นใจและให้กำลังใจ บอกน้องๆ ว่าขอบคุณมากที่ช่วยปกป้องแผ่นดินไทยให้พวกเรา ไม่ให้ใครมารุกราน เราคนบันเทิงทำอะไรได้ก็ทำกันครับ”.

bie5637

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน