ค่ำคืนเดียวที่ทิ้งรอยตลอดกาล “ราคี (THE STAIN)” ภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ของค่าย BeOnCloud ที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจด้านคุณภาพการผลิต ตั้งแต่งานภาพ งานศิลป์ ไปจนถึงการเล่าเรื่องที่มีทิศทางชัด ผลงานการร่วมกำกับฯ ของ 3 ผู้กำกับฯ ‘ปอนด์’ กฤษดา วิทยาขจรเดช, ‘ครูหนิง’ พันพัสสา ธูปเทียน และ ‘พิง ลำพระเพลิง’

นำแสดงโดยนักแสดงระดับอินเตอร์ ‘อาโป’ ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ (ปราณ), อิงฟ้า วราหะ (มาลี), ‘เจษ’ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ (อัสนัย) และ ‘ฟรีน’ สโรชา จันทร์กิมฮะ (น้ำใส) เสริมความสนุกด้วยนักแสดงสายฮา ‘แจ๊ส’ ผดุง ทรงแสง (ใหญ่) และ ‘ฮาย’ อาภาพร นครสวรรค์ (นาตยา)

“ราคี The Stain” เล่าเรื่องราวของ มาลี (อิงฟ้า วราหะ) หญิงสาวผู้มีอดีตดำมืด โชคชะตานำพาให้เธอมายังอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งเพื่อเผชิญความทรงจำในวัยเด็ก เธอได้พบกับ ปราณ (อาโป ณัฐวิญญ์) นักพฤกษศาสตร์และนักเบลนด์ชาเจ้าของแบรนด์ชาดอกไม้ไทย ทั้งคู่ผูกสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งท่ามกลางความทรงจำ ความรัก และความลับที่ค่อยๆ เปิดเผย

ความสัมพันธ์ของทั้งสองถูกสั่นคลอนเมื่อมีบุคคลที่สามและสี่เข้ามาในวงจร อัสนัย (เจษ เจษฎ์พิพัฒ) เพื่อนสนิทคนเดียวของปราณ เพลย์บอยผู้มีเสน่ห์ น่าคบหา และ น้ำใส (ฟรีน สโรชา) สาวไฮโซนักจิตวิทยาบำบัดที่ดูเหมาะสมกับปราณในทุกด้าน ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูงดงามและสงบสุขในผิวเผิน ความรัก ความกลัว ความไม่มั่นใจ และอดีตที่ถูกฝังลึกเริ่มผุดขึ้นทีละชั้น จนกระทั่งความลับของอดีตถูกเปิดเผย ความตายอันน่าสยดสยองเริ่มต้น ทุกคนต่างถูกบีบให้เผชิญหน้ากับสิ่งที่ตนซ่อนไว้

ทั้งนี้ 3 ผู้กำกับฯ ได้มาเผยถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง “ราคี” ให้ฟัง โดยปอนด์เล่าที่มาของชื่อหนังว่า “มันเป็นคำที่แรง แต่มันอยู่ในเนื้อในตัวเราทุกคน เพียงแต่เราจัดการมันได้ไหม ถ้าจัดการไม่ได้อาจจะเป็นปัญหา ต่อให้เราจัดการมันได้ ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะจัดการได้เหมือนกัน ฉะนั้นคำนี้ผมรู้สึกว่ามันสะท้อนอะไรหลายอย่าง

ถ้าพูดถึงภาพยนตร์ที่เป็นแนวสยองขวัญมีเยอะมาก ถ้าผมทำหนังผีโต้งๆ เลย ผมอาจจะสู้คนเก่งๆ คนอื่นไม่ได้ แต่อันนี้เราทำในสิ่งที่เราเชื่อ คำว่าราคีมันเป็นจุดเริ่มต้นบางอย่างของรสชาติทั้งหมดของเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังผี แต่หนังเรื่องนี้เป็นหนังของคนไทยที่สนุกแบบไทยๆ เป็นเหมือนอาหารไทยที่ครบรส

เอาแค่เสน่ห์ของนักแสดง 4 คน การได้เห็นคนไทยที่มีเสน่ห์ขนาดนี้มาอยู่รวมกันไม่ได้ง่าย ผมดูเองยังรู้สึกเลยว่าเสน่ห์มันเย้ายวนออกมา แล้วเสน่ห์ของนักแสดงกับการเต็มที่ของเขาเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องนี้ทุกซีนเราถ่ายแล้วก็ให้เขาดูด้วยตอนตัดแล้วก็ตัดไปด้วยกัน ฉะนั้นทุกอย่างที่เห็น นักแสดงมีส่วนร่วมทั้งหมด”

ด้านครูหนิงกล่าวว่า “การเข้ามาทำหนังเรื่องนี้ท้าทายมาก ได้ทำงานกับนักแสดงเก่งๆ อยากให้มันออกมาอย่างเต็มที่ ยอมรับว่ายากมากๆ ในระหว่างทาง เรียกว่าเป็นงานทดลองที่สุดท้ายเรารู้สึกแฮปปี้กับมันมาก

ความยากในเรื่องนี้ คือนักแสดงได้เล่นในบทที่ไกลตัวเขา ต้องซัพพอร์ตกันเยอะมาก แล้วก็ต้องขอบคุณทุกคนที่กระโจนเข้าไปในตัวละคร ทุกคนเต็มที่กับมัน ซึ่งซีนที่เป็นห่วงที่สุด เป็นซีนที่มันมีความใกล้ชิดกันมากๆ เพราะไม่ได้ง่ายสำหรับนักแสดงที่จะต้องลงไปในความรู้สึกนั้น แต่พอเขาได้เริ่มถ่ายคือเทกเดียวผ่าน เพราะเขาเชื่อและอยู่กับโมเมนต์นั้นจริงๆ ทำให้มันออกมาสวยงามมากๆ”

ส่วน พิง ลำพระเพลิง ที่เรียกได้ว่าเป็นสารตั้งต้นในการทำภาพยนตร์เรื่องนี้กล่าวว่า “เริ่มต้นเกิดจากผมอยากได้เจษ (เจษฎ์พิพัฒ) ก็เลยมาหาพี่ปอนด์ แล้วพี่เขารู้สึกอยากดูแลนักแสดงและทำให้งานมันใหญ่โตขึ้นลงตัวมากขึ้น สมมติถ้าบีออนคลาวด์ไม่ลงมา โปรเจ็กต์นี้อาจจะไม่เกิดด้วยซ้ำ บีออนคลาวด์ลงทุนหนักมากๆ ขอบคุณที่ทำให้หนังเรื่องนี้สำเร็จลงได้
จากภาพตั้งต้นตั้งแต่วันแรกจนมาถึงวันนี้ ภาพเปลี่ยนไปเป็นหนังคนละม้วน พัฒนาไปเร็วมาก จากผมเอาหนังมาเสนอ 3-4 เดือนผ่านไป พี่ปอนด์ปรับเปลี่ยนบทจนหนังใหญ่โตขึ้น สามารถดึงดารานักแสดงที่เขาสนใจในบทขนาดนี้มาเล่นได้ เหมือนยุค Hi5 กับ TikTok มันเอามาเทียบกันไม่ได้จริงๆ

ผมเคยภูมิใจกับงานของตัวเองมาก รู้สึกมันเป็น พิง ลำพระเพลิง แต่พอได้มาถูกเคลือบใหม่ ผมรู้สึกว่าตัวเองมาเรียนรู้โดยที่ได้ค่าเรียนรู้ด้วย ผมเลยรู้สึกโชคดีที่มีโอกาสได้อยู่ร่วมกับโปรเจ็กต์ใหญ่ๆ แบบนี้ อย่างน้อยก็จะเป็นเครดิตต่อเนื่องไปให้ผมได้ทำหนังเรื่องต่อไปได้”
ติดตามชมภาพยนตร์หลอนแบบมีคลาสเรื่อง “ราคี (THE STAIN)” ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ