เดินตามความฝัน แต่ไม่ได้ดั่งฝัน ทว่ากลับเป็นจุดพลิกผันทำให้ชีวิตปัง สำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวเกาหลีใต้ชื่อดัง ‘พี่ฮง’ หรือ ‘อิลฮงมิน’ (ILL Hong Min)

ล่าสุดก้าวเท้าเข้าสู่เส้นทางการแสดง ชิมลางงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต “อีแหล่ แอรี่ เกาหลี โอปป้า” ของผู้กำกับฯ สมพงษ์ คุนาประถม หรือ อี๊ด โปงลางสะออน

โดยวันนี้เจ้าตัวได้มาเล่าถึงชีวิตที่กว่าจะมีวันนี้ได้ ต้องผ่านอะไรมาเยอะแยะมากมาย

เป็นอย่างไรบ้างกับการเป็นพระเอกหนังเรื่องแรกในชีวิต?

ฮง – “รู้สึกประทับใจ ตื่นเต้น อึดอัด และกลัวนิดหนึ่ง กลัวฟีดแบ็กว่าการแสดงหนังเรื่องแรกจะไม่โอเค ตอนแรกปฏิเสธเพราะตอนพี่อี๊ดโทร.มาอยากให้ผมเล่นเป็นพระเอก ตอนนั้นผมไม่รู้จัก เลยเข้าใจว่าเป็นมิจฉาชีพ (ยิ้ม) จนผู้จัดการมาบอกว่าพี่อี๊ดอยากเชิญไปกินข้าวและคุยเรื่องหนัง จนได้ไปเจอกัน ส่วนเหตุผลที่ใจอ่อนยอมเล่น เพราะเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดี ได้อ่านบทแล้วคาแร็กเตอร์ฮงในหนังคล้ายตัวผมมาก เลยอยากทำชาลเลนจ์ตัวเองว่าปีนี้ลองเล่นหนังดีกว่า”

อาทิตย์ใส

✦ รับบทเป็นใครในหนังเรื่องนี้?

ฮง – “รับบทเป็น ฮง นิสัยเหมือนผมมาก ผมมีหลายด้านที่แฟนคลับหรือคนที่ผมรู้จักอาจไม่รู้ ผมเป็นคน Super introvert โดดเดี่ยว ต่างจากคอนเทนต์ที่ผมทำ ซึ่งนิสัยอินโทรเวิร์ตน่าจะมาจากตอนอยู่จีน ผมอยู่เกาหลีมาก่อน ย้ายไปจีน และย้ายมาเมืองไทย

อาทิตย์ใส

อยู่จีนประมาณ 9 เดือน ตอนนั้นอายุ 12-13 ปี คุณพ่อย้ายมาทำงานที่จีนแล้วเอาผมมาด้วย ส่วนคุณแม่กับน้องชายยังอยู่เกาหลี คุณพ่อทำงานหนักมากไม่มีเวลากลับบ้าน ส่วนมากผมอยู่ที่ห้องคนเดียว มันเหงา ตั้งแต่นั้นผมชอบคุยกับตัวเอง ชอบจินตนาการว่ามีรายการมาสัมภาษณ์ แล้วก็เล่นคนเดียว ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ทำให้ผมไม่ค่อยไว้ใจหรือคบใคร”

✦ เห็นว่าชีวิตวัยเด็กต้องต่อสู้กับปัญหาทางจิตใจ จนถึงขั้นเกือบไม่อยากมีชีวิต?

ฮง – “ใช่ครับตอนอยู่จีนนั่นแหละ อยู่ดีๆ ก็ไม่อยากอยู่ต่อ เพราะคุณแม่กับน้องชายอยู่ที่เกาหลี คุณพ่อก็ไม่ค่อยได้เจอกัน ผมไม่มีเพื่อนในชีวิตจริง มีแต่เพื่อนในเกมออนไลน์ เลยรู้สึกว่าไม่มีเหตุผลที่อยากอยู่ต่อ แต่เป็นแค่ความคิดเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรจริงจัง โชคดีที่บริษัทคุณพ่อย้ายมาที่เมืองไทย ที่ชลบุรี นั่นเป็นครั้งแรกที่ครอบครัวเราได้อยู่รวมกัน แฮปปี้มาก”

อาทิตย์ใส

✦ รู้จักเมืองไทยมาก่อนไหม?

ฮง – “ไม่รู้จักครับ คิดแค่ว่าได้อยู่กับครอบครัวก็โอเคแล้ว แค่รู้สึกอย่างเดียวคือร้อนว่ะ เดือนธันวาแล้วยังร้อนอยู่เลย ผมอยู่ที่ชลบุรีจนเรียนจบมัธยมปลายก็ย้ายไปเรียนที่เอแบคบางนา แยกออกมาจากที่บ้าน ผมชอบนะเพราะอยากอยู่คนเดียว จะโทร.หาคุณแม่เฉพาะตอนจะขอตังค์ (หัวเราะ) ผมไม่ค่อยได้อยู่กับสังคมคนไทยเท่าไหร่ แต่หลังจากเริ่มทำยูทูบ เริ่มเข้าใจวัฒนธรรมไทยมากขึ้น ได้ไปเห็นเสน่ห์ของต่างจังหวัด เห็นชีวิตคนไทย รู้สึกว่าชีวิตผมน่าจะเหมาะกับที่เมืองไทยมากกว่า”

✦ แล้วเรียนภาษาไทยตอนไหน?

ฮง – “ตอนแรกผมไม่คิดจะเรียนภาษาไทยเลย เพราะแพลนผมคือจะเข้ามหาวิทยาลัยที่เกาหลี สัญญากับรักแรก (ยิ้ม) แฟนเก่าที่ปูซาน เราคบกันมา 10 ปี ผมตั้งใจเรียนเพื่อเข้าจุฬาฯ ให้ได้ ตอนนั้นที่จุฬาฯ มีพาร์ตเนอร์ชิพกับมหาวิทยาลัยที่เกาหลี ถ้าเรียน 2 ปีสามารถโอนย้ายไปที่เกาหลีได้ เลยพยายามเรียน CU-TEP

อาทิตย์ใส

แต่ชีวิตไม่ง่ายตามที่วางไว้ ตอนยื่นเอกสารปรากฏไม่ใช่คณะของอันนี้ เท่ากับผมเตรียมสอบผิดมา 1 ปี ผมร้องไห้คนเดียวอยู่หน้าสามย่านมิตรทาวน์ บอกพ่อแม่ว่าผมเข้าไม่ได้แล้ว แล้วก็เลิกกับแฟนที่เกาหลีเพราะไม่ไหว มันห่างกันจริงๆ หลังจากนั้นก็ไปเข้าเอแบคแทน ได้เจอรักที่สองเป็นคนไทยเป็นคนเชียงใหม่ รักมาก คบกัน 1 ปีแล้วก็เลิก เพราะผมต้องเกณฑ์ทหารที่เกาหลี

อาทิตย์ใส

ผมเริ่มเรียนภาษาไทยหลังจากคบแฟนคนเชียงใหม่นี่แหละ เรียนภาษาไทยจากที่คุยกับเขาและกลุ่มเพื่อนของเขา จนถึงตอนนี้ผมไม่เคยเรียนภาษาไทยแบบจริงจัง หลังจากผมดังทางโซเชี่ยล ผมเริ่มอ่านคอมเมนต์ในติ๊กต็อก ยูทูบ เฟซบุ๊ก และไอจี เพราะถ้าไม่อ่านคอมเมนต์ก็จะตอบแฟนๆ ไม่ได้ คือเรียนภาษาไทยผ่านทางโซเชี่ยลครับ”

✦ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เคยตัดสินใจทิ้งใบปริญญามาแล้ว เกิดอะไรขึ้น?

ฮง – “หลังเกณฑ์ทหารเสร็จผมกลับไปเรียนที่เอแบค ตอนนั้นอยู่ปี 2 กำลังสอบมิดเทอมอยู่ก็รู้สึกว่าชีวิตน่าเบื่อ มีแต่ข้อสอบ แต่ความฝันผมคืออยากเป็นแร็พเปอร์ ถ้าเรียนจบที่นี่ผมอาจจะไม่ได้เป็นแร็พเปอร์แน่ๆ ตอนนั้นผมฉีกกระดาษคำตอบแล้วเดินออกจากห้องสอบ กลับไปที่หอแล้วซื้อตั๋วเครื่องบินวันนั้นไปเกาหลีโดยไม่บอกพ่อแม่ เขาโมโหมาก แต่ผมก็เชื่อว่าตัวเองตัดสินใจถูกครับ”

อาทิตย์ใส

✦ อาชีพในฝันคือการเป็นแร็พเปอร์?

ฮง – “ครับ เพราะเป็นทางเดียวที่สามารถแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกไปได้ แต่หนทางการเป็นแร็พเปอร์ไม่สำเร็จ ผมทำงานหนักมากตอนกลับไปเกาหลี ต้องหาเงินดูแลตัวเอง อย่างงานล่าม ทำคอลเซ็นเตอร์ ร้านไก่ทอด ทำงานที่บาร์ เคยไปสัมภาษณ์ที่บาร์โฮสต์ที่เกาหลีด้วย แต่ไม่เคยทำ สัมภาษณ์กับมาดามดูน่ากลัวมาก หนีเลย คิดว่าทางนี้อาจจะไม่ใช่ (หัวเราะ) สุดท้ายกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง เพราะไม่มีทางที่จะทำอะไรสำเร็จที่เกาหลี การแข่งขันในโซเชี่ยลที่นั่นสูงมาก กลับมาไทยก็มาทำเพลงต่อ ซึ่งก็ไม่สำเร็จอีก แต่ผมไม่หยุดครับ

ตอนนั้นมีรายการ โชว์มีเดอะมันนี่ ไทยแลนด์ ซีซั่น 2 พอดี เลยสมัครเข้าไป นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายก็เต็มที่ ผ่านเข้ารอบแล้ว แต่อีก 2 เดือนโควิดมา รายการหยุดถ่าย 2-3 เดือน ไม่รู้จะทำอะไรต่อ เลยคิดว่าระหว่างนั้นออกกำลังกายดีกว่า ตอนนั้นหนัก 90 กิโลฯ อ้วนมากๆ ถ้าได้กลับไปออกรายการโชว์มีเดอะมันนี่ฯ อีก อยากให้คนดูตกใจว่านี่ใคร เพราะน้ำหนักผมลงไป 21 กิโลฯ ผมดีใจมากถ่ายรูปลงเฟซบุ๊ก ปรากฏยอดไลก์ ยอดคอมเมนต์ และยอดวิวดีมาก จากนั้นก็เกิดความสงสัยว่าถ้าผมเปิดไลฟ์ที่เฟซบุ๊กคนดูจะเข้ามากี่คน วันนั้นเลยเป็นวันแรกที่ผมลองไลฟ์และรู้สึกว่าตัวเองพูดเก่ง คนเข้ามาดูก็ขำกัน ทางแร็พเปอร์อาจจะไม่เหมาะกับผม แต่ก็ยังทำเพลงอยู่”

อาทิตย์ใส

✦ กลายเป็นจุดเปลี่ยนจากแร็พเปอร์กลายเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์เลยไหม?

ฮง – “ใช่ครับ แต่ช่วงแรกไม่คิดเป็นจริงจัง แค่สนุกเวลาคุยกับแฟนคลับ แต่เหมือนหลายคนทักว่าพี่ฮงลองจริงจังกับคอนเทนต์ในยูทูบกับไอจีไหม ผมเลยค่อยๆ ย้ายไปไลฟ์ที่ไอจี แล้วก็ทำเพลงต่อ ผมทำไลฟ์เพื่อจะทำเพลง แต่ทำเพลงมา 7 ปีกับไลฟ์ 6 เดือน ผลที่ได้จากไลฟ์ 6 เดือนดูเยอะกว่า เลยรู้สึกว่าสิ่งที่อยากทำกับสิ่งที่ทำแล้วเก่งมันไม่เหมือนกัน ผมเลยเลือกทางนี้ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้เงินจากส่วนนี้

แล้วนิสัยผมเปลี่ยนไปเยอะมาก เมื่อก่อนนิสัยไม่ค่อยดี อีโก้สูง เจ้าชู้ แต่หลังจากที่แฟนคลับบอกว่าดูคอนเทนต์พี่ฮงแล้วฮีลใจขึ้น ทำให้ผมได้เรียนรู้หลายอย่าง รู้สึกอ่อนน้อมถ่อมตัวมากขึ้น ระวังคำพูดมากขึ้น ยิ่งมาเจอศาสนาพุทธทำให้นิสัยผมเปลี่ยนไปเลย อยากขอบคุณแฟนคลับมากๆ”

✦ พี่ฮงจัดว่าเป็นหนุ่มหน้าตาดี ตอนอยู่เกาหลีมีคนเคยมาชวนไปเป็นเด็กฝึกไอดอลบ้างไหม?

ฮง – “เคยมีครับ แต่แร็พเปอร์ฮิพฮอพจะมีความเป็นอิสระ ส่วนมากอีโก้สูง ไอดอลเหรอ…ไม่สนใจ ผมต้องแร็พ (ยิ้ม) แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมไปเป็นเด็กฝึกแน่นอน (หัวเราะ)”

อาทิตย์ใส

✦ ชีวิตที่ผ่านมาล้มแล้วลุกตลอด ไม่ท้อเลย?

ฮง – “ผมยังจำได้ว่าหมอดูที่ปูซานบอกว่าชีวิตเธอลำบากจัง แต่หลังจากอายุ 30 ปังแน่ ต้องอดทนรอนะ ซึ่งตอนที่ผมไลฟ์เฟซบุ๊กครั้งแรกตอนนั้นอายุ 30 พอดี หลังจากนั้นก็โอเคเลย แม่นเนอะ (ยิ้ม)”

✦ อยู่เมืองไทยมากี่ปีแล้ว ทำไมเลือกใช้ชีวิตอยู่ที่นี่?

ฮง – “น่าจะ 21 ปีแล้ว เกินครึ่งชีวิต ผมชอบความเป็นคนไทยมากๆ คนไทยไม่เครียด บางคนอาจจะคิดเยอะหรือคิดมาก แต่ส่วนใหญ่อินเนอร์ของคนไทยจะชิล แล้วมีความอบอุ่นที่แตกต่างจากคนเกาหลี ผมชอบความอบอุ่นและน้ำใจของคนไทยมากกว่า มันเหมาะกับผม คนเกาหลีส่วนมากเครียด ทำงานหนักแต่ทำได้ดีมาก แต่ลึกๆ ในสังคมเกาหลีมันมืดมากๆ ไม่เหมือนเมืองไทยที่สดใส ส่วนจะอยู่เมืองไทยไปถึงเมื่อไหร่ ผมคงตายที่เมืองไทยแน่นอนครับ”

อาทิตย์ใส

✦ มีแฟนไหม?

ฮง – “ตอนนี้ไม่มีครับ สเป๊กแฟนจริงๆ คนไทยก็ได้ ญี่ปุ่นก็ได้ เกาหลีก็ได้ ผมเคยคบผู้หญิงหลายๆ ชาติ สำหรับผมมองว่าผู้หญิงทุกคนเหมือนกัน ชาติไหนผู้หญิงก็เป็นผู้หญิง ต่างกันแค่ประเทศที่อยู่ แต่ตอนนี้โสด ทำงานก่อน”

✦ เคยบอกว่าตัวเองเป็นคนเกาหลีที่ใกล้จะกลายเป็นคนไทยแล้ว ตอนนี้ยังคิดเหมือนเดิมอยู่ไหม?

ฮง – “ตอนนี้ผมเป็นคนไทยแล้วครับ ผมรู้สึกว่าสมองเป็นคนเกาหลี แต่หัวใจเป็นคนไทยไปแล้วอ่ะครับ”

จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน