มิกซ์ เฉลิมศรี ภูมิใจในความเป็นกะเทย รู้สึกเฉยๆ กับคำนำหน้า “นางสาว”

เปิดธุรกิจ​ ข้าวมันไก่หนีห่าว​ ร่วมกับ​ “ป้าตือ​ สมบัษร​ ถิระสาโรช” สำหรับ​ “มิกซ์​ เฉลิมศรี” ที่ขึ้นแท่นลูกรักถึงขั้นยกมรดกให้กันเลยทีเดียว ล่าสุด มิกซ์ มาร่วมงาน HERE WE GO! “LIVE LIGHTER ชีวิตที่เบากว่า” ณ บอลล์รูม ชั้น 4 โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ถนนวิทยุ จากนั้นเจ้าตัวได้เล่าถึงธุรกิจข้าวมันไก่ รวมถึงเรื่องดราม่า คำนำหน้า “นางสาว”

ป้าตือเป็นยังไงบ้าง? “แฮปปี้ค่ะ ข้าวมันไก่ขายดีมาก ฝากด้วยค่ะ ข่าวมันไก่หนีห่าว ข้าวมันไก่สำหรับคนหยิบโหย่ง วันนี้วันแรกที่มีหน้าร้าน อยู่ที่สยาม นั่งได้เที่ยงถึงดึก ทุกคนสามารถไปนั่งได้แล้ว และจะขยายกิจการไปที่เอกมัย ถ้าสมมติว่าใครที่เป็นสายปาร์ตี้ ร้านนั้นน่าจะเปิดตั้งแต่เช้าจนถึงเป็นตอนรุ่งเลยนะคะ แล้วก็น่าจะฟรีน้ำซุปโครงกระดูกสำหรับสายดื่มด้วย​”

ที่บ่นๆ ว่าชอบด่า? “โทษนะคะ ใช้คำว่า ชอบด่ากูกันเหลือเกิน ขาย 70 บาทก็ด่ากู พอแพงปุ๊บมาซื้อกันเยอะผิดที่กูอีกและ กูทำอะไรก็ผิดไปหมดเลย ตอนนี้ระบบการจัดการดีขึ้นมากๆ ส่งไวขึ้นมากๆ แล้วก็ข้าวหุงไม่แฉะแล้วนะคะ คนจะบอกอุ๊ยทำไมข้าวหุงแฉะ พวกมึงสั่งกันขนาดนี้ใครจะทำทัน ตอนนี้ก็เรียกได้ว่าอยู่ที่อยู่ตัวแล้ว ขนาดคุณมีผัวแรกแรกคุณยังทะเลาะกันเลย กว่าจะปรับตัวกันได้ก็เหมือนร้านข้าว นะคะให้โอกาสหน่อย ตอนนี้มีหน้าร้านเพราะหนูแค่มีความรู้สึกว่ามันระบายการส่ง พอมีหน้าร้านมันก็น่าจะแบบไม่ต้องส่งเยอะขึ้น แล้วคนจะได้มากิน ตอนแรกกะจะทำแค่ออนไลน์”

ทำไมเปิดข้าวมันไก่? “เพราะเขาชอบกิน เขาบอกว่าแม่แยากจะขายข้าวมันไก่ ลูกคิดว่าเป็นยังไง หนูเลยบอก ข้าวมันไก่จริงๆ มันเป็นอาหารที่ง่ายและไม่ควรมีราคาแพง เรากินข้าวมันไก่ตั้งแต่เด็ก แล้วตอนแรกเขาออกแบบแพ็คเกจจิ้งเวอร์มาก หนูบอกว่าแม่ เอาจริงๆ นะ หนูกัดตูดดูดน้ำซุปด้วยซ้ำ นึกออกป่ะ เพราะฉะนั้นมันไม่ควรทำอะไรให้มันยุ่งยาก หนูเลยคิดว่าถ้าสมมติว่ามันจะเป็นออนไลน์ มันต้องเป็นออนไลน์ที่คนซื้อไปกินที่บ้านต้องกินได้เลย เพราะฉะนั้นน้ำซุปก็เทใส่กล่องใส่อะไรแบบกินได้เลยแล้วทิ้งได้เลย”

เขาบอกทุกธุรกิจต้องเป็นเขา? “ทุกธุรกิจค่ะ (ยกให้เรา?) ควรจะเป็นของหนูค่ะ (ยิ้ม) บริษัทตือจำกัด อาจจะเป็นเฉลิมศรีจำกัดในอนาคต (ต้องบวชให้เขานะ?) เดี๋ยวนี้เขามีซิลิโคนหัว บวชปลอมได้ เราก็บาปเอาสิ สังคมจะตราหน้าเราว่ายังไงก็ได้ แต่สมบัติเขามันเป็นของเรา ก็ด่าฉันไปเลย ฉันจะบวชปลอมมีอะไรมั้ย​ (เขากลัวไม่มีลูกโกนหัวให้เขา?) ไม่มีใครโกนจริงหรอกค่ะ เขาก็รู้อยู่แล้วว่าลูกเขาเป็นยังไง เขาจะคาดหวังอะไร บวชหลอกค่ะ เออใช่ เผายังมีเผาหลอก กะเทยก็ต้องมีบวชหลอก ไม่ได้ว่าไม่ได้แช่งนะ เมื่อเขาสิ้นลมหายใจ คุณคิดว่ากระเทยจะไปรวมตัวกันที่ไหน โรงบาล หรือห้องกระเป๋ามากกว่า เห็นมะ ห้องกระเป๋า มันต้องาีการจับจองกันบ้าง ถ้าไปดูใจกันจะได้กระเป๋า Hermès กันมั้ย แต่เขาบอกไว้แล้วว่าห้องๆ นึงจะเป็นของลูกนะ คือเราก็สบายตัวไปครึ่งนึงแล้ว แต่เราก็ต้องขัดขาลูกคนอื่นบ้าง​ เขาสั่งเสียเลยว่าแม่ซื้อห้องตรงนี้ไว้ แม่มีที่ตรงนี้ เขาเล่าแต่เราก็จดไว้กลัวเขาลืมว่ามีที่ตรงไหนบ้าง”

กลัวลูกคนไหนมากสุด? “​ไม่มีนะคะตอนนี้​ นัท​ นิสามณี เขามีคนดูแลแล้ว มีแฟนแล้ว เขาไม่เป็นห่วง ส่วนฝนไม่มีค่ะ คนนั้นไม่มีวันได้แน่นอน คนนั้นกิจการที่เขาได้คือ ลูกน้องของป้าคือสมบัติของเขา ก็คือฝากให้ฝนไปทำงานกับฝนต่อ ผู้บริหารคือหนูค่ะ พี่ฝนก็เป็นลูกจ้างหนูอีกทีหนึ่ง แล้วก็ในงานนะคะ​ หนูเรียกไว้ว่าศาลาชั้นต่ำ​ ก็คือจะมีแขกแค่พวกหนู แขกไฮโซ บารมีที่เขาดูแลมา ปลุกปั้นมาที่เป็นเพื่อนไฮโซ ตระกูลดีจะเป็นศาลาห้องแอร์ ส่วนของพวกหนูจะเป็นศาลาชั้นต่ำ ดูแลกันเอง ไม่ให้แขกไปมั่ว”

ตอนนี้กังวลไหมเขาโดนด่าในโซเชียล? “ก่อนที่จะมีโซเชียล หนูว่าเขาก็โดนด่ามาจนชินแล้ว เมื่อก่อนพวกเราก็ด่าเขา (เสียงอ่อน) แต่เขาแค่ไม่รู้ แต่ตอนนี้เขาอาจจะรู้ หนูเลยบอกว่าเมื่อก่อนก็มีคนด่าแม่ แต่แม่อาจจะไม่รู้ แม่ต้องปล่อยวาง แต่แม่บอกแม่ไม่ได้สนใจอะไร แต่อันนี้เป็นคำยอมรับครั้งแรกว่าเราก็เคยด่าเขา (หัวเราะ)”

เรื่องที่ป้าตือพูดในรายการ? “คือหนูคิดว่าเรื่องนั้นมันเป็นบริบทในเวทีประกวด ยิ่งสมัยนี้รายการหนูคิดว่า สำหรับตัวหนูนะ ในฐานะคนที่ช่วยน้องนาราทำรายการ หนูคิดว่าเป็นเอ็นเกจเมนต์ที่ดี แล้วก็เป็นอะไรที่ดีเพราะมันเกิดการโต้แย้งในสังคมด้วย แล้วหนูคิดว่าเวทีก็ได้โมเมนต์นี้ด้วย”

กลายเป็นประเด็นต้องตาม? “เชื่อไหม หนูเพิ่งรู้ว่ายังไม่จบ แต่มิสทิฟฟานี่จบแล้วนะ แต่การโต้แย้งก็ยังมีต่อไป หนูว่ามันก็เป็นเขาเรียกว่าปัญหาอีกปัญหาหนึ่งด้วย​ (แล้วเราคิดเห็นยังไง เรื่องคำนำหน้า?) สำหรับตัวหนูเองนะ หนูเข้าใจสำหรับคนที่อยากได้คำว่านางสาว หนูขอย้อนไปอีกว่า มันมีปัญหาจริงๆ ในด้านเกี่ยวกับการเดินทางไปประเทศนั้นประเทศนี้ แต่ตัวหนูตอบไปแล้วว่าให้ถามประโยชน์ส่วนรวม แต่สำหรับตัวหนูการไปประเทศนั้น หนูเคารพสิทธิเขาไหม หนูเคารพ​ ถ้าสมมติว่าประเทศเขาเป็นประเทศศาสนานั้น หนูก็เลือกที่จะไม่ไป แต่ถ้าสมมติว่าเขามีวีซ่านู่นนี่นั่นบอกมาว่าเราไปได้นะ ก็อยากไปเที่ยว หนูเป็นคนเคารพกฎในแต่ละกฎของแต่ละที่อยู่แล้ว

แล้วถามว่าหนูอยากได้นางสาวไหม หนูพูดตรงๆ เลยว่า หนูรู้สึกเฉยๆ เพราะว่าหนูถูกเลี้ยงดูมาไม่ได้ให้เป็นผู้หญิง แล้วหนูอยากเป็นกะเทย หนูพูดตลอดเลยในกลุ่มหิ้วหวีว่า หนูภูมิใจในการเป็นกะเทยของหนูมาก เพราะว่าต่อให้หนูไปบอกคนอื่นว่าเป็นผู้หญิงมันก็ไม่เหมือน แต่สำหรับคนที่เขาเหมือนผู้หญิงจริงๆ และปฏิบัติตัวเหมือนผู้หญิงจริงๆ หนูเห็นใจเขาว่าเขาควรจะได้ เพราะหนูรู้จักบางคนที่เขาเป็นผู้หญิงๆ​ น่ะ อันนั้นควรจะได้”

ปอย – โยชิ ออกมาพูดก็โดนด่า? “หนูคิดว่าเขารู้สึกว่าเขาเป็นผู้หญิงจริงๆ มาตั้งแต่เด็ก​ ถ้าคำว่านางสาวเขาได้ไปแล้วมันเติมเต็มชีวิตเขามากขึ้น​ หนูก็รู้สึกว่ามันก็ไม่ได้เสียหาย​ แต่สำหรับดิฉันเติมเต็มตัวเองตลอดเวลานะฮะ​ ดิฉันก็เลยไม่ได้รู้สึกว่า “นางสาว” จำเป็นสำหรับดิฉัน เติมเต็มอะไรสำหรับดิฉัน​ แค่มีความรู้สึกว่าการที่สังคมยอมรับหรือให้โอกาสกระเทย นึกออกป่ะ”

ผู้หญิงมองว่าไปแย่งพื้นที่ผู้หญิง? “รู้สึกว่าเขารู้สึกได้ เพราะว่าในมุมมองเรา บางกลุ่มก็ไม่พอใจที่ผู้ชายมาเล่นเป็นกะเทย หนูเข้าใจว่าเรายังไม่พอใจเลยว่าทำไมผู้ชายต้องมาเล่นเป็นกะเทย ถ้ามองในมุมกลับกัน ถ้าเราอยากจะไปอยู่ในจุดๆ นั้น ผู้หญิงบางกลุ่มเขาก็สามารถมองว่าเขาไม่โอเคในจุดๆ นี้ได้เหมือนกัน ใจเขาใจเรา

คนจะมองว่าเราไม่เข้าข้างกลุ่มแก๊งเหรอ​ ไม่ๆ หนูว่ามันเป็นความคิดเห็นของแต่ละคน หนูบอกแล้วมันเป็นปัจเจก ณ ตอนนี้มันไม่มีอะไรถูกไม่มีอะไรผิด ถ้าตามพจนานุกรม ถูกแปลว่าความเห็นต้องพ้องตรงกันเยอะมาก อันนี้แปลว่าถูก คนเห็นส่วนน้อยแปลว่าไม่ถูก แต่สำหรับตัวหนูจะเห็นมากเห็นน้อยมันไม่มีอะไรผิดถูก เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีการโต้แย้งกัน แล้วหนูไม่อยากให้สิ่งที่เอามาทำให้แตกแยก หนูคิดว่าสาวประเภทสองบางคนจริงๆ เราพูดได้นะ แต่เราควรพูดให้เขาเห็นใจมากกว่านี้ เพราะการที่เราออกมาพูดแบบด้วยอารมณ์ เราเข้าใจแหละ แต่อยากให้พูดด้วยหลักฐาน เพราะอย่างสมรสเท่าเทียม เราพูดด้วยความน่าเห็นใจ เพศอื่นๆ เห็นใจว่าเราควรได้ สุดท้ายเราก็ได้ แต่ด้วยเรื่องนี้พอใช้อารมณ์กันมากเกินไป มันก็เลยกลายเป็นใช้อารมณ์คุยกันซะส่วนใหญ่มากกว่า

ซึ่งตอนนี้แม่เขาก็แฮปปี้ดีค่ะ เพราะหนูบอกว่าก็เข้าใจ เข้าใจทุกฝ่าย เขาก็อธิบาย หนูก็บอกเข้าใจ แต่มันก็จะมีฝั่งที่เห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็แล้วแต่ สุดท้ายแล้วก็นั่นแหละค่ะ ทุกเรื่องมันต้องใช้เวลา​ เขาไม่ได้ถึงขั้นเครียดอะไรหรอก แกแค่ตกใจว่าเขาถกเถียงประเด็นนี้กันด้วยเหรอ แต่เขาก็พูดขึ้นมาว่าก็ดีที่ได้มาถกเถียงกันในประเด็นเรื่องนี้”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน