เมื่อ ข้าวรสมือแม่ ทุกคำ เปรียบเสมือนการนับถอยหลังสู่วันบอกลา ภาพยนตร์เกาหลีอบอุ่นกรุ่นไอรัก “Number One นับหนึ่งถึงมื้อแม่” ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นของนักเขียนชาวญี่ปุ่น อูวาโนะ โซระ เรื่อง “You Have 328 Chances Left to Eat Your Mother’s Cooking” (เหลือโอกาสอีก 328 ครั้งที่จะได้กินกับข้าวแม่)

สตาร์ต่างแดน

ฮามิน (ชเวอูชิก) เด็กหนุ่มวัย 18 ปี จู่ๆ ก็มองเห็นตัวเลข 365 ปรากฏขึ้นตอนที่เขาทานอาหารฝีมือแม่ (จางฮเยจิน) และที่น่าตกใจคือตัวเลขนั้นลดลงเรื่อยๆ ตามทุกๆ คำที่เขาทานเข้าไป ด้วยความเชื่อฝังใจว่าตัวเลขเหล่านั้นคือการนับถอยหลังสู่วันตายของแม่ เขาจึงตัดสินใจตีตัวออกห่างและหลีกเลี่ยงการทานอาหารฝีมือแม่เพื่อยื้อเวลา

หลายปีผ่านไป ฮามินยังคงถูกความกลัวตัวเลขนั้นตามหลอกหลอน เขาใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง แต่ในขณะที่ชีวิตของเขากำลังเริ่มมีความสุขเมื่อได้ใช้ชีวิตกับแฟนสาว รยออึน (กงซึงยอน) ความจริงบางอย่างที่ไม่คาดฝันก็เปิดเผยขึ้น พลิกโลกทั้งใบของเขาให้กลับตาลปัตร

สตาร์ต่างแดน

‘ชเวอูชิก’ เล่าถึงบท ฮามิน ว่า “ตอนที่อ่านบทครั้งแรกผมร้องไห้ออกมาเลย ตัวบทมันแบกรับความรู้สึกที่ลึกซึ้งมากๆ มันบีบหัวใจ ทำให้ผมรู้สึกอยากจะเข้าไปโอบกอดตัวละครเหล่านี้ไว้ พออ่านถึงหน้าสุดท้าย ผมตั้งคำถามกับตัวเองเยอะมาก มันทำให้ผมตระหนักได้ว่าเวลาที่เราจะได้อยู่กับพ่อแม่มันมีจำกัดนะ มันมีวันหมดอายุ จริงอยู่ที่การมองเห็นตัวเลขเวลามันอาจจะเป็นเรื่องแฟนตาซี เป็นไปไม่ได้ในชีวิต แต่มันเป็นสัจธรรม ถึงเราจะมองไม่เห็นมันด้วยตาเปล่า แต่เวลาของเราก็กำลังลดลงจริงๆ ผมเลยอยากจะถ่ายทอดเรื่องราวนี้ อยากพูดถึงคุณค่าของชีวิตผ่านตัวเลขพวกนี้ออกมา”

สตาร์ต่างแดน

นักแสดงหนุ่มเผยอีกว่า “ตอนแรกผมปฏิเสธเรื่องนี้ เหตุผลหลักคือความกดดัน หนังเรื่องนี้กำกับโดย คิมแทยง ผู้กำกับที่ผมเคยร่วมงานมาแล้วในเรื่อง Set Me Free (2014) ตอนนั้นหนังประสบความสำเร็จมากและทำให้ผมได้รับความรักอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน หลายคนที่ติดตามผมมานานก็บอกว่านั่นคือผลงานที่ดีที่สุดของผม มันเลยเป็นความกดดันที่ผมรู้สึกว่าเราต้องก้าวข้ามความสำเร็จของหนังเรื่องนั้นให้ได้ ผมกังวลว่าถ้าเรากลับมาร่วมงานกันแล้วผลลัพธ์มันออกมาไม่ดี ผมคงจะรู้สึกแย่ไปเปล่าๆ”

สตาร์ต่างแดน

“อีกเหตุผลคือตอนที่ถ่ายทำ Set Me Free ผมกำลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก เส้นกราฟอารมณ์นั้นมันหนักมาก ผมเลยไม่อยากทำโปรเจ็กต์ที่เศร้าและหดหู่แบบนั้นอีกแล้ว ถ้าเลือกได้ผมอยากทำอะไรที่สดใสและเบาสมองมากกว่า แต่จุดเปลี่ยนคือผู้กำกับคิมแทยงบอกผมว่าเขาต้องการสร้างให้ ฮามิน ไม่ใช่แค่ตัวละครที่เอาแต่เศร้า ต้องเป็นคนที่มีมุมร่าเริง ทะเล้น และสดใสด้วย ผมชอบไอเดียนั้นมาก ประกอบกับความเชื่อใจที่ผมมีต่อผู้กำกับแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมเลยเปลี่ยนใจและตัดสินใจรับเล่นครับ”

สตาร์ต่างแดน

ในเรื่องนี้ ‘ชเวอูชิก’ ยังโคจรมาพบกับ ‘จางฮเยจิน’ อีกครั้งหลังจากเคยเป็นแม่ลูกกันมาแล้วในภาพยนตร์ “Parasite”

“ตอนที่เล่น Parasite เน้นความเป็นทีมเวิร์ก ทำให้ฉากที่ผมต้องรับส่งอารมณ์กับ รุ่นพี่จางฮเยจิน แบบตัวต่อตัวจริงๆ มีไม่ค่อยมากนัก แต่ใน Number One เราต้องสื่อสารกันแบบตัวต่อตัวเยอะมาก จังหวะการรับส่งบทมันโต้กันไปมาเหมือนตีปิงปองเลยครับ และเรารู้จักและสนิทกันอยู่แล้ว พอมาถ่ายเรื่องนี้มันเลยไม่มีความอึดอัด ทำงานราบรื่นและสนุกมาก คุณแม่จางฮเยจิน เธอสดใส จริงใจ และคอยดูแลคนรอบข้างอย่างเอื้ออารีเสมอ ผมพึ่งพาเธอเยอะมากในกองถ่าย ที่สำคัญคือโทนเสียงของเธอคล้ายกับคุณแม่ผม เพราะมาจากจังหวัดคยองซังเหมือนกัน แถมเธอยังเคยเอารูปหน้าลูกชายของเธอมาให้ผมดูด้วย เธอบอกว่าลูกเธอหน้าเหมือนผม เหมือนผมจริงๆ ด้วยครับ (หัวเราะ)”

สตาร์ต่างแดน

สตาร์ต่างแดน

การเชื่อมโยงความรู้สึกของตัวเองเข้ากับตัวละคร ฮามิน นักแสดงหนุ่มเผยว่า “ผมเองก็เป็นลูกชายเหมือนกัน ผมเลยอินกับ ฮามิน มากๆ ครับ ผมใส่บุคลิกและความคิดของตัวเองลงไปในตัวละครนี้เยอะมาก อย่างที่บอกไปว่าเรื่องการมองเห็นเวลาที่เหลืออยู่ของแม่เป็นแค่กลวิธีทางภาพยนตร์ แต่สำหรับพวกเราเวลาที่เราเหลืออยู่กับพ่อแม่มันถูกกำหนดไว้แล้วจริงๆ”

สตาร์ต่างแดน

“ส่วนตัวผมเป็นลูกหลงครับ ตั้งแต่เด็กผมติดนิสัยชอบคำนวณอายุพ่อแม่ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะกังวล ผมเชื่อว่าลูกทุกคนอย่างน้อยต้องเคยแอบคิดถึงเวลาที่เราจะได้ใช้ร่วมกับพ่อแม่ ผมเองเคยลืมเรื่องพวกนี้ไปเพราะมัวแต่ยุ่งกับการทำงาน แต่ตอนที่มาถ่ายทำเรื่อง Number One มันเหมือนผมได้รับการเตือนใจถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับพ่อแม่ มันเป็นโอกาสที่ทำให้ผมตระหนักได้อีกครั้งว่าสิ่งที่ผมเคยมองข้ามและคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดามาตลอดมันมีค่ามากแค่ไหน”

สตาร์ต่างแดน

ส่วนการร่วมงานกับ กงซึงยอน ที่รับบทเป็น รยออึน นักแสดงหนุ่มเผยว่า “ตัวละคร รยออึน เธอเป็นแฟนสาวที่ไม่เข้าใจว่าทำไม ฮามิน ถึงเอาแต่หลบหน้าแม่ตัวเอง ซึงยอน ถ่ายทอดบทนี้ออกมาได้ดีมากๆ เธอเป็นคนที่มีความมั่นคงทางอารมณ์สูงมากครับ เธอตั้งใจแสดงแบบทุ่มสุดตัวจนทำให้ผมเองก็อินและมีสมาธิตามไปด้วยครับ ที่สำคัญคือซึงยอนนิสัยดีมากจนผู้กำกับ คิมแทยง โดนตกเข้าเต็มเปาเลยครับ (หัวเราะ)”

นักแสดงหนุ่มฝากถึงแฟนๆ ด้วยว่า “ผมหวังว่าเมื่อคุณดูจบ หนังเรื่องนี้จะเข้าไปเป็น ที่หนึ่งในใจ ของทุกคนเช่นกันครับ มันเป็นภาพยนตร์ฮีลใจที่ทุกคนสามารถดูด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือคนรักผมรับรองว่า คุณจะได้รับความอบอุ่นกลับไปอย่างแน่นอน”

สัมผัสความอบอุ่นสุดพิเศษในภาพยนตร์ “Number One นับหนึ่งถึงมื้อแม่” วันนี้ในโรงภาพยนตร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน