ดาเมจแรง! เจฟ ซาเตอร์ ขึ้นแท่นศิลปินไทยคนแรก โชว์และสัมภาษณ์เวทีดังที่อเมริกา เผยความพร้อมเตรียมขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ รวมตัวศิลปินตัวท็อป นนท์-โบกี้-ทอย-อิ้งค์
ก่อนหน้านี้ เจฟ ซาเตอร์ ขึ้นแท่นศิลปินไทยคนแรกที่ได้ร่วมโชว์ในรายการชื่อดัง Good Day New York ทางสถานี WNYW FOX 5 ณ นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 3 มีนาคม โดยมี “Rosanna Scotto” ผู้ประกาศข่าวมากฝีมือ รับหน้าที่ดำเนินรายการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพิธีกรหลักของรายการเช้ายอดนิยมประจำช่อง

ในการปรากฏตัวครั้งนี้ เจฟ ซาเตอร์ ได้ถ่ายทอดพลังเสียงและเสน่ห์อันทรงพลัง ในรายการผ่านเพลง Ride or Die นำเสนอพลังของ T-POP สู่สายตาผู้ชมชาวอเมริกันอย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้ง “Rosanna Scotto” ยังได้แชร์ภาพของ เจฟ ซาเตอร์ ผ่าน Instagram Stories ของเธอ เพิ่มกระแสและการรับรู้ในหมู่ผู้ชมต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้แล้ว เจฟ ซาเตอร์ ยังสร้างดาเมจรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้ร่วมโชว์ในรายการ Global Spin Live ของ Grammy Museum ณ ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา งานนี้จัดขึ้นในรูปแบบกึ่งทอล์กโชว์และมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ล่าสุดเจ้าตัวมาร่วมงานเทศกาลสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” ภายใต้คอนเซปต์ “รวมมิตร อภิ ‘มาหา’ ความมันส์” ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และเปิดใจถึงเรื่องที่ไปอเมริกา และเรื่องเตรียมขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ที่รวม เจฟ ซาเตอร์, โบกี้ไลอ้อน, เดอะทอยส์, นนท์ ธนนท์ และ อิ้งค์ วรันธร คือคอนเสิร์ต LEVITATING TO 30TH FLOOR จัดแสดงวันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 ที่ IMPACT ARENA เมืองทองธานี

เจฟ : “คอนเสิร์ตก็ดี ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนๆ แต่เหมือนตอนแรกอ่ะสเก็ตโด้มันไม่ได้ มันมีหลายคอนเสิร์ต ก็เลยรู้สึกว่า เฮ้ย..อยากจะไปเล่นกับเพื่อนจริงๆ ก็เลยเคลียร์ แล้วก็พยายามเคลียร์ตาราง จนสุดท้ายก็ได้ไปจนได้ ได้ครบทุกคน ที่อายุ 30 ขึ้นไป เหมือนเราภูมิใจที่เราอายุ 30 ที่จริง ผมอายุน้อยสุดในนี้ ฝากตัวพี่ๆ ด้วย คนที่อายุมากสุดน่าจะเป็นพี่นนท์ (เรียกพี่เลย?) ใช่พี่โบว์ พี่ทอย แล้วก็น้องเจฟ หรือจะเรียกลูกเจฟก็ได้ แต่ว่าที่ผ่านมาก็ไม่เห็นมีใครเรียก เรียกน้าตลอด เพื่ออะไร(หัวเราะ) ผมเป็นน้องเล็กสุด แต่สุดท้ายเรียกน้าอยู่ดีก็ไม่เป็นไรครับ เพราะฉะนั้นเวลาไปไหน อายุสมองจะต่ำกว่าอายุจริง ส่วนคอนเสิร์ตนี้ก็ปล่อยใจจอย เพราะว่าแอบเก่งกันทุกคนเลย เข้าจอยๆเฉยๆครับ”

ถามถึงเรื่องที่ไปออกรายการที่อเมริกา?
“ก็เป็นอะไรที่ใหม่ๆ มีแฟนๆ ที่ไป Grammy Museum เหมือนเราไป ก็เหมือนไปในพื้นที่ใหม่ๆ ได้เจอแฟนๆ ใหม่ๆ ที่เค้ารออยากจะให้ไปจัดคอนเสิร์ตที่นั่น ก็อย่างที่บอกว่า เรามีแพลนอยากไปยุโรป ไปที่ใหม่ๆ อยู่แล้ว”
เตรียมตัวไปยังไง?
“เตรียมตัว คือพักผ่อนไปดีกว่า เวลาเราไปแต่ละที่ ช่วงเวลาที่เราได้พักผ่อนที่สุด คือช่วงเวลาบนเครื่องบิน 22 ชั่วโมง ผมนอนไปแล้ว 21 ชั่วโมง 1 ชั่วโมงก็ตื่นมาแล้วกินข้าว”

แสดงว่าอัลบั้มนี้เราปิดไปแล้ว?
“ปิดไปสักพักแล้ว ปิดไปนานแล้วครับ ปิดทัวร์ไปแล้ว คือเพลงใหม่ก็ไม่ออก ไม่อยากรีบ เพราะเหมือนเราก็เพิ่งทำอัลบั้มหนึ่ง แล้วมาต่อเป็นอีพีเลย เลยรู้สึกว่าเราอยากจะใช้เวลาหา inspiration ก่อนที่จะเขียนเพลงต่อไปในอัลบั้มต่อไป เพราะฉะนั้นเราอยากจะเทคไทม์กับมัน คิดกับมันว่าเราจะปล่อยเพลงแบบไหนออกมา ทำอะไร อยากทำอะไรใหม่ๆ บ้าง ก็เลยยังไม่ได้มีปล่อยอะไรออกมาในช่วงนี้”
ปกติอาจจะเคยสัมภาษณ์กันแบบนี้ แต่พอไปเป็นพิธีกรของต่างชาติ เป็นยังไงบ้าง?
“ก็ตื่นเต้น เพราะเป็นครั้งแรกที่สัมภาษณ์แบบยาวๆ แล้วก็เป็นคำถามที่เราไม่รู้มาก่อน แล้วก็เป็นภาษาอังกฤษด้วย เราก็กังวล กลัวแกรมม่าผิดป่ะวะ แต่ก็สนุกดี ได้คุย ได้เจอแฟนๆ เหมือนได้คุยกับคนที่สัมภาษณ์นอกรอบด้วย ไปกินข้าวแล้วก็สัมภาษณ์กันด้วย”