หงา คาราวาน คืนวงการในรอบ 20 ปี ปล่อยอัลบั้มใหม่ “ไม่สำคัญ” สะท้อนสัจธรรมชีวิต ลั่น! วัย 78 ยังมีไฟ กับแพสชั่นดนตรีที่ไม่เคยดับ
นับเป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษที่อุตสาหกรรมดนตรีไทยว่างเว้นจากการออกอัลบั้มเต็มของ สุรชัย จันทิมาธร หรือ หงา คาราวาน ศิลปินแห่งชาติผู้เป็นต้นธารแห่งเพลงเพื่อชีวิต ล่าสุด “ตำนานที่ยังมีลมหายใจ” พร้อมแล้วที่จะกลับมาสร้างปรากฏการณ์สำคัญอีกครั้ง ผ่านงานศิลปะที่สัมผัสได้ด้วยหูและสายตา ในงานเปิดตัวอัลบั้มชุด “ไม่สำคัญ” วันนี้(23เม.ย.69) ที่ โรงภาพยนตร์ IMAX สยามพารากอน

หลังจบงาน หงา คาราวาน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่กลับมาในรอบ 20 ปี ว่า “ถ้าตามความหมายที่พูดก็คือการกลับมาทำเพลงทำอัลบั้มที่เป็นแผ่นเป็นซีดี แล้วประกาศต่อสังคมอันนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี แต่ว่าโดยตัวเองจริงๆ แล้วก็ไม่ได้หายไปไหน ยังมีวงดนตรีรับงานเล่นอยู่”
อะไรเป็นจุดที่ทำให้รู้สึกว่าอยากจะกลับมาทำอัลบั้ม?
“เพราะว่าเป็นโปรเจ็กต์ที่น่าสนใจ ผมเองก็ไม่ได้ทำมานานเดี๋ยวจะลืม พอได้ย้อนกลับทำในงานที่ตัวเองชอบ เพลงที่ตัวเองแต่งมีทั้งเพลงใหม่และเพลงเก่า ซึ่งเป็นงานที่ปรารถนาอยู่แล้ว แต่ถ้าโดยการสื่อสารหรือปฏิสัมพันธ์กับบริษัทที่ผลิตแผ่นเสียงผลิตเพลงต่างๆ นานาในปัจจุบันนี้ ไม่มีการสื่อสารกันในลักษณะนี้เพราะว่าตลาดเพลงเปลี่ยนไป ตลาดเพลงที่เราคุ้นเคยไม่ว่าจะเป็นเทปคาสเซ็ตหรือซีดี เดี๋ยวนี้มันอยู่ในยูทูบหมดแล้ว

อันนี้คือเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้เราห่างเหินไปจากสื่อต่างๆ การค้าขายที่เคยได้เป็นอาชีพมันหดหายไป เหลือเพียงแค่การแสดง ทุกวันนี้ถ้ามีงานแสดงมากๆ ศิลปินก็อยู่ได้ ถามว่าเราปรับเปลี่ยนตามด้วยไหม ผมก็อยู่กับสังคมนี่แหละ บางทีมีงานคอนเสิร์ตงานเล็กงานน้อยเขาก็ยังว่าจ้างเราอยู่ แต่มันไม่ได้เป็นข่าว เราเองก็ไปเล่นทั่วประเทศ บางพื้นที่ที่เราไปก็ไม่น่าจะมีวงไหนได้ไปเพราะมันลำบาก ถนนหนทางก็ยาก บนดอยบ้าง ชายแดนบ้าง ผมไปมาหมด ตามหมู่บ้านเล็กๆ ผมก็ไป”
อัลบั้มนี้ทำไมถึงใช้ชื่อว่า “ไม่สำคัญ”?
“คือจริงๆ มันเป็นชื่อเพลง ทางเจ้าของโปรเจ็กต์ชอบชื่อนี้ แล้วเป็นเพลงใหม่ด้วย ก่อนหน้าเคยถกเถียงกันอยู่กับชื่ออัลบั้ท อีกคนก็เถียงว่าทำไมมันจะไม่สำคัญ เพราะมันเป็นงานที่มีค่ามีสิ่งที่สำคัญ แต่ผมบอกว่าทุกอย่างมันไม่สำคัญหรอกในเชิงปรัชญา เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีอะไรอยู่เป็นถาวร เราเป็นดารามีชื่อเสียงสักวันหนึ่งสังคมก็จะลืม เลยเป็นสัจธรรมที่อยากจะให้ทุกคนมองจุดนี้”

ผลงานและความหมายในเพลงของน้าหงาในอดีตจนปัจจุบันจะมีความหมายดีๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิต หากเด็กรุ่นหลังได้ฟัง อยากฝากอะไรถึงพวกเขาไหม?
“ผมก็ไม่ทราบว่าเขาจะคิดเหมือนเหมือนที่เราหรือเปล่า หมายถึงเด็กในปัจจุบัน เพราะเราก็เคยเป็นเด็กรุ่นใหม่ แต่นั่นมันเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ฉะนั้นความคิด 50 ปีที่แล้วกับความคิดปัจจุบันมันอาจจะไม่สอดคล้องกันในการที่จะมาเผชิญกับสังคม เพราะเหตุการณ์มันเปลี่ยนไป แม้กระทั่งเราเองยังตกใจเลยที่มาเจอสังคมปัจจุบันนี้ อะไรมันรวดเร็วขนาดนี้เชียวหรือ เด็กรุ่นใหม่บางคนที่เขาตั้งใจฟังเพลงเรา แล้วบอกว่าเพลงเราให้กำลังใจ แค่นี้ก็ดีใจแล้ว ในขณะที่คนรุ่นไล่ๆ เรามาที่เขาเป็นแฟนเพลงก็ยังมีอยู่ หลายคนก็บอกว่าได้เพลงของเราเป็นกำลังใจ เราก็รู้สึกมีส่วนในสังคมเท่าที่จะทำได้”

ตอนที่รู้ว่าเด็กรุ่นใหม่ฟังเพลงของเราด้วย รู้สึกยังไงบ้าง?
“ดีใจครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกหลานของเพื่อนนั่นแหละ(หัวเราะ) คล้ายๆ สืบทอดกันมา”
ถามถึงการร่วมงานกับ บอล อพาร์ตเมนต์คุณป้า ในฐานะโปรดิวเซอร์ของอัลบั้ม และ Michael C. Ross ซาวด์เอ็นจีเนียร์ระดับโลก?
“จริงๆ ผมรู้จักกับบอล(อพาร์ตเมนต์คุณป้า)อยู่แล้ว เคยไปช่วยในส่วนที่เขาทำอัลบั้มกัน ตอนนั้นเขาทำอยู่กับบางลำพูแบนด์ ซึ่งลูกชายผมเป็นมือกีตาร์อยู่ในนั้น เลยรู้จักคุ้นเคยกับบอลมานานแล้ว ส่วน Michael C. Ross เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก แต่เขาเป็นเพื่อนกับบอลอยู่แล้ว Michael เป็นซาวด์เอ็นจีเนียร์ระดับโลก ทำงานกับศิลปินเบอร์ใหญ่ๆ มาเยอะ พอได้มาทำงานด้วยกันก็จูนกันไม่ยาก แล้วก็ให้เกียรติกันและกัน ผมเองก็นับถือเขา ภาษาอาจจะมีอุปสรรคบ้างแต่ภาษาดนตรีเป็นภาษาสากลมันสามารถคุยกันได้ทุกประเทศ”
การกลับมาครั้งนี้มีความคาดหวังยังไงบ้าง?
“อัลบั้มนี้กึ่งๆ Limited edition การผลิตไม่ได้มากมายอะไร การขายก็ขายในกลุ่มเฉพาะ เพราะฉะนั้นเราไม่ได้คิดในเรื่องที่ว่ามันจะต้องขายดิบขายดีเป็นล้านๆ แผ่น ตัวผู้ผลิตและผมเองก็ไม่ได้คาดหวังสูงในจุดนั้น สิ่งที่คาดหวังคือทำให้มันเกิดคุณภาพของเสียงและหารผลิต มันเหมือนกับการทำหนังสักเรื่องหนึ่ง มีที่มาที่ไปมีมีเรื่องเล่า เราก็อยากให้คนเห็นในจุดนี้มากกว่า ส่วนว่าจะขายดีไม่ดีผมไม่ทราบจริงๆ”

ทุกวันนี้ก็ยังเล่นดนตรีอยู่เหมือนเดิม?
“ผมยังมีวงอยู่ครับ ถามว่าแพสชั่นคืออะไร มันเป็นอาชีพไปแล้ว มีวงก็ต้องรับงาน รับเงินมาเลี้ยงดูหมู่พวกนักดนตรีกัน ในวงผมแต่ละคนมีลูกมีเมีย ซึ่งมันต้องรับผิดชอบให้เขาอยู่ได้ไม่ถึงกับร่ำรวยอะไร แต่วงที่ผมจะทำเนี่ยเป็นวงเล็กๆ ไม่ใช่วงอุตสาหกรรมแบบวงหมอลำที่มีรถบัสหลายๆ คัน มีข้าวสารหลายๆ กระสอบ เราไม่สามารถทำแบบนั้นได้”
ในวัยย่างสู่ 78 ปี แต่ยังดูแข็งแรงอยู่?
“บางทีก็เวียนหัวเหมือนกัน(หัวเราะ) แล้วตอนหลังผมเริ่มแพ้อากาศในเมือง อยู่ในห้างในห้องแอร์ก็เริ่มปวดหัว เลยชอบไปอยู่กับสายลมแสงแดด ผมไม่ได้มีเคล็ดลับดูแลตัวเองอะไรเป็นพิเศษ แค่กินให้ได้ ถ่ายให้ดี นอนให้หลับ แล้วก็เดินให้มันคล่องตัว เพราะว่าไปอยู่ในป่ามา 5-6 ปี เราเดินขึ้นเขาลงห้วยไง อันนั้นกระมังที่เป็นยาวิเศษของเรา เรารอดตายมาอะไรมาขาเราแข็ง ทุกวันนี้ยังเตะบอลได้อยู่กับนักเตะอาวุโส”
ไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไรที่น่าเป็นห่วงใช่ไหม?
“อาจจะมีบ้างแต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไร พูดตรงๆ คือไม่เคยไปตรวจ เลยไม่รู้ว่ามีหรือไม่มี คิดว่าคงจะมี เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะไม่มีโรคเลย โรคเต็มตัวเราแต่ว่ามันจะมารบกวนเราขนาดไหนแค่นั้นเอง”