กระแสความปังแรงเกินต้าน สำหรับพระเอกงานดี ‘ตรี’ ภรภัทร ศรีขจรเดชา ที่สวมบท ‘พระนเรศ’ ในซีรีส์ฟอร์มยักษ์ “หงสาวดี” THE LAST DUEL ทางช่องวัน 31
โดยเจ้าตัวได้มาเปิดใจถึงความดัง การเปลี่ยนแปลงตัวเองตามยุคสมัย และเกือบถอดใจกับงานแสดง
★ กระแส ‘พระนเรศ’ ถล่มทลายมากๆ?
ตรี – “ขอบคุณมากจริงๆ ที่มาเป็น FC คอยสนับสนุนซัพพอร์ตพวกเราทุกคนในซีรีส์หงสาวดี ขอบคุณทุกคนที่ชื่นชอบผมในบทบาท พระนเรศ ขอบคุณผู้ใหญ่ช่องวัน 31 ที่มอบโอกาสให้ได้รับบทบาทสำคัญครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต”

★ ตอนแรกคิดไหมว่าฟีดแบ็กจะดีขนาดนี้?
ตรี – “ไม่คิดเลย พอโตขึ้นมาระดับนึง เราจะเลิกคาดหวังกับสิ่งที่เราทำไป เพราะถ้าผิดหวังแล้วเราจะรู้สึกเฟล เราเลยไม่ได้คาดหวังกับสิ่งที่เราทำไป แต่เราทำด้วยใจที่สุด ตั้งใจทำทุกผลงานที่ได้รับโอกาสทำให้เต็มที่ที่สุด
ก่อนเปิดกล้องผมเตรียมตัวหนักมาก ฟิตหุ่น ปั้นกล้าม เรียนขี่ม้า ฟันดาบ ทุกอย่างเริ่มจากศูนย์ จนไปถึงเรื่องภาษา การออกเสียง หรือภาษาไทยโบราณที่เราไม่รู้จัก ผมต้องไปหาความหมายและทำความเข้าใจ เพื่อจะได้เข้าถึงหัวใจตัวละคร พอกระแสตอบรับดีมากๆ รู้สึกหายเหนื่อยเลยครับ”
★ อะไรที่ทำให้รู้สึกว่ากระแสแรงมาก?
ตรี – “ผมเข้าแอปพลิเคชั่นแล้วมีแต่หน้าผม ผมไม่ชิน เพื่อนทักมา เห็นหน้ามึงทั้งวันเลย แล้วประโยค ‘มังจีชวาฟังข้า’ มีคนเดินมาพูดให้ฟังทุกวัน ไปซื้อของที่ตลาด ไปเซเว่น ไปปั๊มน้ำมัน เขาจะเรียกพระนเรศ พระนเรศ มันไม่ค่อยชินที่คนมาสนใจตลอดเวลา ซึ่งปกติไม่ขนาดนี้ ทำตัวไม่ถูกจริงๆ ผมอาจจะถนัดอยู่ในละครในซีรีส์มากกว่า แต่พอเจอตัวจริง ยังเขินอยู่”

★ อย่างวันนัดรวมพลแฟนคลับที่ตึกแกรมมี่ ดูเราเสียอาการ?
ตรี – “ครับ ดูไม่เป็นตัวเองเลย (ยิ้ม) แฟนคลับมาหา เรารู้สึกว่าถึงแม้จะไม่ใช่สิ่งที่เราถนัด แต่เป็นสิ่งที่มอบความสุข มอบความเอ็นเตอร์เทน มอบความเทกแคร์ให้เขาได้ ทำไปเถอะ ถึงแม้จะไม่ใช่ตัวเราก็ตาม ผมตื่นมาอีกวัน ดูสิ่งที่ผมทำไป รู้สึกว่า 10 ปีที่อยู่มามันหายไปหมดเลย เพราะจุ๊บกล้าม จุ๊บเหมียว ไม่เคยรู้เลยว่าต้องทำยังไง ที่หนักสุดคือ จุ๊บก้านกล้วย ที่ต้องมีทำหูช้าง เราไม่รู้ว่าพวกจุ๊บพวกนี้คือท่าที่ต้องคิดเอง ผมเลยรู้ว่า อ๋อ ที่เขาเรียกเราว่าน้า เพราะมันเป็นสิ่งนี้นี่เอง ตามไม่ทันจริงๆ ไม่เคยคิดว่าจะมีแฟนคลับที่เป็นเจนใหม่ๆ เยอะขึ้น”
★ แต่เราก็ดูศึกษามาพอสมควร?
ตรี – “น้องๆ ในกองเป็นอาจารย์ติวให้ ไม่ว่าจะ โอเบย์ (ปัณณวิชญ์), ผิงผิง (ณิชา), พูม่า (ภูปภพ) และ อิน (จักราสินธุ์) ทุกคนทำเป็นหมด ผมกับพี่วิว (วรรณรท) กระซิบกัน เราต้องทำจริงๆ เหรอ ผมไม่ได้เล่นโซเชี่ยลเยอะขนาดนั้น ช่วงนี้ตอนที่มีซีรีส์เพิ่งจะมาอัพรูปเยอะ ตอนนี้พยายามทำให้ทุกคนอยู่”

★ พร้อมเสิร์ฟไหม?
ตรี – “เท่าที่เห็นเสิร์ฟเยอะอยู่ มันคือการมอบความสุขให้เขา ถ้าเราอยากได้สิ่งใด เราต้องให้สิ่งนั้นไปก่อน เราต้องเป็นผู้ให้ที่ดีก่อน”
★ เอาจริงๆ เวลาตรีเล่นละครจะมีกระแสตลอด?
ตรี – “มันคนละแบบกับสิ่งที่เจอหลังจากเล่นละคร ยังไม่ต้องจุ๊บเหมียว จุ๊บแมว ไม่ต้องบูธไมค์ ไม่ต้องอะไร มันคือสิ่งปกติที่เราเป็น พอมาเจอแบบนี้ต้องปรับตัว ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย หนึ่งทศวรรษพอดี 10 ปีพอดี เลยมาเจอกับจุ๊บกล้าม”

★ เหมือนเป็นของขวัญให้เราไหม?
ตรี – “ผมว่าเป็นรางวัลดีกว่า รางวัลที่เหนือความคาดหมาย เป็นรางวัลที่ไม่ได้คาดคิด พูดตามตรงตอนที่คนมาหาผมข้างล่างตึกเยอะๆ ทำตัวไม่ถูก หรือแม้กระทั่งเราเห็นตัวเองในโซเชี่ยล หรือเห็นหลายๆ อย่างที่ 10 ปีมาไม่เคยเจอ รู้สึกเป็นแรงผลักดันที่เรามาถูกทางแล้ว สำหรับหน้าที่การแสดง เป็นบันไดอีกก้าวหนึ่งที่เราค่อยๆ เดินขึ้นไปทีละสเต็ปๆ แล้วทำให้เห็นว่าเรายังทำตรงนี้ได้ดี มีคนชอบเรา ซัพพอร์ตเรา แล้วมีคนผูกพันไปกับตัวละครที่เราสร้างขึ้น”
★ มีคนนึงที่เคยพูดว่า ฉันจะต้องทำให้ ตรี ภรภัทร ดังให้ได้ นั่นคือ พี่ปุ๊ย ผอูน?
ตรี – “จริงๆ เขาทำตั้งแต่เรื่อง ภาตุฆาต แล้ว พี่ปุ๊ยเป็นอาจารย์คนนึง หลังจบ หงสาวดี ก็เจอกันวันนั้น วันที่ใต้ตึก แต่ยังไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ แต่ดูจากสายตาพี่เขา พี่เขาปลื้มปีติ ส่งผมถึงฝั่งฝันตลอด ตั้งแต่เรื่องที่สองในชีวิตผมคือภาตุฆาต พี่ปุ๊ยเป็นคนทำที่เล่นกับหมอเน๋ง (ศรัณย์) ตอนนั้นยังศูนย์เลย ผมเพิ่งจบมาจากเรื่องเดียว พี่ปุ๊ยเป็นครูอีกคนนึงที่คอยสั่งสอนผมเยอะเลย”

★ กว่าจะถึงวันนี้ 10 ปีมีท้อไหม?
ตรี – “มีอยู่แล้ว ทุกคนมีท้อ มีเหนื่อย มีผิดหวัง เสียใจ มีทุกรูปแบบกับอารมณ์ที่เจอ ถึงขั้นเกือบถอดใจก็มี วันที่ร้องไห้คนเดียว นั่งคนเดียว ทำไมทำไม่ได้ ทำไมยากจัง ทำไมกดดันขนาดนี้ ทำไมเหนื่อย จังวะ มันมีหมด
เวลาเหนื่อยก็เหนื่อยจริงๆ ไม่ใช่แค่ถ่ายเสร็จแล้วเสร็จเลย แต่ก่อนจะเริ่มมันมีทั้งการทำความเข้าใจบท เปลี่ยนรูปลักษณ์ เข้าใจบริบทต่างๆ เพื่อนร่วมงาน ทีมงาน หลายๆ คน แรงกดดันมีเยอะมากๆ มันมีท้ออยู่แล้ว แต่ท้อต้องรู้จักคำว่าสู้ รู้จักกำลังใจดีๆ ที่ให้เรา อย่างน้อยท้อแต่มีโอกาสที่จะได้ทำอยู่ ทำไมเราไม่เปลี่ยนจากคำว่าท้อเป็นแรงบันดาลใจแรงผลักดัน ท้อมีอยู่แล้วแต่เราต้องมองข้ามผ่านไปให้ได้”

★ อะไรที่ทำให้เรายังไม่หยุด ท้อแต่ก็ยังทำ?
ตรี – “ผมว่าหน้าที่ที่เราได้รับมอบหมาย แล้วก็โอกาสที่เรามีอยู่ตรงนี้ ผมเป็นคนนึงที่เวลาได้รับหน้าที่อะไรมาจะไม่ทิ้งหน้าที่นั้น จะทำให้ดีที่สุด ยกเว้นถ้าคุณไม่อยากทำต้องบอกแต่แรก แต่ถ้าทำแล้วไม่ทำเล่นๆ ต้องทำแล้วออกมาดีและตั้งใจที่สุด”
★ แปลว่าถ้าอะไรที่รับปากหรืออะไรที่ทำ ก็คือจะไปให้สุด?
ตรี – “ใช่ ถ้าคุยและตกลงกันแล้ว คำไหนคำนั้น ทำคือทำ แล้วทำให้ดี ทำให้สุดๆ ไปข้างนึง จะได้ไม่ได้ไม่เป็นไร ทำเต็มที่แล้วนี่ อย่างน้อยก็ได้ทำ ผมเป็นคนรักษาสิ่งที่เราตกลงกันไว้ ทุกๆ อย่างที่เป็นหน้าที่เราให้ความสำคัญมากๆ”

★ แล้วมีท้อกับการฟิตร่างกายบ้างไหม?
ตรี – “เรื่องฟิตหุ่น มีบางเรื่องเมื่อก่อนเรายังฟิตช้าอยู่ ผมเป็นคนที่จบปุ๊บทิ้งก็มี แต่มันเป็นความพยายามใหม่ๆ ในชีวิต สมมติตื่นมาเราไปออกกำลังกาย ถ้าเราออกเสร็จเท่ากับวันนี้เราสำเร็จไปแล้วหนึ่งอย่าง เหมือนเราโหยหาความสำเร็จของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเรื่องใหญ่ แค่เป็นเรื่องเล็กๆ ตื่นมารับผิดชอบในหน้าที่เรา ทำเสร็จจากตรงนี้เราจะไปทำอะไรต่อ มันฟรีแล้ว หรือตื่นมาพับผ้าห่ม อย่างน้อยก็เป็นสิ่งนึงที่เราได้ทำวันนี้สำเร็จแล้ว”
★ แม่ว่ายังไงที่เห็นตรีผ่านมา 10 ปีจนถึงวันนี้?
ตรี – “คุณแม่ไม่พูดอะไร แม่ยิ้ม บ้านผมไม่ชมกันสักเท่าไหร่อยู่แล้ว เหมือนแค่มองรู้ว่าเหนื่อยใช่ไหม ถ้าเหนื่อยก็ไปนอนพักผ่อน ไม่ได้มีแบบเหนื่อยเหรอลูกอะไรแบบนี้”

★ อยากบอกอะไรแม่?
ตรี – “ขอบคุณคงพูดไปหมดแล้ว เรื่องกอดหอมก็ทำเป็นเรื่องปกติ อยากทำตอนนี้ก็ทำ ทำต่อหน้าคนอื่น ไม่ต้องพิเศษ ทุกวันเป็นวันพิเศษอยู่แล้ว เลยไม่ต้องบอกอะไร เพราะรู้กันอยู่แล้ว คุยกันทุกวัน รักแม่นะ เป็นเรื่องปกติ”
★ แล้วอยากบอกอะไรแฟนๆ?
ตรี – “อยากขอบคุณทุกคนที่ติดตามทั้งผมและหงสาวดี เป็นกำลังใจให้พวกเราทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ขอบคุณมากจริงๆ ที่สนับสนุนพวกเราและทำให้ซีรีส์ของพวกเราสนุก คนดูอิน ผูกพันไปกับตัวละคร ขอบคุณแรงสนับสนุนจากคุณผู้ชมทุกคนมากๆ ครับ”