หลังเข้าพิธีวิวาห์กับแฟนสาว ‘มาร์ดี้’ มาดิน๊ะ เล่าเจริญ แฟนสาวนอกวงการ ไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว นักแสดงหนุ่ม ‘ฟีฟ่า’ เปรมอนันต์ ศรีพานิช ก็ดูเงียบหาย จนหลายเข้าใจว่าหันหลังให้วงการบันเทิงไปแล้ว
ล่าสุดนักแสดงหนุ่มได้มาสวัสดีและอัพเดตชีวิตช่วงนี้ของตัวเองให้ฟัง

♣ ชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
ฟีฟ่า – “หลังแต่งงานก็ตั้งใจทำงาน พอภรรยาตั้งท้องก็ตั้งใจทำงานมากกว่าเดิม ตอนนี้เลยใช้ชีวิตทำงานอยู่ในโลกออนไลน์เยอะกว่าปกติ จะไม่ได้เห็นหน้าตาในจอทีวีเท่าไหร่ ส่วนงานในวงการบันเทิงจริงๆ ก็ยังชอบอยู่ แต่ด้วยผมเป็นมุสลิม จะมีข้อจำกัดในการรับงานรับละคร เช่นการกราบไหว้ ผมไม่สามารถกราบไหว้สิ่งอื่นใดได้นอกจากพระเจ้า อีกอย่างในเรื่องการสบตาผู้หญิงหรือการใกล้ชิดก็เป็นสิ่งที่ห้ามในอิสลาม ผมเลยละไว้ รวมถึงภรรยาจะได้สบายใจด้วย

ซึ่งจริงๆ ผมเคร่งมาก่อนแต่งงานแล้ว ผมเกิดในครอบครัวมุสลิม ตอนแรกใช้ชีวิตวัยรุ่นทั่วไป พอเริ่มมาศึกษาหาข้อมูลเยอะๆ ก็มีความศรัทธาเชื่อมั่นมากขึ้น อยากปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ตามหลักศาสนามากขึ้น ด้วยข้อจำกัดอะไรต่างๆ เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตในวงการบันเทิงจะเป็นยังไง แต่เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างมาจากความประสงค์ของพระเจ้า”

♣ ผลงานล่าสุดที่แฟนๆ ได้เห็นกัน?
ฟีฟ่า – “ละครล่าสุดจบไปเมื่อปีที่แล้ว เมืองแก้ว เล่นกับเข้ม (หัสวีร์) พิ้งค์พลอย (ปภาวดี) จริงๆ ถ่ายมาก่อนที่ละครจะออนแอร์เกือบ 2 ปี เลยทิ้งช่วงนาน สำหรับงานในวงการหลังจากนี้ก็วางแผนไว้ว่า ถ้าสมมติเจอสิ่งที่คลิกกับข้อจำกัดของเรา แล้วเราชอบ อยากเล่น เราก็จะหาทางติดต่อไปแคสติ้งเลย เพราะยังชอบงานแสดงอยู่ แค่ขอเป็นในบทบาทที่เราอินและทำได้เต็มที่อย่างสบายใจ”

♣ ไม่ได้จะหันหลังให้วงการ?
ฟีฟ่า – “ไม่ได้หันหลังให้วงการครับ แต่ช่วงนี้มามุ่งเน้นการทำธุรกิจ ถ้ามีโอกาสดีๆ ในวงการบันเทิงก็คงจะได้ไปร่วมโปรเจ็กต์ในงานต่างๆ แต่ตอนนี้ที่ทำได้คือออนไลน์ขายของ ทำธุรกิจโซเชี่ยลมีเดีย รวมทั้งการออกบูธอาหารด้วย ขายส่งออกนำเข้าในบริษัทอาหารทะเลของแฟน เราก็เข้ามาช่วยในเรื่องโซเชี่ยลมีเดีย”
♣ ย้อนไปตอนมีข่าวแต่งงาน หลายคนตกใจ อะไรทำให้ตัดสินใจอยากมีครอบครัวทั้งที่อายุยังไม่เยอะ?
ฟีฟ่า – “ตอนนั้นอายุ 25-26 ก็เป็นเรื่องตกใจเหมือนกันสำหรับตัวผม แต่ด้วยเจตนาเราอยากทำให้ถูกต้องตามหลักศาสนาซึ่ ก็แต่งงานเลย”

♣ เป็นสามีสายไหน ใจกล้า เกรงใจ หรือตามใจ?
ฟีฟ่า – “ผมยืนอยู่บนหลักของความยุติธรรมครับ (หัวเราะ) ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง แต่อะไรที่ยอมได้ก็ยอม จริงๆ เราเป็นสามีภรรยาที่รับฟังกัน อยู่แบบให้เกียรติกัน”
♣ ชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้าง?
ฟีฟ่า – “บทบาทเปลี่ยนไปเยอะมาก ความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น เริ่มมองว่าเราสร้างเนื้อสร้างตัวถึงไหนแล้ว เรามีครอบครัวมีคนที่ต้องดูแลแล้ว สถานะการแต่งงานทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น คิดถึงอนาคตมากขึ้น ยิ่งพอจะมีลูกด้วยยิ่งต้องมีสติมากขึ้น”

♣ วันที่รู้ว่าลูกมาแล้ว?
ฟีฟ่า – “ตกใจครับ เกร็ง รอมา 2 ปีแล้ว คิดว่าพระเจ้าคงยังไม่ให้เรา แต่อยู่ดีๆ มาก็ตกใจ ดีใจมาก ความเป็นพ่อเข้ามาโดยอัตโนมัติ คิดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายๆ เราต้องดูและต้องแอ๊กทีฟตัวเองมากขึ้น แต่ไม่ได้เป็นความหนักใจนะครับ คือมันสบาย ตื่นเต้น และชอบที่จะได้ทำ อยากรับผิดชอบอะไรต่างๆ ให้ได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง
ตอนนี้อายุครรภ์ภรรยา 4 เดือน ทราบเพศแล้วเป็นผู้ชาย จริงๆ ได้หมดเลยทั้งผู้ชายผู้หญิง ส่วนภรรยาก็ต้องดูแลเอาใจเป็นพิเศษ เราเห็นความเสียสละความทรมานที่เขาต้องอุ้มท้องหนักๆ กว่าลูกจะคลอดออกมา ไหนจะแพ้ท้องอาเจียนอีก อะไรที่ช่วยทำได้เราก็ทำครับ”
♣ เติมเต็มความเป็นครอบครัวขึ้นเรื่อยๆ?
ฟีฟ่า – “ใช่ครับ จากชีวิตคู่สามีภรรยาก็กำลังจะมีลูกเข้ามาเติมเต็มอีก รู้สึกสายใยแน่นแฟ้นกลมเกลียวมากขึ้น”
♣ อย่างที่บอกว่าจะแอ๊กทีฟมากขึ้น แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?
ฟีฟ่า – “ผมทำออนไลน์ขายอาหารทะเล ล่าสุดมีผัดเผ็ดซี่โครงเนื้อ เราส่งฟรีซทั่วประเทศ ทำบ็อกเซ็ตอาหารทะเลบ้าง ทำอาหารพร้อมทานบ้าง แล้วมีออกบูธตามงานต่างๆ ชื่อว่า ปูคลุกหมี่ ธุรกิจอาหารทะเลที่ผมทำเป็นของบ้านภรรยา ชื่อบริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด เป็นโรงงานปูม้าอันดับหนึ่งในเอเชีย ส่งปูไปมากกว่า 20 ประเทศ
ตอนนี้ชีวิตหลักๆ อยู่ที่สุราษฎร์ฯ โรงงานกับบ้านอยู่ที่นั่น เวลาจะขึ้นมากรุงเทพฯ ก็มีวาระให้ขึ้นมา ขึ้นมาบ่อยเหมือนกันเพราะภรรยาต้องมาดูร้านอาหารชาวเลซีฟู้ดส์ ซึ่งมีอยู่หลายสาขาในกรุงเทพฯ (นี่เศรษฐีชัดๆ?) เขาอ่ะเป็นเศรษฐีใต้ ส่วนผมคือไปฝึกงาน ไปเรียนรู้งานจากเขา”

♣ พอต้องเปลี่ยนจากการเป็นนักแสดง แล้วไปลุยในเรื่องธุรกิจ ยากง่ายยังไง?
ฟีฟ่า – “จริงๆ ผมก็เป็นลูกพ่อค้าแม่ค้าเหมือนกัน แต่อาจจะสเกลเล็ก แต่เขาสเกลใหญ่ที่เราก็ต้องปรับตัวเยอะ จากที่ไม่รู้จักอาหารทะเล ไม่รู้จักปู ตอนนี้เราก็เข้าไปในไลน์ผลิตบ้าง ไปแกะปู บรรจุปู แยกระหว่างปูดีปูไม่ดี ต้นทางจากไหน ปูสุราษฎร์ ปูภูเก็ต เรียนรู้งานในทุกๆ อย่างเพื่อจะได้ช่วยผ่อนแรงทางฝั่งภรรยาให้ได้มากที่สุด”
♣ เป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้?
ฟีฟ่า – “ตอนนี้ผมคงอยากหาทำธุรกิจ มีธุรกิจที่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ครับ”
♣ พอคนเริ่มรู้ว่าครอบครัวฝั่งภรรยามีฐานะ ก็จะมองว่าเราเหมือนหนูตกถังข้าวสารหรือเปล่า?
ฟีฟ่า – “เรียกได้ว่าหนูตกโรงงานข้าวสารเลยดีกว่า ไม่ใช่แค่ถังข้าวสาร (หัวเราะ) ดีนะครับ เราไม่ได้ซีเรียสที่คนจะมองแบบนั้น เพราะเราก็รักเขาจริงๆ เงินซื้อผมไม่ได้นะครับ”
♣ แต่เราก็เป็นหนูที่ช่วยทำงานไง ไม่ได้รักสบาย?
ฟีฟ่า – “ใช่ครับ เรียกว่าได้ประสบการณ์ แล้วก็ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวเขา ทุกอย่างดีมากๆ อีกอย่างครอบครัวภรรยาไม่เคยบอกให้ผมออกจากวงการเพื่อมาทำธุรกิจด้วย มีแต่จะผลักดันในสิ่งที่ดี คือก่อนหน้านี้ผมไม่ได้มีคนติดตามเยอะ แต่ทางฝั่งบ้านภรรยาจะเล่นโซเชี่ยลอยู่แล้ว เขาก็ถ่ายผมลง พยายามฝึกให้พูด สายซัพฯสายดันสุดๆ บอกเลยว่าเขาเป็นสาเหตุที่ผมมาขายของทุกวันนี้เลยครับ”
♣ ครอบครัวภรรยาภูมิใจในตัวลูกเขยคนนี้สิ?
ฟีฟ่า – “ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ก็คงจะมั้งครับ (ยิ้ม) ผมเองก็ต้องดีขึ้นกว่านี้เรื่อยๆ”
♣ ฝากถึงแฟนๆ?
ฟีฟ่า – “ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและชื่นชอบผลงานของผมทั้งในจอและนอกจอ ผมจะตั้งใจทำในทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องของวงการบันเทิง ธุรกิจ หรือโซเชี่ยลมีเดียเลยครับ”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล