ติวเตอร์-ยิม ห่วงความปลอดภัย หลังโดนซาแซงประชิดตัว รับกระทบการใช้ชีวิต เผยครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุด วอนเจอกันในงานดีกว่า
เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เหล่าศิลปินดาราต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้ง กับพฤติกรรมซาแซงที่ลุกล้ำความเป็นส่วนตัวนอกเวลางาน ล่าสุดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับ ติวเตอร์ กรภัทร์ และ ยิม ปริญญากรณ์ ขณะไปงาน “TutorYim Fan sign – GuangZhou” ประเทศจีน จีน โดยทั้งคู่ถูกซาแซงติดตามตั้งแต่สนามบิน ไปจนถึงสถานที่ต่างๆ
ล่าสุดวันที่ 19 พ.ค. ทั้งคู่ได้มาร่วมงานรับชม EP.1 ของซีรีส์ “เฉิ่มเชย” ณ Lido Connect Hall 2 พร้อมเปิดใจถึงเหตุการณ์ถูกซาแซงตามติดระหว่างเดินทางไปทำงานที่ประเทศจีน โดยยอมรับว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่หนักที่สุด ทั้งถูกตามตั้งแต่สนามบิน ร้านอาหาร ไปจนถึงโรงแรม จนไม่กล้าออกไปกินข้าวหรือใช้ฟิตเนส ทำให้กังวลเรื่องความปลอดภัย และภาพลักษณ์ของตัวเอง
โดยทั้งติวเตอร์และยิมขอให้แฟนคลับไปเจอกันในงานจะเหมาะสมมากกว่า พร้อมเผยว่าทางผู้จัด และทีมงานพยายามดูแลความปลอดภัยแล้ว แต่เหตุการณ์ครั้งนี้กระทบการใช้ชีวิตโดยตรง และยอมรับว่ารู้สึกน่ากลัวหากมีคนไม่หวังดีเข้ามาใกล้ตัวได้ขนาดนี้
เหตุการณ์โดนซาแซงตามที่จีน?
ยิม : “จริงๆ ก็ถือว่าหนักครับ เพราะมีการรอใต้โรงแรม มีตอนเช้ากับตอนกลางคืน ที่ตามตั้งแต่ร้านอาหาร แล้วก็มีที่โรงแรมที่หนักเนื่องจากว่าต้องไปฟิตเนสกันด้วย ทำให้เราไม่กล้าไปทานข้าวตอนเช้า และไม่กล้าที่จะไปฟิตเนสด้วย”
ติวเตอร์ : “ที่จริงที่ผ่านมาก็มีมาตลอด ตอนเราไปทำงานต่างประเทศก็มีรอที่ล็อบบี้บ้าง ตามไปที่สถานที่ถ่ายทำบ้าง ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่โดนหนักที่สุดครับ ตั้งแต่ที่สนามบิน เขาเข้าชาร์จเราใกล้ชิดเรามากๆ จนพี่เออาร์พยายามกันเขาออกไป จนมาถึงโรงแรม เขาก็ยังตามมาอยู่ ขับรถตาม ค่อนข้างที่จะน่ากลัว”
ตอนนั้นรู้สึกยังไงบ้างที่เขาเข้ามาใกล้เรา?
ยิม : “ตกใจครับ ถ้าพูดถึงในส่วนสนามบินก็ส่วนเข้าใจได้บ้าง บางคนเขามาต้อนรับแบบห่างๆ อันนั้นก็มีเห็นบ้าง แต่บางคนเข้ามาใกล้ (ทำท่าโทรศัพท์จ่อหน้า) ปกติผมก็ไม่ติดที่จะมีคนมาต้อนรับ แค่ออกมาทักทายก็จบ แต่บางคนปี่เข้ามาอยู่ใกล้ หรืออะไรที่มันดูอันตราย อันนี้เกินไปมากจริงๆ”
ติวเตอร์ : “เพราะเหมือนครั้งนี้เราเดินแทบไม่ได้เลย เดินปุ๊บเหมือนขาชนกัน เท้าชนกันตลอด จะล้มหลายที”
ยิม : “ก็เข้าใจในมุมที่เห็นคิดถึงพวกเรา หรือว่าอยากเจอพวกเรา แต่ก็อยากให้ไปเจอที่งานด้วย อยากให้ไปตามที่งานส่วนใหญ่มากกว่า”
สถานที่ที่เราไปเป็นที่ส่วนรวมเราก็เกรงใจด้วยใช่ไหม?
ยิม : “ก็กลัวนะ เพราะบางทีเขาไปเดินชนคนอื่นด้วย เขาก็จะเดินโดยที่ไม่ได้มองทาง”
ติวเตอร์ : “เค้าอาจจะโฟกัสแค่เรา และไม่ทันระวังคนรอบข้าง จริงๆ อยากให้เจอกันที่งานมากกว่า เจอกันที่งานที่เราประกาศออกไป มาเจอกันดีๆ ดีกว่าไปเจอแบบนั้น”
เรามีการบอกเขาไหมว่าไม่ควรตามแบบนี้
ติวเตอร์ : “คือแฟนๆ ผมคิดว่าจะรู้อยู่แล้วว่าควรจะทำอย่างไร แต่ก็จะมีแค่บางกลุ่มเล็กๆ ที่เค้าอยากมาดูเราใช้ชีวิตประจำวัน อยากดูเรากินข้าว เพราะเราก็ไม่ได้ไปกินข้าวเช้าซักวันเลย เพราะปกติไปพักโรงแรมเราก็ต้องไปกินข้าวเช้า ไปฟิตเนสตลอด แต่ครั้งนี้ไม่ได้ไปไหนเลย อยู่แต่ในห้อง”
กลัวไหมว่าคนนอกจะเข้าใจในตัวศิลปินผิดในความวุ่นวายที่เกิดขึ้น?
ยิม : “ก็กลัวเพราะว่ามันเป็นภาพลักษณ์ของเราด้วย แต่คือเราก็ไม่สามารถไปอธิบายให้คนๆ นึงที่เพิ่งเห็นเราเข้าใจได้ แล้วก็เข้าใจในมุมนี้เหมือนกันเขามองไปแล้ว เขาเดินผ่านแล้วเจอคนอื่นเขาเดินชน คนนี้เป็นใคร เราไม่สามารถที่จะไปอธิบายเขาได้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามีบ้างที่ทำให้เรารู้สึกหรือมองเราเป็นอีกแบบหนึ่ง”
เราเองก็พยายามที่จะเซฟ?
ยิม : “ใช่ครับ เพราะเราก็พยายามจะเดินนิ่งๆ และมีคนพยายามคอยกัน คอยอยู่ข้างๆ”
ติวเตอร์ : “ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราก็ไม่ได้คาดคิดเหมือนกันว่าแต่ละครั้งจะมีคนมาตามเรามากแค่ไหน ไปตามถึงร้านอาหารไหม เราก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเค้าจะมาตอนไหน”
แสดงว่าเหตุการณ์ครั้งนี้กระทบคนอื่นด้วยและกระทบการใช้ชีวิตของเรา?
ติวเตอร์ : “ใช่ครับ กระทบตรงๆ เลยครับ”
เรากลัวไหมอยู่ดีๆ มีคนพุ่งมาหาเรา?
ติวเตอร์ : “จริงๆ ก็มีคิดว่านะครับว่าทำไมเขาสามารถเข้าใกล้เราขนาดนี้ ถ้าเกิดเขาไม่ได้หวังดีกับเราแล้วทำอะไรบางอย่างกับเรา เราจะเป็นอันตรายไหม มีคิดอยู่ตลอดครับผม”
ยิม : “เพราะว่าเหมือนจากสถานการณ์ตอนนั้นแฟนๆ ก็เอาโทรศัพท์กระแทกหัวแม่ผมบ้าง บางทีแม่เดินกัน แล้วบางคนเขาสนใจแค่เรา แต่คนกันเขาก็กระแทกหนรืออะไรบ้าง ซึ่งแม่ก็ปัดออกบ้าง ก็ความแม่อ่ะครับ แม่ก็สายโหดอยู่แล้ว ถ้าใครมาตามหรือวุ่นวายเยอะๆ ก็คงเจอแม่เออาร์นะครับ ก็ฝากทุกคนด้วยที่เข้ามาใหม่ๆ เพราะส่วนมากคนที่มาตามจะเป็นคนที่มาใหม่ น่าจะมาจากด้อมอื่น เพิ่งมาพอดี ปกติก็ไม่เคยเจอ”
ติวเตอร์ : “ไม่ใช่แฟนคลับที่เราเห็นคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่แล้ว อาจจะเป็นแฟนคลับที่อยู่ในเมืองนั้น ไม่ใช่แฟนคลับเราจริงๆ เค้าอาจจะอยากดูว่าเราเป็นยังไง จนไม่ได้สนใจสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นกับคนรอบตัวเรา”
ให้มาเจอกันที่งานดีกว่าใช่ไหม?
ยิม : “ใช่ อยากให้มาซัพพอร์ตที่งาน เพราะแฟนคลับพวกเราติวเตอร์ยิมส่วนมากก็จะรู้เนเจอร์ต่างๆ อยู่แล้ว ก็จะรู้อยู่ในขอบเขตอยู่แล้ว แต่จะมีแฟนคลับที่เพิ่งเข้ามาก็ฝากเอ็นดูพวกเราด้วย และก็ฝากให้ตามเราในกฎระเบียบดีกว่าครับ”
ติวเตอร์ : “เพราะเราออกงาน เราไปงานแฟนไซน์เราก็พูดคุยกับแฟนคลับเต็มที่อยู่แล้ว ก็คิดว่าไปเจอกันในงานดีที่สุดครับ”
เหตุการณ์ที่เราบอกมันค่อนข้างรุนแรงมากเราได้มีการคุยกับทางค่ายหรือทางผู้จัดไหมว่าจะมีการจัดการยังไงบ้าง?
ติวเตอร์ : “จริงๆ ผมคิดว่าทางผู้จัดเหมือนคุยกับทางสนามบินอยู่แล้วในการเตรียมตัว ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเขาเตรียมตัวกันยังไงบ้าง แต่คิดว่าก็น่าจะเป็นแล้วแต่สนามบินมากกว่าที่เขาเตรียมตัวยังไง อย่างเช่นบางเมืองที่เราไปก็จะมีการ์ดมาคุมกันเราตลอด แต่บางเมืองอาจจะไม่ได้มี เพราะว่าจริงๆ เราก็ไม่ได้ทำงานกับผู้จัดคนเดิมตลอด”
ยิม : “เพราะเราทำกับหลายผู้จัด ครั้งนี้ก็เพิ่งได้ร่วมงานกับที่นี่ได้สองครั้งแล้ว ก็ไม่คิดว่าจะมีคนมาตามเยอะขนาดนี้แบบนี้ เพราะปกติตั้งแต่เมื่อก่อนก็ไม่มีคนตามมานานมากๆ แล้ว แต่วันนั้นแม่ผมก็คงจัดการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม่ผมสุดๆ แล้ว จัดการให้ทุกคนหมดแล้ว”




