พลิกบทบาทสุดท้าทายกับตัวละคร ‘เซิน’ ใน “สกุณาซ่อนรัก” ละครโรแมนติกดราม่าสุดแซ่บ ทางช่องวัน 31 ที่ร่วมแสดงกับ 2 พระเอกดัง ‘ฟิล์ม’ ธนภัทร กาวิละ และ เทศน์ ไมรอน แล้ว นางเอกสาว ‘เพิร์ธ’ วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช ยังก้าวสู่ความท้าทายครั้งใหม่ด้วยการชิมลางละครเวทีครั้งแรกใน “Once Again อีกสักครั้ง…ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก” ประกบคู่นักแสดงมากฝีมือ ‘เอม’ ภูมิภัทร ถาวรศิริ

โดยวันนี้เจ้าตัวได้มาพูดคุยถึงบทบาทในละครโดยเฉพาะฉากเลิฟซีนสุดร้อนแรง รวมถึงการตัดสินใจแสดงละครเวทีครั้งแรก
♦ตอนเห็นเลิฟซีนที่ตัวเองเล่นรู้สึกยังไง?
เพิร์ธ – “ถ้าในฐานะคนดูบอกเลยไม่ไหว ยิ่งในแอปฯ oneD เวอร์ชั่น Uncut คือไม่ไหว (หัวเราะ) โดยเฉพาะซีนกระท่อมกับโทน (เทศน์) ที่มีหลายครั้งคราเกิดขึ้น เป็นจุดเกิดเหตุ แต่กับคุณเพิ่ม (ฟิล์ม ธนภัทร) ยังรู้สึกว่าเป็นอะไรที่แบบอินโทรให้รู้ว่าความสัมพันธ์โดนสอนมาแบบเมกเลิฟประมาณหนึ่ง
แต่ซีนในกระท่อมจำได้ว่าตอนนั้นดูพร้อมคุณแม่ แม่ก็บอกว่า “แม่เข้าใจนะตั้งแต่แรก แต่พอแม่เห็นอย่างงี้…แม่ใจสั่น แม่ไม่ไหว” เพราะมันอาจจะมีภาพช่วงนั้นนาน ค่อนข้างแช่ ตอนดูเราก็แอบเหล่แม่นิดนึง ห่วงรีแอกต์แม่มากกว่าว่าแม่จะว่ายังไง แต่เราบอกเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าจะมีซีนอะไรบ้าง ประมาณไหน โชคดีที่เรามี IC (Intimacy Coordinator) ด้วย เขาจะคอยถามว่าเราโอเคตรงไหน ไม่โอเคตรงไหน”

♦ตอนถ่ายเรารู้ลิมิตอยู่แล้วใช่ไหม?
เพิร์ธ – “ใช่ค่ะ มีลิมิตตลอด แต่แค่ตอนถ่ายเรายังไม่เห็นมุมมองในฐานะคนดู พอเห็นตัวเองอยู่ในซีนอย่างนั้นก็แอบเขินอยู่ ตอนแสดงไม่เขิน เพราะรู้สึกว่าเราสนิทกัน คุยกันแล้วว่าลิมิตของทั้งสองฝ่ายอยู่ตรงไหนกันบ้าง แต่พอมาดูเป็นภาพก็เขินอยู่ (ยิ้ม) ที่ผ่านมาไม่เคยเล่นเลิฟซีนหนักขนาดนี้ เลิฟซีนเรื่องนี้ค่อนข้างเยอะกว่าที่ผ่านมา ทั้งคู่เลยต้องศึกษาทั้งความสบายใจและไดเร็กชั่นของซีนว่าจะไปทางไหน”
♦เราไม่เคยรู้จักเทศน์มาก่อน?
เพิร์ธ – “ค่ะ เจอครั้งแรกตอนออดิชั่น แล้วก็มาเริ่มโปรเจ็กต์ด้วยการเวิร์กช็อปกันเยอะมาก เพราะมีทั้งซีนดราม่าและเลิฟซีน ทำให้เราพูดคุยกันเยอะและสนิทกันมากขึ้น โชคดีด้วยที่เทศน์เป็นคนเฟรนด์ลี่ เพิร์ธเองก็พยายามหาเรื่องคุยเพื่อละลายพฤติกรรม ให้ตอนทำงานสบายใจกันที่สุด”

♦ฉากเลิฟซีนระหว่าง ‘เพิ่ม’ (ฟิล์ม) กับ ‘โทน’ (เทศน์) คนไหนยากกว่ากัน?
เพิร์ธ – “พาร์ตของพี่ฟิล์มคือเลิฟซีนเพื่อเล่าเรื่อง เป็นจุดเริ่มต้นว่าเราไม่รู้จักความรักเลย คนนี้เป็นคนบอกเรา พี่ฟิล์มเป็นนักแสดงรุ่นพี่ที่พยายามให้ความสบายใจ คอยเซฟน้องตลอด แต่พอเป็นเทศน์จะมาในฟีลเพื่อน กล้าพูดกันมากกว่า เลยหาตรงกลางในการทำงานได้ง่ายค่ะ”
♦พอละครจบมีกระแสที่โดนตราหน้าว่า “เซินหนีไปกับชู้” รู้สึกยังไง?
เพิร์ธ – “(ยิ้ม) ตอนจบมันดาร์กมาก แต่ในพาร์ตเบื้องหลัง เพิร์ธรู้สึกว่าซีนนั้นมันไม่ใช่เรื่องใครสมหวังใครไม่สมหวัง แต่มันทำให้รู้สึกว่าคนสองคนที่จะไปใช้ชีวิตต่อ เขาจะมีความสุขได้จริงๆ ไหม ซึ่งเพิร์ธไม่คิดแบบนั้น ถามว่าเซินเลือกถูกไหมที่ไปกับโทน (เทศน์) เพิร์ธว่าถูกผิดพูดยาก แต่เซินเขาคงคิดว่าการที่อยู่กับเพิ่ม (ฟิล์ม) เขาใช้วิธีไม่สื่อสาร มีปัญหาไม่บอก ไม่ได้แชร์ในฐานะคนรัก แต่เลือกจะวางแผนหลอกเรา ซึ่งเซินรู้สึกว่ามันไม่จริงใจต่อกัน ส่วนกับโทน แม้จะมีสิ่งที่ไม่จริงใจเหมือนกัน แต่เขาพร้อมซัพพอร์ตความรู้สึกและอยู่ข้างๆ มากกว่า ในมุมของเซินสิ่งนี้เลยดูเป็นความรักที่จริงกว่า”

♦ทำไมถึงกล้ารับเล่นบทนี้?
เพิร์ธ – “คุยกับพี่บอย (ถกลเกียรติ) ตั้งแต่แรกแล้วค่ะ ว่าเรื่องจะประมาณนี้ มีซีนแบบนี้ มองว่ามันเป็นการขยายความตัวละครให้ชัดเจนขึ้น ถ้ามีการเซฟกันและมีขอบเขตที่ชัดเจน เพิร์ธก็ไม่มีปัญหา อีกอย่างมันท้าทายมากด้วย บทไกลตัวมาก แต่มันทำให้เราโตขึ้น เราอยากลองทำดู”
♦อยู่กับตัวละครนี้หลายเดือน มีดิ่งดาวน์บ้างไหม?
เพิร์ธ – “พยายามจะฮึบค่ะ อย่างซีนที่ทะเลาะกับพี่ฟิล์มหนักๆ มันเจ็บปวดไปถึงร่างกายจริงๆ แต่พอคัตปุ๊บต้องรีบเทิร์นกลับมาเป็นตัวเองทันที ไม่ได้ถลำไปกับตัวละครที่เล่น เพราะมันไม่ดีต่อสุขภาพจิต พอเราซัพพอร์ตกันว่า ไม่เป็นไร ผ่านไปแล้ว เก่งมาก สิ่งนี้ช่วยให้แยกออกว่าอะไรคือการแสดง อะไรคือความจริง”

♦หลังจากเล่นเรื่องนี้ กลัวคนมองภาพเราเปลี่ยนไปไหม?
เพิร์ธ – “ไม่กลัวค่ะ เพิร์ธยังเป็นเพิร์ธอยู่ ไม่เคยเอางานมารวมกับชีวิตจริง ต่อให้คนจะทักเป็นชื่อตัวละครที่เล่นร้าย เพิร์ธก็มองว่ามันไม่มาเบียดเบียนพื้นที่ในชีวิตจริงของเรา”
♦พอเล่นฉากเลิฟซีนแรงๆ เจอคอมเมนต์คุกคามบ้างไหม?
เพิร์ธ – “ยังไม่มีค่ะ แต่ถ้าคอมเมนต์ไม่ดีก็มีบ้างเป็นปกติ เพิร์ธจะปล่อยเบลอเพราะเป็นสิ่งไม่ดี เราไม่ควรเอามาใส่ใจ จริงๆ เป็นคนอ่านคอมเมนต์เหมือนกัน แต่แยกกันว่าอันนี้คือคอมเมนต์ที่เขาอิน คอมเมนต์ชื่นชม แต่อันไหนที่มันไม่ดีหรือมันไม่ใช่แบบนั้นก็ปล่อยผ่าน

เราทำงานตรงนี้เรียกว่าเป็นคนสาธารณะ คนที่เขาจะเข้ามาวิจารณ์มันเป็นเรื่องธรรมดา แต่อย่างก่อนหน้านี้สมมติว่าเล่นบทร้าย เขาก็จะบอกว่าเนี่ยเล่นร้ายได้ เล่นได้ดี ไม่แปลกหรอกเพราะชีวิตจริงก็เป็นแบบนี้ อันนี้จะเป็นสิ่งที่เพิร์ธไม่เห็นด้วย เพราะที่ผ่านมาน้อยครั้งมากๆ ที่เพิร์ธจะเล่นบทที่ใกล้ตัวเอง เพิร์ธรู้ว่าอะไรจริงไม่จริง ต่อให้บทที่เล่นจะไกลตัวแค่ไหน มันคือหน้าที่ของเรา แต่นั่นไม่ใช่เราค่ะ”
♦ข้ามผ่านคอมเมนต์ลบๆ ยังไง?
เพิร์ธ – “ข้ามผ่านยากมากค่ะ เพราะเพิร์ธแคร์คนรอบข้าง แคร์ครอบครัวที่ต้องมาเห็นสิ่งนี้ เพิร์ธตั้งใจทำงานและให้เกียรติอาชีพตัวเองมาก ไม่เคยคิดจะเอาหน้าที่การงานหรือสิ่งที่เรามีโอกาสทำอยู่ตอนนี้มาเป็นสิ่งที่ทำให้เราเหนือกว่าใคร หรือได้สิทธิ์อะไรมากกว่าใคร เพิร์ธแค่ทำหน้าที่นักแสดงให้ดีที่สุดค่ะ”

♦ถามเรื่องเทศน์หน่อย เคมีเข้ากันจนคนเข้าใจว่าเป็นแฟนกัน?
เพิร์ธ – “ฮะ! เข้าใจไปแบบนั้นได้ยังไง เราไม่ได้เป็นแฟนกันค่ะ (หัวเราะเขิน) อาจจะมีจิ้นบ้าง เพราะมีคลิปไปซื้อเค้กวันเกิดให้คุณแม่ หรือทำอาหารที่บ้านพี่บอย คนเลยรู้สึกว่าเคมีเคใจ แต่จริงๆ เราเป็นเพื่อนกัน ที่สนิทกันไวเพราะเราเฟรนด์ลี่ทั้งคู่ บวกกับเราทำงานในเรื่องนี้ด้วย ยิ่งมีซีนที่เข้มข้นมากเท่าไหร่ก็แปลว่าเราควรสนิทใจกันเพื่อให้ทำงานง่ายขึ้น”

♦จบจากละคร “สกุณาซ่อนรัก” ก็มีงานแสดงละครเวที “Once Again อีกสักครั้ง…ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก”?
เพิร์ธ – “ค่ะ เรื่องนี้เป็นอรรถรสใหม่ เล่าเรื่องความสัมพันธ์ 3 คู่ 3 รูปแบบ โดยเพิร์ธเล่นคู่กับพี่เอม ภูมิภัทร พาร์ตคู่เราจะเป็นเฟรนด์โซนที่มีความคอมเมดี้ด้วย ดราม่าด้วย มีโอกาสลองซ้อมด้วยกันแล้ว เพิร์ธดูผลงานพี่เขาจากเรื่อง วัยหนุ่ม เขากลายเป็นไอดอลด้านการแสดงของเพิร์ธเลย
ตอนที่รู้ครั้งแรกว่าได้เล่นละครเวทีกับพี่เอม ตื่นเต้นมาก และแอบกดดัน เพราะยิ่งรู้สึกว่าเขาเก่งมากก็อยากทำได้แบบที่เขาทำได้บ้าง แต่เพิร์ธว่าความเก่งของเขาในฐานะนักแสดง เขาสามารถส่งให้เราและทำให้เรารีแล็กซ์ไปเอง จนเราสามารถเล่นบทที่เป็นเพื่อนกันได้จริงๆ ตอนแรกคิดว่าเขาเป็นคนนิ่งๆ ดูโต มีความเป็นผู้ใหญ่มากๆ แต่จริงๆ พี่เอมเฟรนด์ลี่มาก เป็นคนตลกหน้าตาย บางทีเขาด้นสด ในจังหวะที่ตลกมากจนเราต้องกลั้นขำ”

♦ชิมลางละครเวทีครั้งแรกรู้สึกยังไง?
เพิร์ธ – “แปลกใหม่มากค่ะ ตอนเล่นละครมันอาจจะมีแค่รับกล้องคัตโน้นคัตนี้ แต่เราไม่ได้ต้องพูดในซีนหนึ่งนานหรือหลายครั้งขนาดนั้น แต่พอเราซ้อมละครเวทีมันกลายเป็นว่าเราต้องพูดซีนเดิมวันนึงหลายครั้งมาก และพูดระยะเวลาเป็นเดือนๆ อันนี้คือสิ่งที่เคยกังวล แต่พอมาซ้อมจริง ก็รู้สึกว่ามันเป็นความแปลกใหม่ที่เหมือนเราฝึกไปเรื่อยๆ เพื่อให้เราเข้าที่เข้าทางได้มากขึ้น”

♦ทำไมถึงตัดสินใจกระโดดมารับโปรเจ็กต์ละครเวที?
เพิร์ธ – “เพราะอยากลองทำสักครั้งในชีวิตค่ะ โดยตัวละครที่เพิร์ธเล่นในเรื่องนี้คาแร็กเตอร์ต่างจากทุกผลงานที่เคยผ่านมา ยังไงก็ขอฝากละครเวที Once Again ด้วยนะคะ เริ่ม 15 มิถุนายนนี้ ที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ค่ะ”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล