โน้ต เชิญยิ้ม หวนคืนจอหนังในรอบ 3 ปี เผยในวัย 73 เข้าใจโลกมากขึ้น ไม่กล้าแนะนำใครซี้ซั้วอีก จะซวยเอา ถ้าโดนเขาสวนกลับ ตลกรุ่นใหม่ดังกว่า
นักแสดงตลกอาวุโส “โน้ต เชิญยิ้ม” หวนคืนจอภาพยนตร์ในรอบ 3 ปี หลังได้รับการติดต่อจาก “หม่ำ จ๊กมก” ให้ร่วมแสดงหนังเรื่องใหม่ “เสือหอน มังกรหาว” แม้ยังไม่รู้รายละเอียดเรื่องบทและค่าตัว แต่รับปากทันทีเพราะความผูกพันและความนับถือในน้ำใจความเป็นสุภาพบุรุษของหม่ำ

พร้อมเผยบรรยากาศการรวมตัวของเหล่าตลกคาเฟ่ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ขณะเดียวกันยังเปิดใจถึงสุขภาพในวัย 73 ปี และมุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไปตามวัย เข้าใจโลกมากขึ้นและเลือกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ยึดติดกับเรื่องราวรอบตัว และไม่กล้าแนะนำใครซี้ซั้ว เพราะกลัวโดนสวนตลกรุ่นใหม่ดังกว่า
มารับเล่นหนังในรอบกี่ปี?
“2-3 ปี หม่ำนี่เขาเรียกใช้ใครก็ต้องมาให้เขา นี่มาเรียกใช้ผม ผมยังไม่รู้เลยผมเล่นเป็นอะไรบทมากน้อยขนาดไหน และสำคัญที่สุดเงินได้เท่าไหร่ เพราะตอนมันไปรับเชิญหนังผม มันก็ไม่เอาตังค์ อันนี้อ่ะดิ ปัญหามันอยู่ตรงนี้ แต่ผมเอาตังค์ ผมบอกแล้ว ผมต้องเอา ชั่วโมงนี้โอ้โห ช็อตมาก ไฟดับทั้งหมู่บ้านแล้วช็อต คือหม่ำเขาเป็นคนที่พูดง่ายๆ ว่าในวงการ รู้ว่าเขาเป็นคนยังไง น้ำใจเขาเป็นยังไง เขาเป็นนักเลงมากในความรู้สึก นักเลงในที่นี้ไม่ใช่อันธพาลนะ คือใจนักเลงคือใจสุภาพบุรุษ เขาบอกให้มาก็มา แล้วบังเอิญเห็นแล้วมีตลกเล่นหลายคนนี่หว่า”
เรียกว่าเป็นการรวมตัวตลกคาเฟ่ได้ไหม?
“เห็นจตุรงค์ละ เห็นนุ้ยละ เลยรีบรับปากใหญ่เลย เห็นว่ามีไอ้เลย์กะไอ้จ๊อดน้องผมด้วย ผมก็เลยรับปากเลย ก็อยากให้น้องมันมีงาน ผมไม่รู้เขาเอาใครมาบ้างนะ ผมยังไม่รู้รายละเอียด รู้แต่ชื่อเรื่องว่าเรื่องอะไร เขาว่ามีเป็ด เชิญยิ้มด้วย มันดูมีความสุขไงก็ไม่รู้ นั่งๆ คุยกันเนี่ยไม่ได้คุยเรื่องหนังเลย คุยว่าวันนั้นที่มึงป่วย แผ่นดินไหวเป็นยังไง ไอ้รงค์ไปเยี่ยมแล้วเข้าโรงพยาบาลไม่ได้ แผ่นดินไหวพอดี แล้วคุยเรื่องคาเฟ่ว่า ตอนไอ้หม่ำเล่นกับป๋าเทพเป็นยังไง”
ตอนนี้เจอกันคือคุยกันแต่เรื่องสุขภาพ ?
“ใช่ๆ คุยเรื่องสุขภาพด้วย แล้วก็คุยเรื่องการดูแลซึ่งกันและกันด้วย”
แล้วสุขภาพของเราเป็นยังไงบ้าง?
“ผมดีร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ แต่มันก็ยังมีบ้างตามอายุ เรื่องหัวเข่า เรื่องเอวอะไรนี่ก็ยังปวดๆ อยู่ เพราะเป็นคนที่ขับรถเองด้วย เกิดมาไม่เคยมีคนขับรถ เราก็ดูแลตัวเอง ไม่ได้ดูแลเป็นพิเศษอะไร แต่ว่าไหว้พระทำบุญ แล้วก็ทำทาน ทำทานเราเห็นเลย ก็คือเขาได้กิน ได้ใช้ ได้อิ่ม ทำบุญเราไม่รู้ว่าบุญถึงใคร ถึงคนที่เราทำหรือเปล่า แล้วก็ทำใจให้ผ่องใส เคยฟังเพลง ฉันวันนี้ ของธานินทร์ อินทรเทพไหมล่ะ ทุกวันฉันมีความสุขหัวใจ ไม่อยากจะคิดอะไร มีหัวใจเหมือนห้องว่างเปล่า ไม่โกรธ ไม่แค้น ไม่เกลียดใคร ให้ใจหมองเศร้า ใครว่าอย่างไรช่างเขา ตัวของเรา รู้ตัวเราดี”

เรียกว่าปลงได้ไหม?
“ไม่ถึงกับปลง คิดว่าด้วยวัยอายุ 72 มิถุนายนนี่ก็เข้า 73 ละ ก็ถือว่าเกิดมาก็ไม่เคยอายุมากขนาดนี้ มันไม่ใช่ปลง แต่มันเริ่มเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต เมื่อก่อนเนี่ยชอบไปแนะนำตลกบางคน เวลาเขาทำอะไรไม่ดี เราชอบเข้าไปแนะนำ เดี๋ยวนี้เราเริ่มแนะนำน้อย เท่าที่มีโอกาสถ้าเจอกันถึงจะแนะนำ เมื่อก่อนเนี่ยถ้าดูมันทำอะไรไม่ถูกต้องจะโทร.ไปหา เดี๋ยวนี้จะไม่ ผมว่าทุกคนเขาก็เริ่มโตขึ้น เขาก็รู้ตัวเขาดี พูดได้เท่าที่พูด ไม่ใช่ว่าเราดีกว่าเขานะ บังเอิญที่เราต้องแนะนำเขา เพราะว่าเราได้ยินจากคนอื่นพูดในทางไม่ดี ทางลบ แล้วก็บอก เฮ้ย กูได้ยินแบบนี้มานะ มันน่าจะแก้ไขอะไร นี่ นู่น นั่น ประมาณนี้ครับ”
เหมือนเป็นผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำ?
“ก็ไม่ถึงกับต้องจะไปแนะนำหรอก ก็คือถ้ามีโอกาสเจอกัน แล้วมันนึกขึ้นได้ว่าเรื่องอะไรที่เราอยากจะพูดกับมัน หลายวันมาแล้ว หลายเดือนมาแล้ว เจอพอดี เฮ้ย ไอ้นี่ วันนั้นมึงทำแบบนี้ มันเป็นอย่างงั้น มันเป็นอย่างงี้ ก็ว่ากันไป เพราะเราไม่กล้า ถ้าเขาบอกมึงอะไร กูดังกว่ามึงเยอะแยะ ตลกรุ่นใหม่เขาดังกว่าเรา ไปพูดซี้ซั้ว กูดังกว่ามึงอีกเงี้ย ซวยสิแบบนี้ ใช่ไหมฮะ”.