Dr.JiLL พร้อมให้ตรวจสอบ ปม ‘โปรตีนตกฉลาก’ ยืนยันความโปร่งใส 3 พรีเซ็นเตอร์ บีม-ออย-แพนเค้ก เชื่อมั่นในมาตรฐานแบรนด์


จากกรณีที่โซเชียลมีการพูดถึง โปรตีนตกฉลาก และมีการพาดพิงถึงแบรนด์ Dr.JiLL โดยล่าสุดทางแบรนด์ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ณ True Digital Park East ซึ่งหลังจบการแถลงข่าว คุณอัญชิสา ธนาวิมลวรรธน์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของแบรนด์ Dr.JiLL พร้อมด้วยทนายนิด้า และ พรีเซ็นเตอร์ อย่าง แพนเค้ก เขมนิจ, บีม กวีและออย อฏิพรณ์ ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นดังกล่าว

โดยคุณอัญชิสา เปิดเผยถึงสาเหตุสำคัญที่ทางบริษัทต้องออกมาแถลงข่าวในวันนี้ ว่า “ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคก็มีการตื่นตัวในเรื่องของสินค้าประเภทต่างๆ กันหลายประเภท ที่อยากจะตรวจสอบแล้วก็เข้าถึงข้อมูลที่ลึกขึ้น เกี่ยวกับสินค้าที่เขาอุปโภคบริโภคต่างๆ พอมันมีกระแสขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปี ทางเราก็มีการสุ่มตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอนะคะ

แต่ทีนี้พอกระแสหลายๆ อย่างมันอาจจะงวดเข้ามา หรือว่าเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ทางเราก็คิดว่ามันถึงเวลาที่เราอาจจะต้องเปิดเผยกระบวนการการผลิต การตรวจสอบวัตถุดิบ หรือว่าคุณภาพต่างๆ เรียกอย่างนี้แล้วกันว่า เราเปิดเผยวิธีการทำงานของเรานะคะ ว่าเราทำงานกันอย่างไร แล้วก็มีความโปร่งใสในการตรวจสอบมากน้อยแค่ไหน วันนี้ก็เลยเชิญพี่ๆ นักข่าว มารับฟังแล้วก็มาพูดคุยกัน”

 

ในส่วนของแนวทางการรับมือหากมีผู้นำสินค้าไปส่งตรวจแล้วพบว่าค่าไม่ตรงกัน คุณอัญชิสาระบุว่าเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ Dr.JiLL เซรั่ม พี่เคยตรวจเจอของปลอมนะคะ แล้วก็พูดคุย ไปแจ้งตำรวจ ปคบ. แล้วก็ได้รับความกรุณาจากตำรวจ ปคบ. ตรวจสอบแล้วก็จับนะคะ ในวันนั้นก็เจอเซรั่มปลอม 5,000 กว่าชิ้น แล้วก็ได้แถลงข่าวไปเรียบร้อยที่ ปคบ.

มีทาง อย. เข้ามาร่วมแถลงด้วย พี่เจอของปลอมมาโดยตลอด วันนี้พี่ยังบอกไม่ได้ว่าพี่เจอของปลอมในเรื่องของโปรตีนหรือเปล่า แต่ยินดีถ้าเกิดว่าใครจะร่วมสุ่มซื้อแล้วตรวจสอบ แล้วสงสัยว่าเป็นของปลอมหรือไม่ ก็ยินดีที่ให้ตรวจสอบ หรือว่าส่งเข้ามาที่บริษัทเรา จะได้ตรวจสอบร่วมกัน เพราะว่าเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคก็เป็นเรื่องที่ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหน หรือแม้แต่ทางบริษัทเอง ก็อยากจะร่วมมือ แล้วก็ได้ตรวจสอบร่วมกันค่ะ”

สำหรับประเด็นข่าวการตกฉลาก คุณอัญชิสายืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อยอดขายของแบรนด์ และมองว่าเป็นสิทธิ์ขาดของผู้บริโภคในการตรวจสอบและตัดสินใจ

“ถ้าซื้อในร้านค้าที่เป็นมอลล์ หรือเป็นออฟฟิเชียลก็จะดีมาก แต่จริงๆ ดูที่ตะกร้าได้นะ ตะกร้าการซื้อในตะกร้าหรือรถเข็น หรือจำนวนชิ้น ไอเทมที่มันขายออกไป ถ้าเพิ่งเปิดใหม่ๆ ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแพลตฟอร์ม พี่ว่าก็มีความเสี่ยง แต่จริงๆ มีพี่อินฟลูเอนเซอร์ท่านนึงที่เขาเคยไลฟ์แล้วก็มีคนมาบอกว่า รูปลักษณ์ของซองข้างในมันเปลี่ยนไป

จากที่เคยเป็นซองฟอยล์ใหญ่อยู่ในกระปุก มันเป็นซองฟอยล์เล็กหลายๆ อัน อันนั้นก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะไม่ใช่แล้ว หรือว่าอะไรอย่างนี้ แต่ตอนนี้เท่าที่ตรวจสอบก็คือยังไม่พบ เพราะท่านที่มาคอมเมนต์หรือมาบอกกับอินฟลูเอนเซอร์ ก็ยังไม่ได้ติดต่อมาทางออฟฟิศ ซึ่งพี่บอกเลยว่าถ้าเมื่อไหร่มีของปลอม พี่ลงตรวจ พี่นี่แหละเป็นคนไปลงพื้นที่เอง เมื่อ 3 ปีที่แล้วพี่ก็เป็นคนลงพื้นที่ เพราะฉะนั้นวันนี้ใครทำก็เจอพี่แน่นอน”

คุณอัญชิสา กล่าวต่อไปว่า “จริงๆ พี่คิดว่า ตรวจสอบเสร็จแล้ว มีที่มาที่ไป แจ้งมาทางบริษัท มีใบสั่งซื้อจากแพลตฟอร์มต่างๆ มีใบเสร็จ สลิปโอนเงิน แล้วส่งมาทางออฟฟิเชียลของเรา เราช่วยตรวจสอบได้ พี่สามารถพาไปแจ้งตำรวจได้ คือทุกอย่างเราทำร่วมกัน เพราะมันจะได้เป็นเคสตัวอย่างว่า คุณทำของจริงของปลอมอย่างไร เอกสารที่ออกมาจริงปลอมอย่างไร มันก็จะได้ตรวจสอบได้ทั้งหมด เพราะว่าคุณสั่งซื้อ มีใบเสร็จ มีสลิปการโอนเงินทุกอย่าง ส่งมาที่บริษัทเลย ยินดีที่จะตรวจสอบร่วมกัน”

ทางด้าน บีม กวี ได้เผยความรู้สึกว่า “ต้องบอกว่าวันนี้อยากขอบคุณทาง Dr.JiLL มากๆ ที่ออกมาทำแถลงข่าวแบบจริงจังแบบนี้ เราในฐานะผู้บริโภค ในบางครั้งเป็นคนที่ขายด้วย เราจะได้ยืนยันกับทุกคนได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เราขายเป็นสิ่งที่เราเชื่อมั่นได้แบบเต็มปากเต็มคำจริงๆ แล้ววันนี้เราก็ได้คุยกับทางเจ้าของด้วย และฝั่งผลิตด้วย

มันยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นแหละ เพราะฉะนั้นเวลาที่ต่อไปนี้เวลาเราไลฟ์ขายของ มีคนเข้ามาถามเราจะได้ตอบได้ว่า เรามีมาตรการแบบนี้นะในการตรวจสอบ เรามีมาตรฐานแบบนี้นะในการผลิต อย่างที่บอกคือเราต้องขอบคุณทาง Dr.JiLL ที่ทำให้มีการแถลงข่าวแบบนี้แล้วทำให้เรามั่นใจมากขึ้นในการที่เราจะได้บอกทุกคนได้อย่างชัดเจนต่อไป”

ขณะที่ ออย อฏิพรณ์ เสริมว่า “ที่ผ่านมาเราก็จะมีเอกสารโชว์ แล้วในตะกร้าสามารถที่จะทักแชตเข้าไปขอเอกสารจากแอดมินส่งเป็น PDF ให้เลย แต่บางทีพอเวลาผ่านไป เอกสารจากฝั่งเราอย่างเดียวมันอาจจะยังไม่คลายความสงสัย ฉะนั้นวันนี้มันเหมือนกับการปลดล็อก ทุกอย่างเวลาคำพูดทุกสิ่งที่เราเคยพูดไว้ หรือว่าความสงสัยที่ผู้บริโภคมีอยู่

ออยว่าวันนี้มันค่อนข้างชัดเจน ว่าที่ผ่านมาเรามีกระบวนการในการผลิตยังไง แล้วก็มีความซื่อสัตย์ซื่อตรงต่อผู้บริโภคยังไง รวมถึงที่เขารีเช็กกันหลายรอบ ก็รีเช็กเพื่อตัวเองด้วย เพื่อผู้บริโภคด้วย มันเป็นการครอสเช็กทุกอย่างค่ะ ฉะนั้นทางโรงงานก็จะเคลียร์ด้วยว่าโรงงานนั้นคือถูกต้อง ทางเราก็ได้สินค้าที่ถูกต้องเอาไปจัดจำหน่ายให้ผู้บริโภค ผู้บริโภคก็ได้สินค้าที่ตรงกับที่ต้องการไปบริโภค”

ส่วน แพนเค้ก เขมนิจ เผยว่าต้องขอบคุณ Dr.JiLL ด้วยที่ทำให้หลายๆ คนได้คลายกังวล หรือว่าเราในฐานะคนทำงาน และในฐานะผู้บริโภคด้วย ในสิ่งที่เราเชื่อมั่นอยู่แล้ว เราก็ยังคงเชื่อมั่นในสิ่งที่เราสามารถพูดต่อหรือบอกต่อได้อย่างเต็มที่ ในส่วนของแพนไม่ได้มีใครถามอะไร ไม่ได้มีใครกังวลเรื่องใดๆ แต่ว่า ณ วันนี้ที่เราได้มีโอกาสพูด ก็จะได้พูดได้อย่างเต็มที่ว่า เราได้เห็นเอกสารทุกอย่างอย่างชัดเจน มีการตรวจอะไร และทางนี้ก็แฟร์อย่างเพียงพอที่จะให้ผู้บริโภคและผู้ผลิตได้จอยได้ทำงานร่วมกัน”

ในส่วนมุมของข้อกฎหมาย ทนายนิด้า ได้อธิบายถึงผลกระทบในกรณีที่มีการนำคำว่า “ตกฉลาก” ไปแอบอ้างโจมตีแบรนด์โดยไม่เป็นความจริง ว่าอาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทและผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมเตือนให้ผู้บริโภคใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารในยุคที่ตลาดอาหารเสริมแข่งขันกันสูงจนเกิดการดิสเครดิต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน