“อเล็กซ์ เรนเดลล์” เปิดใจชีวิตคุณพ่อลูกอ่อน 5 เดือน เปลี่ยนมุมมองชีวิตครั้งใหญ่ อยากดูแลสุขภาพให้อยู่กับลูกนานที่สุด
ทำหน้าที่คุณพ่อลูกอ่อน ได้ราว 5 เดือนเศษแล้ว สำหรับนักแสดงหนุ่ม ‘อเล็กซานเดอร์ ไซม่อน เรนเดลล์’ โดยวันที่ 25 มิถุนายน 69 เจ้าตัวมาร่วมงานในฐานะ UNEP Goodwill Ambassador และพิธีกรดำเนินรายการ ในงานพิธีปิดโครงการ MA-RE-DESIGN “สร้างอนาคตพลาสติกที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยพลังความร่วมมือ” ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ

จากนั้นให้สัมภาษณ์เผยบทบาทใหม่ในฐานะคุณพ่อลูกอ่อนวัย 5 เดือน เป็นความท้าทายที่เปลี่ยนโลกและเปลี่ยนวิธีคิดของตัวเอง พร้อมปรับสมดุลชีวิต ลดความหักโหมในการทำงาน หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เพื่อให้มีเวลาและคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกับลูกในอนาคต
ปัญหาสิ่งแวดล้อม ณ ตอนนี้?
“จริงๆ ปัญหาสิ่งแวดล้อม เราเห็นกันตามข่าวอยู่ตลอดเวลานะครับ ซึ่งเราก็ติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอด จริง ๆ มันจะมีประเด็นสิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าสิ่งแวดล้อมมันเกี่ยวข้องกับเรื่องคนล้วน ๆ เพราะฉะนั้นมันก็จะมีประเด็นอยู่เรื่อย ๆ
จากที่เราเห็นทั้งกฎหมาย ทั้งการพัฒนา ทั้งการเห็นต่างกันของหลาย ๆ ภาคส่วน พอเราเข้าไปอยู่ในพื้นที่จริงๆ เราก็จะเข้าใจว่า ทุกอย่างมันก็มีมุมมองที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่ยากมากที่สุดก็คือการทำให้ทุกคนมาวินวินกันทุกฝ่าย ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่ได้ง่ายเลย อาศัยเวลา อาศัยข้อมูล อาศัยความเป็นจริง ไม่ใช่แค่ข้อมูลวิทยาศาสตร์ แต่ว่าข้อมูลจริง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งจากชาวบ้านในพื้นที่ด้วย
ผมว่าอันนี้เป็นสิ่งสำคัญมากนะครับ เพราะนั้นการทำงานตรงนี้ต่อให้เป็นประเด็นไหนก็แล้วแต่ ทุกปีๆ ก็จะมีประเด็นใหม่อยู่เรื่อย ๆ หน้าที่ของเราก็คือพยายามที่จะแก้ปัญหาด้วยการใช้การศึกษาเข้ามาเกี่ยวข้องครับ ผมไม่ได้อยู่ในจุดที่เราจะไปเจรจา สร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้ขนาดนั้น แต่เรามองว่าเรามีหน้าที่ของเราที่ทำเรื่องของเยาวชน ก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ครับผม”

เรื่องที่ทำอยู่ก็ให้ความสำคัญกับเด็ก โดยปลูกฝังจิตสำนักกับสิ่งแวดล้อม?
“ใช่ครับ ผมคิดว่าการที่เราให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา โดยเฉพาะกับเยาวชน มันเป็นเหมือนเรากำลังสร้างอีกเจนหนึ่งที่จะมาพัฒนาประเทศของเราครับ ผมคิดว่าประเทศที่พัฒนาแล้วหลายๆ ประเทศ เขาก็เริ่มต้นด้วยอะไรประมาณนี้ เมื่อหลายปีที่แล้วจนวันนี้มาถึงจุดที่เราพยายามที่จะสร้างเจนใหม่ไปเรื่อยๆ ทีละกลุ่มๆ
อย่างวันนี้ที่เรามาร่วมงานเราเห็นว่านี่แค่หนึ่งโปรเจ็กต์ จากประสบการณ์เราจะเห็นโปรเจ็กต์แบบนี้เยอะขึ้นในรอบตั้งแต่ 5-6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมันเป็นสัญญาณที่ดี ผมว่าทั้งหมดทั้งมวล นี้ต่อให้เป็นประเด็นขยะทะเล เป็นประเด็น PM 2.5 เป็นประเด็นความขัดแย้งต่าง ๆ ผมว่า เรากำลังค่อย ๆ หล่อหลอมทำให้ประชาชนเข้าใจเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อจะได้ปกป้องและเข้าใจว่าสิ่งแวดล้อมที่พังลงไป มันจะกระทบกับชีวิตของเราครับ”

ตอนนี้รับบทคุณพ่อด้วย?
“ก็ตอนนี้ก็มาให้ความสำคัญกับตรงนี้เป็นพิเศษ เพราะว่าลูกก็ยังเล็กอยู่ ต้องแยกให้ออกระหว่างชีวิตทำงานกับชีวิตส่วนตัว ซึ่งที่ผ่านมาก็คือทำงาน ๆ ๆ อย่างเดียวเลย เป็นอันดับหนึ่งเลย แต่พอเรามีความรับผิดชอบตรงนี้แล้ว มันก็ต้องมองถึงอนาคต จะบู๊ทุกวันไม่ได้ อย่างวันนี้ก็กลับ ก็ต้องไปให้นมลูกด้วยครับ(หัวเราะ) มันก็มีอะไรมาใหม่ที่ทำให้เราได้เห็น มันทำให้กลับมาย้อนดูงานของเราด้วยว่าเราให้อะไร ได้ตรงไหนมากที่สุด อะไรที่เราทำแล้วมันไม่เกิดผลที่ดี เราอาจจะตัดไปบ้าง เราเอาไปโฟกัสในสิ่งที่เรารู้วิธีการทำมากที่สุดเหมือนกันครับ”
อาชีพพ่อ 5-6 เดือน ที่ผ่านมานี้?
“ก็เมามันดีครับ (หัวเราะ) อาชีพพ่อ ก็จริงๆ เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก และก็เปลี่ยนโลก เปลี่ยนความคิดของเราเยอะมากครับผม”

อะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลงหนักๆ?
“คือน่าจะเป็นการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพของตัวเอง เพราะผมรู้สึกว่าอยากจะจัดแจงเวลาให้ดีขึ้น และก็ดูแลตัวเองให้ดีขึ้น ก็คือจะมีลิมิตของงานว่างานเราจะวันนี้เวลานี้ พยายามทำให้เต็มที่ที่สุด เมื่อก่อนจะไม่มีขอบเขตเลย เมื่อก่อนก็คือลุยเต็มที่ แต่พอมาวันนี้แล้วรู้สึกว่า พอเราอายุเยอะ มีลูก มีความรับผิดชอบอีกโลกหนึ่งก็ต้องเปลี่ยน อาหารการกิน ร่างกายของเราทุกอย่าง พยายามทำให้มันแบบว่า เราอยากอยู่กับเขานาน ๆ และเราอยากให้เขาอยู่กับเราอย่างมีคุณภาพด้วย ไม่ใช่แค่แบบอยู่แล้วก็ง่วงทั้งวันอะไรอย่างงี้ ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นครับ”
แบ่งหน้าที่กับภรรยายังไง?
“คือ ณ ตอนนี้ภรรยาก็จะดูแลเรื่องแทบจะทุกอย่าง เพราะเราก็ต้องออกมาทำงาน เขาก็ดูแล ตอนนี้เขายังแบบเบบี๋อยู่ ยัง 5 เดือนเองมั้ง ยังไม่ได้แบ่งกันชัดเจนว่าใครรับผิดชอบอะไร แต่ตอนนี้เริ่มได้นอนมากขึ้นครับ เขาตื่นแค่ 1 รอบในกลางคืนครับ”.