ยูโร ยศวรรธน์ แฮปปี้ได้โอกาสทำงานหลากหลาย ท้าทายบทใหม่ “ของแขก 2” รับถ่ายหนังผีโต้รุ่งหนักสุด เตรียมชิมลางพิธีกรเดี่ยวช่อง 7

เป็นอีกหนึ่งปีทองของพระเอกหนุ่ม ยูโร ยศวรรธน์ ทะวาปี ที่ได้โอกาสทำงานที่หลากหลายทั้งซีรีส์ภาพยนตร์ รวมทั้งละครเวที โดยเจ้าตัวเปิดใจในงานกาล่าพรีเมียร์ภาพยนตร์ “ของแขก 2” ณ โรงภาพยนตร์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 สยามพารากอน ถึงประสบการณ์ครั้งใหม่ในภาพยนตร์สยองขวัญ “ของแขก 2” รับเป็นหนังผีที่แตกต่างจากเรื่องที่เคยเล่น ทั้งเนื้อหาเกี่ยวกับ “ญิน” ตามความเชื่ออิสลาม และการถ่ายทำกลางคืนต่อเนื่องจนถึงเช้า พร้อมเผยความรู้สึกหลังได้รับโอกาสทำงานหลากหลายทั้งภาพยนตร์ ละครเวที และเตรียมก้าวสู่บทบาทพิธีกรเดี่ยวทางช่อง 7

ยูโร แฮปปี้ทำงานหลากหลาย

“เป็นหนังผีที่คนละแบบกับที่เคยเล่นมา เรื่องที่แล้วเป็นผีมีความตลก สนุกสนาน ส่วนเรื่องนี้อันดับแรกคือต่างศาสนา เป็นมุสลิมก็คนแบบกัน ความน่ากลัวก็ต่างกันเป็นผีที่เราไม่เคยเจอมาก่อน มันเป็น ญิน ซึ่ง ญิน ก็คือวิญญานหรือผีตามประสาบ้านเรา เขาก็จะเป็นอีกรูปแบบนึงเหมือนกัน การหลอกก็ต่างกันไปจากของเราที่เคยดูหนังผีไทย”

เป็นความท้าทายใหม่ๆ ของเรา ได้รับบทบาทแปลกใหม่?
“ก็ถือว่าใช่ครับ เราก็ยินดีที่จะได้เจอกับสิ่งใหม่ๆ ที่เราไม่เคยมีโอกาสได้ทำอยู่แล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เคยมีภาคหนึ่งมาแล้ว เราก็ได้ไปติดตามดูผลงานของเขาก็น่าสนใจดี ก็เลยอยากลองเข้ามาเป็นหนึ่งในโปรเจกต์นี้ครับ”

กดดันมั้ย?
“กดดันไหม จริงๆ ก็ต้องมีบ้างแหละ แต่เราเลือกที่จะเข้ามาเองผมก็เลยรู้สึกว่า ความกดดันมันก็เป็นแรงผลักดันแล้วกัน เป็นแรงที่ทำให้เราอยากตั้งใจโฟกัสในการทำงานเรื่องนี้มากขึ้น แล้วก็ได้เดินทางไปถ่ายทำสถานทำที่จริง โปรดักชั่นมีความสมจริงมีความน่าสนใจในบรรยากาศต่างๆ รวมไปถึงนักแสดงหลายๆ คน เรื่องนี้ก็อยากให้แฟนๆ ประทับใจแล้วกันครับ ก็หวังว่าอย่างนั้น”

สิ่งที่ยากที่สุดในหนังเรื่องนี้สำหรับเราที่ต้องเรียนรู้คืออะไร?
“ก่อนอื่นคือในเรื่องของการถ่ายทำแล้วกัน ผมไม่เคยมีโอกาสได้ถ่ายทำช่วงเย็นจนถึงเช้า ปกติถ่ายละครมันจะเป็นเช้าถึงค่ำ แต่เรื่องนี้มันจะเป็นช่วงค่ำจนถึงเช้าอีกวัน ซึ่งเวลานอนผมก็ไม่ทัน”

นาฬิกาชีวิตเปลี่ยน?
“ใช่ๆ เพราะว่าเค้าจะถ่ายซีนไนท์จริงๆก็คือบรรยากาศจริงๆ มันก็เป็นอะไรที่ผมไม่เคย ก็หนักอยู่เหมือนกันครับ ก็ต้องมีวิธีการปรับชีวิต”

มันส่งผลกระทบต่อร่างกายยังไงบ้าง?
“เราก็ต้องนอนตอนเช้าไง มันกระทบไหมก็ใช้ชีวิตปกติได้แหละ ปกติเราก็ใช้ชีวิตกลางคืนอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้ทำงานกลางคืน แต่อันนี้ก็เปลี่ยนจากการใช้ชีวิตกลางคืนมาทำงานกลางคืน กลางวันก็ต้องนอน เพราะว่าเราเดินทางไปถ่ายทำที่นราธิวาสด้วย ไปถ่ายที่นู่นเกือบ 20 วัน”

ถ่ายซีนไนท์จริงเรามีแอบกลัวไหม?
“ตอนแรกมีความกลัวอยู่เพราะว่า เพื่อนหลายคนก็มีพบเจอสิ่งที่มองไม่เห็นบ้าง แต่ผมไม่เจอ พอผมบินลงไปสถานที่จริงวันแรก ขึ้นรถตู้ปุ๊บก็ได้ฟังเลย ทุกคนบรรเลงกันหมดเลยว่าเจอนู่นเจอนี่ เราก็มีความประหม่าความกลัวแต่พอไปถึงสถานที่จริง เรารู้สึกว่ากองถ่ายคนมันเยอะนะ ซึ่งไม่น่าจะเจออยู่แล้วครับ เราคิดอย่างนี้ในใจ ก็ไม่ได้เจอแต่เราก็ไม่ได้ลบหลู่อะไร เราก็พยายามทำความเคารพเสมอ”

พอไปต่างที่ต่างถิ่นได้มีพกอะไรไปเพื่อความสบายใจยังไงบ้าง?
“หลายคนก็บอกว่าผีคนละศาสนา เขาไม่ได้กลัวบทบทสวดมนต์ของเรานะ แต่เราก็ไม่รู้จะทำยังไง เราก็สวดศาสนาของเขาไม่เป็น เราก็สวดๆ ไปก็ไม่เจออะไรนะครับ 10 กว่าวันที่ไปอยู่นู่น”

เราต้องทำพิธีบอกกล่าวยังไงบ้าง?
“บอกกล่าวเฉยๆ ครับ ว่าผมขออนุญาตมาทำงานถ่ายทำนะครับเจ้าที่เจ้าทาง อะไรที่ตั้งใจก็ดีไม่ได้ตั้งใจก็ดีก็ขอให้อโหสิกรรมให้ด้วยไม่รู้ท่านฟังรู้เรื่องหรือเปล่า เพราะว่าแถวนั้นจะเป็นภาษามลายู แต่พูดไปก่อนความรู้สึกเราอยากให้เป็นอย่างนั้นท่านก็น่าจะเข้าใจครับ”

มีการบอกท่านไหมว่าขอ100 ล้าน?
“ไม่ได้ขอครับ ขอแค่ไม่มาหลอกก็พอ ตอนนั้นถ่ายอยู่ยังไม่ได้ฉาย ราบรื่นดีครับ สนุกดีครับ เป็นการทำงานรูปแบบใหม่ที่ผมไม่เคยเข้ามาทำแบบนี้ ก็ได้ประสบการณ์ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน”

ติดใจไหมหนังผีเรื่องที่สองแล้ว?
“ติดใจไหม คือปัญหาจริงๆ มันคือการใช้ชีวิตแหละ หนังผีก็ต้องยอมรับว่ามันต้องถ่ายตอนกลางคืน กลางวันผีมาหลอกก็อาจจะไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่ ก็หนักหน่วงอยู่เหมือนกันสำหรับหนังผี แต่ว่าถ้าเข้ามาก็อาจจะดูว่าเป็นหนังผีแบบไหน เหมาะสมกับเราสามารถไปได้ก็อาจจะลองดูอีกครับ”

อยากชิมลางแนวอื่นด้วยไหมสำหรับภาพยนตร์หนังรัก หนังคอมเมดี้?
“ความสามารถอาจจะยังไม่ถึงมั้งครับ เลยไม่เข้าตาท่านผู้กำกับหลายๆ คน แต่พยายามฝึกอยู่นะครับ ถ้ามีเข้ามาผมอยากพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ นะครับ”

นอกจากงานหนังการเล่นละครเวทีก็เป็นสิ่งใหม่สำหรับยูโรด้วยเหมือนกัน ฟีดแบ็กเป็นยังไงบ้าง?
“ดีมากๆ ครับ ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างในฐานะนักแสดงผมก็มีโอกาสได้ไปเล่นละครเวที เป็นละครพูด ก็สนุก แต่ก็มีความเหนื่อย เพราะมันต่างจากที่เราเคยเล่นละครถ่ายจบไปแล้วจบเลย มีโอกาสได้พัก แต่ละคนเวทีค่อนข้างซ้อมเยอะและหนักมากๆ เพราะว่าทุกอย่างต้องเป๊ะ นักแสดงหลายๆ คนรวมไปถึงทีมฉากทีมไฟ ทุกอย่างมันต้องไปด้วยกันหมดเพราะฉะนั้น ต้องมีการซ้อมหนักอยู่เหมือนกันครับ มันเป็นโปรเจกต์ที่ร่วมกันทำ มีความสุขมากๆ เหมือนกันครับสำหรับละครเวที”

เรียกว่าเป็นปีทองของยูโรเลยไหม เรามีโอกาสได้ทำอะไรหลายอย่างหลากหลาย?
“ปีทองไหม ก็ถือว่าเป็นอีกปีนึงที่ดีมากๆ ก็ดีใจมากๆครับที่ปีนี้ญินได้ช่วยส่งให้ผม ได้มีโอกาสได้มารับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ”

ฟีดแบ็กคำชื่นชมที่เราชื่นชอบที่สุด?
“ก็เห็นฟีดแบ็กหลายหลายคนชื่นชมเยอะมาก ขอบคุณจริงๆนะครับ หลายหลายคนบอกขอบคุณยูโรที่ก้าวเข้ามาเปิดโอกาสให้ตัวเองได้มาทำอะไรใหม่ใหม่ เป็นละครเวทีที่เราไม่เคยทำ เราก็ทำเต็มที่มากๆ ก็ขอบคุณทุกแรงเชียร์ครับ ทุกแรงใจและซัพพอร์ตผมรวมถึงทีมละครเวทีทุกคนด้วย”

ยังมีอะไรที่รู้สึกว่าต้องปรับปรุงหรือพัฒนาอีกไหม?
“เยอะเลยครับ เราก็พัฒนาเรื่อยๆ แต่ก็ถือว่าโชคดีนะที่ผมมีโอกาสได้เล่นกับพี่บอย พี่นุ่น พี่เอม เพิร์ธ น้องต้นข้าว ทุกคนมีความสามารถมีความเก่งแต่ละแบบ เราก็ถือว่าโชคดีได้ไปซ้อมกับเขาได้เก็บเกี่ยวมาใช้ในอาชีพเราด้วย”

เรียกว่าได้ทำอะไรหลากหลาย แล้วกับช่อง7ยังมีสัญญาอยู่ใช่ไหม?
“กับช่อง 7 มีครับ จะมีโปรเจกต์ใหม่กับทางช่อง 7 ครับ จะได้ลองเป็นพิธีกรแล้ว พิธีกรรายการครับ ลองดูครับ เป็นพิธีกรเดี่ยวครับ พูดได้แค่นี้แต่ว่าเร็วๆ นี้ครับ หลังจากละครเวทีจบก็ต่อเลยครับ”

“ทางช่องก็มอบโอกาสที่ดียูโรอยากลองทำเป็นพิธีกร หรืออยากทำอะไรอะไรต่างๆ ทางช่องก็พร้อมที่จะซัพพอร์ต แล้วก็อยู่ที่เราด้วยว่าอยากทำมั้ย ผมอยากฝึกการพูดและอยากดำเนินรายการอยู่แล้ว ในใจเป็นคนรักความสนุกชอบความเอนเตอร์เทน ก็เป็นการฝึกฝนตัวเองในโอกาสนี้ครับ”

แฮปปี้กับการที่มีอิสระในการทำหลายหลายอย่าง?
“ก็ถือว่าเป็นโชคดีของผม ผมแฮปปี้มากๆ ครับ ทุกวันนี้มีโอกาสได้ไปเล่นซีรีส์จากนอกค่าย ได้มาละครเวทีนอกค่ายเหมือนกัน แล้วก็มีโปรเจ็กต์ในค่าย ค่อนข้างเยอะ ก็ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกๆ ท่านทุกๆ คน แล้วก็ขอบคุณตัวเองด้วยที่สู้มาถึงทุกวันนี้”.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน