หลังเบนเข็มสู่เส้นทางดนตรี เป็นหนึ่งในสมาชิกวง “POW (พาว)” ศิลปินบอยแบนด์เกาหลีใต้ ช่วงนี้ก็จะได้เห็นหน้าค่าตาหนุ่ม ‘ยอร์ช’ ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์ กันบ่อยหน่อย ด้วยกำลังมีผลงานการแสดงในไทยกับภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง “กฤษดาพาราไดซ์” อีกทั้งยังจัดแฟนมีตติ้งในไทยเป็นครั้งแรก

♣ กลับมาเมืองไทยรอบนี้ทำอะไรบ้าง?
ยอร์ช – “ช่วงนี้กลับมาที่ประเทศไทยก็มีโปรโมตภาพยนตร์เรื่อง กฤษดาพาราไดซ์ ครับ แล้วก็มีจัดแฟนมีตติ้งที่ไทยเป็นครั้งแรกด้วยครับ”
♣ กฤษดาพาราไดซ์ เป็นการกลับมาเล่นหนังไทยในรอบ 7 ปี รู้สึกอย่างไร?
ยอร์ช – “กังวลครับ เพราะไม่ได้แสดงละครหรือภาพยนตร์ไปนาน เลยกังวลว่าจะเล่นได้มั้ย เพราะเป็นบทที่ท้าทายอยู่พอสมควร ที่ตัดสินใจมาเล่นเรื่องนี้ เพราะคิดถึงครับ ซึ่งในเรื่องผมรับบทโอม คาแร็กเตอร์เป็นคนเก่งทุกอย่าง การเรียน กีฬา แต่มักถูกกดดันจากที่บ้าน ทำให้เป็นคนที่มีความเก็บกด โอมเป็นตัวละครที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์ค่อนข้างเยอะ ในส่วนตรงนี้ต้องทำการบ้านอย่างหนัก ซึ่งฉากที่รู้สึกว่ายากน่าจะเป็นฉากที่โอมระเบิดอารมณ์ความรู้สึกที่เก็บกดออกมา วันนั้นร้องไห้ไปเยอะ ใช้พลังงานไปเยอะมากๆ ครับ”

♣ เล่าชีวิตการเป็นเด็กฝึกที่เกาหลีให้ฟังหน่อย?
ยอร์ช – “เอาจริงๆ ตอนแรกๆ มีความกดดันอยู่ครับ เพราะด้วยความที่ภาษาก็ยังไม่คล่อง แล้วเพิ่งเจอน้องๆ ในวงได้ไม่นาน กังวลว่าจะสามารถไปด้วยกันได้หรือเปล่า แต่พอได้ลองใช้ชีวิตด้วยกันไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเข้ากันได้ ต่างคนต่างช่วยกัน ทำให้เป็นทีมเวิร์กมากขึ้น
จุดที่ทำให้เราเข้ากันได้ น่าจะด้วยความที่นิสัยเหมือนๆ กัน ผมเป็นคนชอบติดเล่น แล้วน้องๆ ก็ชอบเล่นด้วยกัน ทำให้บรรยากาศเวลาทำงานไม่เครียด น้องๆ จะทำให้บรรยากาศสนุกสนานตลอดเวลา”
♣ วิธีการปรับตัวต้องเริ่มจากอะไรบ้าง ทั้งเต้น ร้อง และภาษา?
ยอร์ช – “ถ้าเป็นเต้น ผมเรียนมาตั้งแต่เด็ก ประมาณอายุ 15-16 ส่วนภาษาเริ่มเรียนประมาณ 6 เดือนก่อนบินไปเกาหลี เรื่องร้องผมตั้งใจว่าจะไปเรียนเพิ่มที่นั่น ซึ่งสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับการไปอยู่ที่นั่น น่าจะเป็นการได้ไปใช้ชีวิตคนเดียวครับ เพราะไม่เคยใช้ชีวิตคนเดียวเลย อยู่ที่บ้านกับพ่อแม่และพี่สาวมาตลอด มีคนคอยช่วยเหลือ แต่พอไปอยู่ต่างประเทศ ทุกอย่างต้องทำเองหมดครับ”

♣ ชีวิตส่วนตัวอะไรที่ไม่เคยทำแล้วต้องทำเองที่นั่น?
ยอร์ช – “เรื่องการเดินทางครับ เช่น การเรียกรถหรือขึ้นรถไฟไปเอง เมื่อก่อนผมติดพี่สาวมาก จะไปไหนต้องมีพี่สาวไปด้วยตลอด ส่วนงานบ้านอย่างซักผ้า ทำอาหาร ผมทำได้หมด ซักผ้าก็มีเครื่องอยู่แล้ว ส่วนทำอาหารผมทำเอง เมนูที่เก่งที่สุดคือสุกี้แห้งครับ ทำทานบ่อยสุดตอนอยู่เกาหลี สูตรของผมใส่ซอส น้ำมันหอย แล้วก็ซีอิ๊วขาวนิดหน่อย ไม่ใส่ผงนัว คนอื่นชิมแล้วก็ชมว่าอร่อยครับ (ยิ้ม)
สำหรับสกิลการอยู่คนเดียวที่ต้องเรียนรู้คือเรื่องการสั่งข้าวเองครับ แรกๆ จะให้เพื่อนสั่งให้ แต่พอนานๆ เข้าก็เกรงใจ เลยต้องหัดสั่งเอง เมนูที่สั่งบ่อยที่สุดคือหม่าล่า เพราะชอบกินและสั่งง่ายด้วย”
♣ เห็นว่าบุคลิกเปลี่ยนจาก Introvert เป็น Extrovert?
ยอร์ช – “ใช่ครับ กำลังเริ่มเปลี่ยนเพราะได้เจอคนเยอะขึ้น ท่านประธานค่ายบอกว่าเวลาเข้าสังคมให้คิดว่ามันคือการแสดงอย่างหนึ่งครับ อย่างเวลาเจอคนเยอะๆ ความที่ผมเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็กก็ให้ลองสวมคาแร็กเตอร์ดู เช่น วันนี้จะเป็นหนุ่มจากอเมริกาที่ใช้ชีวิตที่นั่นมา 10 ปี เพื่อลดความตื่นเต้นเวลาเจอคนหรือศิลปินคนอื่น ผมก็ลองทำตามซึ่งมันก็ได้ผล”

♣ แต่ตอนไลฟ์สดดูพูดเก่งมากเลย?
ยอร์ช – “ตอนนั้นมันคือการอยู่คนเดียวหน้ากล้องไงครับ มันคือโลกของเรา เลยไม่กดดัน แต่ถ้ามีคนมาจ้องต่อหน้าจริงๆ จะกดดันกว่า ผมเป็นคนพูดคนเดียวเก่ง ชอบบ่นไปเรื่อย อยู่ในห้องคนเดียวก็บ่นประจำ”
♣ ในวงเราเป็นหัวหน้าวง ต้องดูแลน้องๆ ยังไง?
ยอร์ช – “จริงๆ น้องๆ ช่วยผมเรื่องภาษาเยอะมากครับ เขาจะช่วยเรียบเรียงประโยคให้ใหม่เวลาผมพูดผิด ส่วนสิ่งที่น้องๆ พึ่งพาผมจะเป็นเรื่องการแต่งเพลง ด้วยความที่ผมเริ่มแต่งเพลงมาก่อนตั้งแต่เป็นเด็กฝึก พอน้องๆ ต้องมีโปรเจ็กต์แต่งเพลงเองเขาก็จะกังวล ผมก็จะช่วยสอนใช้โปรแกรมและคอยให้คำแนะนำเหมือนเป็นรุ่นพี่ครับ”

♣ ล่าสุดมีผลงานเพลงโซโล่ด้วย Blow Your Mind?
ยอร์ช – “จริงๆ ผมไม่ได้มั่นใจจะทำเดี่ยว มันเป็นเรื่องบังเอิญตั้งแต่แรก พอผมเริ่มทำเพลงกับค่ายก็จะมีการประชุมทุกๆ รายเดือน เวลาประชุมกับค่ายก็จะมีการแนะนำเพลงใหม่ๆ จู่ๆ วันหนึ่งประธานค่ายผมก็เปิดเดโม่เพลงนี้ขึ้นมาให้ผมฟัง ซึ่งฟังครั้งแรกผมชอบมากเลย รู้สึกมีเสน่ห์อะไรสักอย่างที่มันดึงดูด ผมเลยบอกว่าอยากเอาเพลงนี้ไปทำดู เขาก็บอกว่างั้นให้เราลองเอาไปก่อน
จากนั้นก็เอามาลองซ้อมลองเปลี่ยนโน่นนี่นั่นก็ส่งให้ประธานค่าย เขาก็เหมือนไม่ถูกใจ เพลงนี้ใช้เวลาทำทั้งหมด 3 ปี เรียกว่าตั้งแต่ช่วงเดบิวต์แรกๆ เลย ผมต้องซ้อมและปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตอนนั้นผมยังใหม่อยู่ ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย ยังต้องพัฒนาอีกเยอะ ผมก็ซ้อมเรื่อยๆ แล้วก็ส่งให้ตรวจเรื่อยๆ จนวันหนึ่งโปรดิวเซอร์โอเค”

♣ อะไรทำให้เราไม่ท้อกับเพลงนี้?
ยอร์ช – “ผมรู้สึกว่าถ้าเราไปแล้วแต่ยอมแพ้ เราก็ไม่ใช่ศิลปินแล้ว ถ้าทำเพลงนี้ไม่ได้ เราก็อาจจะทำอย่างอื่นไม่ได้ เลยตั้งใจเอาชนะตัวเองให้ได้”
♣ ในเพลงมีแร็พเปอร์เกาหลี 2 คน คือ Sik-K และ Bryan Chase มาร่วมฟีเจอริ่งด้วย?
ยอร์ช – “ตอนแรกมีแค่เสียงผมคนเดียว แล้วรู้สึกว่ามันขาดอะไรไป แต่อยากให้เพลงมีไดนามิกและสนุกขึ้น ด้วยความที่เสียงผมมันซอฟต์อารมณ์เดียว ถ้ามีแร็พมีโทนเสียงที่มีเอกลักษณ์เข้ามา น่าจะทำให้เพลงสนุกขึ้น เลยชวนแร็พเปอร์มา 2 คน เพื่อเปลี่ยนมู้ดเพลงให้น่าสนใจขึ้น สำหรับเนื้อหาของเพลงพูดถึงความรู้สึกดึงดูดเวลาเราเจอใครสักคนแค่เสี้ยววินาที แล้วเราไม่อยากลังเล อยากจะเดินเข้าไปคุยตรงๆ”

♣ เห็นว่าต้องเปลี่ยนสไตล์การร้องของตัวเองด้วย?
ยอร์ช – “ใช่ครับ ถามว่ายากไหม จริงๆ มันยากเพราะตอนแรกผมไปเลียนแบบตามเดโม่ของเขาที่มีอีกโทนหนึ่ง แล้วมันไม่ได้ 3 ปีนั้นคือผมเลียนแบบเสียงเขาอย่างเดียว จนรู้สึกว่าเรามีโทนเสียงของเราอยู่แล้ว ทำไมถึงต้องไปทำตามเขา ลองปรับมาใช้โทนเสียงตัวเองดูก็เลยรู้ว่ามันเข้ากว่าและถนัดกว่า
หลังจากปล่อยเพลงออกไปผลตอบรับดีมาก ดีเกินคาด ติดท็อปชาร์ตทั้งที่ไทยและเกาหลี ขอบคุณทุกคนที่ชอบเพลงนี้ครับ อีกอย่างหนึ่งที่ผมหวังไว้คืออยากให้ทุกคนรู้จักวง POW ผ่านเพลง Blow Your Mind เพลงโซโล่ของผม ถ้าคนชอบเพลงนี้ก็จะเริ่มหาว่าใครเป็นคนร้อง เป็นเมมเบอร์ของวงไหน”
♣ น้องๆ ในวงรู้ไหมว่าเราเป็น ‘ไอ้วัน’ นักแสดงเด็กที่ดังมากในไทย?
ยอร์ช – “รู้ครับ ช่วงเดบิวต์แรกๆ ผมไปรายการพี่วู้ดดี้ พี่เขาเปิดให้น้องๆ ในวงดูว่ารู้ไหมว่าผมเป็นนักแสดงตอนเด็ก เล่นเรื่องนี้ แล้วเป็นฉากที่ผมโดนแม่ลำยองตีให้น้องๆ ดู น้องตกใจมากถามว่าโดนตีจริงเหรอ (เคยต่อบทเล่นกันไหม?) เคยครับ แต่เราต้องสอนก่อน (สอนซีนไหนให้น้องๆ บ้าง?) แต่ผมไม่ได้สอนน้องๆ เรื่องทองเนื้อเก้า ผมสอนเรื่องอื่น พะยูนไม่ได้ฆ่า จากหอแต๋วแตกครับ (หัวเราะ)”

♣ ผ่านเวลามานาน แต่แก๊งลำยองก็ยังซัพพอร์ตกันตลอด?
ยอร์ช – “ใช่ครับ ทุกคนคอยซัพพอร์ตดีมากๆ ทั้งน้องอ๊ะอาย พี่นุ่น(วรนุช) หลายคนทำงานด้วยกันมาตั้งแต่เด็กก็ยังคีพความสัมพันธ์อยู่ ผมก็อยากจะขอบคุณทุกคนจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังมีคนเรียกผมว่า ‘ไอ้วัน’ อยู่ ผมรู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณทุกคนที่ยังเอ็นดูวันเฉลิมอยู่ครับ
♣ ถ้าวันเฉลิมโตขึ้นมาในวันนี้ เขาจะเป็นอะไร?
ยอร์ช – “วันเฉลิมบวชไม่สึกไง (หัวเราะ) แต่ถ้าเป็นผมก็อาจจะสึกมาเป็นบอยแบนด์นี่แหละ ออกไปหาอะไรใหม่ๆ ทำเพราะอยู่วัดมานานแล้ว”
♣ จากนี้จะมีผลงานอะไรอีกบ้าง?
ยอร์ช – “มีแพลนไปแฟนมีตติ้งที่ประเทศจีน และกำลังเตรียมคัมแบ๊กกับวง POW เร็วๆ นี้ คอนเซ็ปต์ครั้งนี้จะโตขึ้น มีพลังและความสดใสมากขึ้นแน่นอน ทุกคนก็กำลังออกกำลังกายฟิตหุ่นกันสุดๆ เลย
สุดท้ายนี้อยากฝากเพลงโซโล่ Blow Your Mind ด้วยนะครับ ผมตั้งใจทำมาก เหมาะสำหรับฟังตอนกลางคืนดึกๆ บรรยากาศจะดีขึ้นมากครับ”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล