ออกัส-เล้ง ไม่หวั่นดราม่ารีเมก ‘บุพเพสันนิวาส’ เวอร์ชั่นวาย ไม่กดดันกระแส เชื่อมือผู้กำกับ ลั่นพล็อตดีไม่ควรมีแค่เวอร์ชั่นเดียว
ใกล้จะได้รับชมกันแล้ว สำหรับซีรีส์ “บุพเพสันนิวาส” Love Destiny ที่นำมารีเมคในเวอร์ชั่นซีรีส์วาย (Boys’ Love) นำแสดงโดย ออกัส วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ และ เล้ง ธนพล อู่สินทรัพย์ ล่าสุด บริษัท เซนจูรี่ ยูยู เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้เปิดตัว CUU Thailand Line – Up 2026-2027 เปิดตัวโปรเจกต์ แห่งปี กับ 3 ซีรีส์ 3 รส ณ Lido Connect Hall 1 ภายหลังจากจบงาน ออกัสและเล้งได้ควงกันให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความรู้สึกหลังซีรีส์จะได้ออนแอร์วันแรก 14 กรกฎาคมนี้

ใกล้จะออนแอร์แล้ว รู้สึกยังไงบ้าง?
ออกัส: “ใกล้จะออนแอร์แล้ว ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะว่าเราก็ยังไม่ได้ดูการที่เราถ่ายกันไป”
แต่เมื่อกี้ก็ได้ดูทีเซอร์แล้ว เป็นยังไงบ้าง?
ออกัส: “ได้ดูทีเซอร์แล้วก็รู้สึกว่าดี แล้วก็ยังมีอีกหลายซีนมากๆ ที่เราถ่ายกันไปน่ารักๆ เยอะเลย”
เล้ง: “คือผมก็ตื่นเต้นมากๆ แล้วก็อยากดูเรื่องเต็มมากๆ แล้วก็น่าจะได้เห็นพร้อมกับทุกคนนั่นแหละ น่าจะได้ดูพร้อมกับทุกคนวันที่ 14 นี้”
เล่าถึงการถ่ายทำหน่อย เป็นยังไง มีอะไรแปลกใหม่ที่แฟนๆ จะได้เห็นไหม?
เล้ง: “ของผมก่อนแล้วกัน น่าจะเป็นพีเรียดเรื่องแรกของผมเลย ก็จะได้เห็นผมในบทบาทใหม่ๆ ที่อยู่ในซีรีส์พีเรียด ก็จะได้เห็นอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม เพราะปกติผมก็จะเล่นแต่ยุคปัจจุบัน คำพูดคำจาอะไรก็จะเป็นปัจจุบัน แต่อันนี้พอเป็นซีรีส์พีเรียด ก็เหมือนเราก็จะได้แต่งชุด ใช้ชีวิตของคนสมัยก่อน ก็รู้สึกว่าเป็นอะไรที่น่าติดตามมากๆ”
ออกัส: “ของกัสก็แตกต่าง เพราะว่าด้วยความที่มันเป็นพีเรียด แล้วก็ด้วยภาษาด้วยอะไรหลายๆ อย่าง แล้วการที่เล่นเป็นคนในยุคสมัยก่อน ก็ไม่เคยมาก่อน ซึ่งก็ต้องเตรียมตัวหลายอย่าง ต้องมีเรียนขี่ม้า มีฟันดาบ แล้วก็ต้องทำความเข้าใจกับภาษาต่างๆ มันอิมโพรไวส์อย่างเดียวไม่ได้ มันต้องใช้ความจำด้วย ใช้ความเข้าใจด้วย แต่เราก็โชคดีที่ยังได้ผู้กำกับที่ทำเวอร์ชั่นก่อนมาก็คือพี่ใหม่ (ภวัต) ทำให้เราได้รู้รายละเอียดต่างๆ ทำให้แต่ละซีนมันออกมาครบถ้วนสมบูรณ์
เล้ง: พี่ใหม่แต่ละซีนเขาค่อนข้างจะเคลียร์กับเรามากๆ ก่อนที่เราจะถ่ายว่า ซีนนี้พี่อยากได้อะไร ความต้องการของตัวละครเป็นยังไง พี่ใหม่เขาเคลียร์กับตัวเองและตัวเนื้อเรื่องมากๆ จะทำให้เรารู้สึกว่าเราเข้าใจภาพเดียวกับที่พี่ใหม่เห็น ก็เลยรู้สึกว่าเป็นการทำงานที่ค่อนข้างจะดีมากๆ เพราะกองถ่ายพี่ใหม่เขาโปรเฟสชันนอลมากๆ รู้สึกว่าเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับพี่ใหม่แล้วก็ร่วมงานกับพี่ๆ ทุกคน”

เรื่องภาษามันยากขนาดไหน?
ออกัส: “ยาก เพราะว่าเราก็เป็นคนยุคสมัยนี้ สมัยใหม่ เวลาพูดอะไรเราก็จะเน้นทำความเข้าใจง่ายๆ แต่ยุคสมัยก่อนมันมีคำสร้อยต่างๆ ที่เราไม่สามารถอิมโพรไวส์เองหรือใช้อารมณ์ในการเล่นอย่างเดียวได้ มันต้องเป็นภาษาในยุคสมัยก่อน ซึ่งสิ่งพวกนี้เราก็ได้จากพี่ใหม่ด้วย คอยให้รายละเอียดต่างๆ”
เรื่องนี้เป็นเรื่องกระแสวัฒนธรรมเยอะมาก ทั้งชุดไทย อาหารไทย มันเปลี่ยนตัวเอง หรือเปลี่ยนมุมมองสำหรับวัฒนธรรมไทยยังไงบ้าง?
เล้ง: “ส่วนตัวถ้าให้มุมนี้ ผมรู้สึกว่าเราก็เป็นคนไทย เหมือนเราตั้งแต่เด็กๆ ได้พอรู้ประวัติศาสตร์คร่าวๆ ของประเทศไทย แต่พอได้ลงไปในกองถ่าย แล้วเหมือนได้ลงไปเข้าใจเรื่องราวในยุคสมัยนั้น รู้สึกว่าได้เห็นมุม ได้เห็นเสน่ห์หลายๆ อย่าง
ออกัส : ก็จะได้เห็นจุดกำเนิดของขนมชิ้นนี้ว่า กล้วยทอด กล้วยตากแห้ง มายังไง ที่มาที่ไป ยังมีสอดแทรกเข้าไปในเรื่องนี้ด้วย”
อย่างเล้งต้องทำอาหารเองด้วย?
เล้ง : “ใช่ ของผมก็เหมือนเป็นกิมมิคของบุพเพ ที่เราจะทำอาหารของคนยุคปัจจุบันให้คนอดีตดู แล้วเหมือนทำให้ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกัน ว่าทุเรียนทอดมาได้ยังไง
ออกัส : คนนี้ก็นำทุเรียนทอดไปสู่ยุคอดีต ก็เหมือนมาควบรวมกันหมด”
คาดหวังไหมว่าเรื่องนี้จะเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ในเรื่องอาหาร หรือเรื่องอะไรพวกนี้?
เล้ง: “ผมรู้สึกว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้เป็นอย่างนั้น เพราะรู้สึกว่าไหนๆ เราก็ได้เล่นซีรีส์พีเรียดของไทย ถ้ามีโอกาสเราก็อยากจะเรพรีเซนต์ความเป็นไทยออกมาให้คนทั่วโลกได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นทางด้านอาหาร ประวัติศาสตร์ เครื่องแต่งกาย แล้วก็วิถีชีวิตของคนยุคอดีต ถ้าเป็นไปได้ เราก็เป็นตัวแทนที่คล้ายๆ กับเอ็กซ์เพรสสิ่งนี้ออกไปให้ชาวโลกได้เห็น ก็รู้สึกว่าเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้เป็นตัวแทนในการเรพรีเซนต์สิ่งนี้ของประเทศไทย”
ออกัส: “ก็ต้องขอบคุณพี่ใหม่กับทีมงาน ที่เราได้ไปถ่ายสถานที่ที่เป็นสถานที่ในประวัติศาสตร์ เราก็ไปถ่ายที่จริงเลย ก็ได้เห็นความสวยงามของหลายๆ อย่างในความเป็นไทย”

เคยดูละครเรื่องนี้ที่เป็นเวอร์ชั่นก่อนไหม?
ออกัส: “สำหรับกัสก็มี ตอนจะเปิดกล้องก็มีไปดูเหมือนกัน เพราะว่าเราจะต้องเจอบางซีนที่มันมีความคล้ายคลึงกัน ก็ไปดูว่าพี่เขาเล่นเป็นยังไง ก็ยอมรับเลยว่ากลับไปดูทำให้รู้สึกว่ายิ่งตื่นเต้นเข้าไปอีก เพราะเรื่องมันสนุกมาก เข้าใจแล้วว่าทำไมคนถึงรักเรื่องนี้ พล็อตเรื่องสนุก นักแสดงทุกคนเล่นดีหมดเลย แล้วพี่โป๊ปพี่เบลล่าก็คือเราอยากเห็นเขาเข้าคู่กันตลอด เขาเล่นน่ารักมาก ก็เลยมีความกดดัน แต่เราก็พยายามทำให้ดีที่สุด”
ในฐานะที่เราเป็นคนรุ่นใหม่ เรากลัวไหมว่าคนดูจะคาดหวังเรามากๆ เพราะเด็กรุ่นใหม่เล่นพีเรียด?
ออกัส: “ก็รู้สึกหน้ากัสก็เก่าอยู่นะ ก็ได้อยู่ (หัวเราะ) มีเก่ากว่านี้อีกไหม กัสก็หน้าไทยมากๆ แล้ว กัสก็มีความเป็นคนในยุคสมัยก่อนอยู่เหมือนกัน หน้าไทย แล้วก็ในฐานะนักแสดง กัสก็ทำเต็มที่ให้ทุกซีนมันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด กัสก็จะปรึกษากับพี่ใหม่ตลอดที่ทำเวอร์ชั่นเก่าที่มันประสบความสำเร็จมากๆ ว่ามันผ่านไหม มันดีหรือยัง ถ้าเขาบอกว่าโอเคแล้ว พี่ว่ามันดีมาก เราก็สบายใจขึ้น”
จับตาการเล่นเลิฟซีน เป็นยังไง เลิฟซีนในเวอร์ชั่นนี้?
ออกัส: “สำหรับกัส กัสก็ยาก เพราะว่าเป็นเรื่องแรกที่กัสต้องเลิฟซีนกับผู้ชายครั้งแรกในชีวิตการทำงาน 10 กว่าปี แต่ก็ออกมาดี ด้วยความที่สถานที่ บรรยากาศ อะไรหลายฟ อย่าง และบทเขาเขียนมาสนุกอยู่แล้ว เราแค่เป็นตัวละครให้ดีที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้ในฐานะแสดง
เล้ง: ถ้าเลิฟซีนสำหรับผม รู้สึกไม่ยากเลย เหมือนพอเราเป็นนักแสดงแล้วเราได้เข้าไปในบททั้งตัวพ่อแก้วและพ่อเดชแล้วมันเหมือนเราได้เข้าใจตัวละคร เนื้อเรื่อง แล้วเหมือนเราได้เห็นระหว่างที่เราทำความเข้าใจกับเรื่อง เห็นพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแก้วพ่อเดชไป ทำให้เรารู้สึกว่าการที่จะมีเลิฟซีนในจุดๆหนึ่งมันมีเหตุผลของมัน แล้วเราก็รู้สึกว่า 2 คนนี้ ทั้งพ่อแก้วพ่อเด็หเหมือนเขาก็แบบผ่านอะไรกันมาเยอะ การที่เขาจะตกหลุมรักกัน หรือการที่เขาจะมีความสัมพันธ์อะไรกัน รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องค่อนข้างปกติมากๆ สำหรับคน ตัดเรื่องเพศออกไปก่อน ผมรู้สึกว่าการที่คนสองคนอยู่ด้วยกันหรือผ่านอะไรมาด้วยกัน ก็เลยรู้สึกไม่แปลกเลยที่จะมาถึงจุดนี้ได้ ก็เลยรู้สึกว่าเลิฟซีนไม่ได้ยากมากสำหรับผม”
ละลายพฤติกรรมกันยังไง ในการที่จะเข้าเลิฟซีน?
ออกัส: “เราก็มีเวิร์กช็อปด้วยกัน ให้ทลายกำแพง ให้รู้จักกันมากขึ้น รู้จักข้อดีข้อเสีย ได้เรียนรู้ว่าต่างคนต่างชอบอะไรกัน พอเวลามันไม่มีกำแพง เวลาทำงานร่วมกันมันก็ง่ายขึ้น ไม่มีปัญหาอะไร แล้วด้วยความที่เราเป็นคนที่มีความคล้ายๆ กัน มีความชอบ มีความฝันคล้ายๆ กัน สำหรับกัสตอนแรกคิดว่ายากเหมือนกัน แต่พอทำออกมาแล้วก็ไม่ได้ยาก อาจจะด้วยความที่เป็นเล้งด้วย สำหรับกัสก็เลยไม่ได้ยาก”
กระแสวายตอนนี้ พอเข้ามาเล่นวาย ถือว่าติดลมไหม?
ออกัส: “ติดเล้งมากกว่า (หัวเราะ) ตอนแรกกัสก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกัน ว่ากัสจะไปเล่นกับคนอื่นได้ไหม เพราะคงจะเป็นเรื่องเดียวและเรื่องสุดท้ายแล้วที่จะเล่นวาย ถ้าเป็นกับคนอื่นก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะเป็นยังไง อีกเรื่องนึงถ้าเป็นกับเล้งก็คงดี”
มาชิมลางเรื่องนี้แล้ว คิดว่ามันคือโอกาสของเราเลยไหม เพราะอยู่ในวงการมา 10 ปี แล้วมารับเล่นวาย?
ออกัส: “มันก็เป็นโอกาสด้วย แล้วก็เป็นอะไรที่มันหาได้ยาก โอกาสที่จะได้เล่นโปรเจกต์แบบนี้ เราได้ลิขสิทธิ์ของบุพเพสันนิวาสมา เป็นออริจินัลจริงๆ แต่มาทำเป็นบอยเลิฟ ซึ่งเนื้อเรื่องก็จะเป็นคล้ายๆ ออริจินัล แล้วก็ได้พี่ใหม่ผู้กำกับคนเดิมมา ซึ่งเรารู้สึกว่าเราหลงรักในละครเรื่องนี้อยู่แล้ว แล้วเราก็ชื่นชมในตัวผู้กำกับ พอเราได้ร่วมงานเรารู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ต้องขอบคุณทางค่ายด้วยที่ได้ลิขสิทธิ์นี้มา แล้วให้เกียรติกัสมารับบท พี่หมื่น หรือ พ่อเดช ก็เป็นโอกาสที่ดีมากๆ”
แล้วมองยังไง เพราะว่ามันก็มีกระแสดราม่าค่อนข้างเยอะเรื่องนี้ มีคนมาทำใหม่แล้ว?
ออกัส: “ส่วนตัวกัสก็เห็นเหมือนกัน แรกๆ ก็ออกมาเยอะเหมือนกัน แต่ในมุมกัสคิดว่าพล็อตเรื่องดีๆ แบบบุพเพสันนิวาส ถ้าจะมีแค่เวอร์ชั่นเดียว ในมุมกัสก็มีความน่าเสียดายเหมือนกัน”
เล้ง: ส่วนตัวผมก็รับฟังฟีดแบ็ก ที่บอกว่าอาจจะไม่ได้เห็นด้วยที่มาทำเรื่องนี้ แต่พอเราได้อยู่ในโปรเจกต์ ทุกๆ คน เราก็รู้สึกว่า ไหนๆ เขาก็จะกลับมาทำอยู่แล้ว อยู่แล้ว เรารู้สึกว่ามันอาจจะเป็นมุมมองในอีกมุมมองหนึ่งที่เราได้พรีเซนต์ออกไป ในเวอร์ชั่นเก่าก็จะเป็นผู้หญิง-ผู้ชาย แต่ในเวอร์ชั่นใหม่ก็เป็นผู้ชาย-ผู้ชาย บอยเลิฟ ก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นมุมมองเป็นผู้ชายมากขึ้นหน่อย แต่ก็ยังมีกลิ่นอายของความเป็นบุพเพสันนิวาสเวอร์ชั่นเดิม ก็เป็นโอกาสที่เราจะได้เอ็กซ์เพรส ทำให้เรื่องนี้เป็นทางๆ หนึ่งที่จะให้ทุกคนได้เห็น”
ทั้งคู่นอยด์ไหมที่ซีรีส์ยังไม่ออนเลย แต่ก็โดนกระแสดราม่า?
ออกัส: “เล้งนอยด์ไหม”
เล้ง : “ผมไม่นอยด์นะ เอาจริงๆ ผมไม่นอยด์เลย ผมรู้สึกว่าเวอร์ชั่นเก่า พี่โป๊ปพี่เบลล่าเล่นไว้ก็คือ เขาเล่นได้ดีมากๆ เล่นได้ดีมากๆ จริงๆ ก็ไม่แปลกใจที่ทุกคนรักเรื่องนี้ แต่ผมรู้สึกว่าไม่นอยด์เลย รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าที่จะได้เข้ามาในโปรเจกต์นี้ เพราะโปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์ที่มีค่ามากสำหรับประเทศไทย ถ้าเราได้ทำสิ่งนี้ออกมาให้ดีที่สุด ไม่อยากเอาเรื่องความนอยด์มาทำให้เป็นปัญหาในการทำงาน”
ออกัส: “สำหรับผมมองว่าคอมเมนต์ค่อนข้างเยอะ ถ้าเราไม่รู้สึกเลยก็คงเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าเรารู้สึกแล้วเราเฟล ทำให้การทำงานเราแย่ลง ก็ไม่ควรไปคิดตาม ในฐานะนักแสดงเราก็ต้องทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่”
สุดท้ายก็ฝากผลงานหน่อย?
ออกัส: “อยากจะฝากเรื่องบุพเพสันนิวาส หรือ Love Destiny จะออนแอร์วันแรกวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ ทางช่อง 3
เล้ง: แล้วก็ Uncut ทาง iQIYI เวลา 23:00 น. แล้วก็เว็บไซต์ iQ.com ฝากด้วยนะครับ”