เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของนักแสดงหนุ่มมากฝีมือ ‘เอม’ ภูมิภัทร ถาวรศิริ กับการแสดงละครเวทีสเกลใหญ่อย่าง “Once Again อีกสักครั้ง…ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก” โดยเจ้าตัวยอมรับทั้งตื่นเต้นและกดดัน เพราะต้องทำให้คนดูอินถึงแถวหลังสุด

ซุปตาร์บันเทิง - ‘เอม’กดดันคนคาดหวังไม่เคยมองตัวเองคือน้ำเต็มแก้ว

นอกจากนี้ยังเผยมุมมองการแสดงที่ไม่เคยมองว่าตัวเองคือน้ำเต็มแก้ว และเรียกร้องอยากเห็นความหลากหลายของภาพยนตร์

ละครเวที “Once Again อีกสักครั้ง… ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก” มีความท้าทายยังไงบ้าง?

เอม – “อันนี้เป็นละครเวทีสเกลใหญ่ครั้งแรก รัชดาลัยจุคนดูได้ 1,500 ที่นั่ง ซึ่งยากครับ มันคนละฟอร์แมต เพราะที่เราเคยเล่นมามันเป็นละครเวทีประมาณไม่เกิน 200 ที่นั่ง มันก็จะมีวิธีการในการแสดง การกำกับฯ มีกลเม็ด หรือว่าท่าที่มันแตกต่างกับโรงใหญ่ นั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เราเซย์เยสกับโปรเจ็กต์นี้ว่าเราอยากลองค้นหาฟอร์แมตนี้ดู ว่าถ้าเกิดต้องเล่นให้คนที่อยู่แถวหลังสุดเขารู้สึกในสิ่งที่ตัวละครรู้สึก ต้องเล่นแบบไหนที่มันพอดีที่สุด”

ซุปตาร์บันเทิง - ‘เอม’กดดันคนคาดหวังไม่เคยมองตัวเองคือน้ำเต็มแก้ว

พาร์ตเนอร์ของเราคือ ‘เพิร์ธ วีริณฐ์ศรา’ เคยเจอกันไหม?

เอม – “ไม่เคยเจอเลย แต่ผมเคยดูงานแสดงของเพิร์ธบ้างเคยดูหนังเรื่อง แม่ซื้อ แล้วรู้สึกว่าเพิร์ธเป็นนักแสดงที่มีวิธีการในการรับมือตัวละครที่เจ๋ง แล้วมันคนละอย่างกับตัวตนที่เขาเป็นโดยสิ้นเชิงในตัวละครที่ผมได้ดู เป็นนักแสดงรุ่นใหม่ที่ผมกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าเก่งมาก เข้าใจการแสดงมาก”

ซุปตาร์บันเทิง - ‘เอม’กดดันคนคาดหวังไม่เคยมองตัวเองคือน้ำเต็มแก้ว

พอต้องมาเล่นด้วยกัน หาเคมียังไงให้ไปทางเดียวกันได้?

เอม – “ประสบการณ์เขาเยอะกว่าผมเยอะ ในแง่ของการทำฟอร์แมตของละคร ด้วยเพิร์ธโตมากับสายซีรีส์ สายละคร มันทำให้เขามีอาวุธในการที่จะเข้าและออกที่มันคม สมมติตัวละครตัวนี้มันเข้ามามันต้องมีอารมณ์นี้เลย แล้วเขาก็สามารถเป็นสิ่งนั้นได้ทันที ส่วนผมเหมือนเป็นรถสันดาป ค่อยๆ สตาร์ตติดทีหนึ่ง แต่เพิร์ธคือรถไฟฟ้า EV เหยียบ 200 มันถึง 200 เลย”

ตัวละครที่ได้รับ ห่างจากตัวเองเยอะไหม?

เอม – “เยอะครับ ตัวละครอายุ 25 เขาเด็กมาก สดใสมาก เขามีสิ่งที่ผมไม่มีเยอะมาก ผมเป็นแมวแก่โง่ๆ อ้วนๆ แมวเก่าแบบไม่เล่นแล้ว มึงจะมาจับกูก็ได้แต่กูไม่จอยนะ กูแค่ไม่มีแรงหนี แต่ตัวละครนี้เป็นหมาเด็ก หมาบีเกิลพุ่งๆ คนละอย่างกันเลย แต่ก็ต้องพยายามเป็นสิ่งนั้นให้ได้”

ซุปตาร์บันเทิง - ‘เอม’กดดันคนคาดหวังไม่เคยมองตัวเองคือน้ำเต็มแก้ว

พอเอ่ยชื่อเอม คนจะนึกถึงนักแสดงคุณภาพ สิ่งนี้มีผลต่อความรู้สึกหรือการรับงานไหม?

เอม – “คนตั้งการ์ดไงครับ ไอ้นี่แคสต์บทนี้มาต้องเป็นตัวร้ายตอนหลังแน่ๆ ซึ่งผมเลิกรับบทตัวร้ายตอนจบแล้ว พอแล้ว การแคสต์ผมเข้าไปมันก็สปอยล์แล้ว มันเป็นความคาดหวังแบบนั้น ข้อดีของมันอาจจะเป็นสิ่งที่สมมติได้ว่าเป็นแบรนดิ้งเป็นภาพจำ แต่ข้อเสียคือคนจะตั้งการ์ดรอรับ เหมือนเราบอกว่ามีเรื่องตลกมาเล่าให้ฟัง คนก็รอว่าเมื่อไหร่จะตลก การบริหารความคาดหวังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความประทับใจในศิลปะ แต่การตั้งความคาดหวังมันก็เป็นปัจจัยที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับการตลาดเช่นกัน

ซุปตาร์บันเทิง - ‘เอม’กดดันคนคาดหวังไม่เคยมองตัวเองคือน้ำเต็มแก้ว

ผมดีใจเวลาคนบอกว่าดูหนังไทยเพราะพี่เลยแต่ผมก็กดดันนะ เพราะทุกครั้งที่แสดงผมยังรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่เลย ทุกครั้งก่อนแอ๊กชั่น ก่อนซ้อม ผมยังประสาทจะแดกตายอยู่เลย ความตื่นเต้นไม่เคยลดลง มีแต่ความคาดหวังของคนดูที่เพิ่มขึ้นกับวัยที่อ้วนขึ้นเท่านั้นเอง”

ไม่เคยมองว่าเราคือน้ำเต็มแก้ว?

เอม – “ผมว่าแก้วน้ำของเราทุกคนมันมีเต็มมีพร่อง ทุกครั้งที่เรารู้ว่ามันเต็ม มันก็จะพร่องไปเอง มันต้องคอยหมั่นเท หมั่นเช็ก หมั่นสำรวจตัวเอง แต่ผมไม่ใช่คนที่สำรวจตัวเองตลอดเวลา ต้องรอ คนอื่นมาบอก แต่การมีสติ การ Aware ตัวเองสำคัญที่สุด ผมพยายามรู้เท่าทันตัวเองว่ารู้สึกอะไร คิดอะไรอยู่”

ซุปตาร์บันเทิง - ‘เอม’กดดันคนคาดหวังไม่เคยมองตัวเองคือน้ำเต็มแก้ว

ผ่านงานแสดงมาหลากหลาย มีบทบาทไหนที่รู้สึกว่าเมื่อไหร่จะมาถึงมือเราสักที?

เอม – “จริงๆ ไม่ต้องถึงมือผมก็ได้ผมแค่อยากเห็นหนังไทยมีพระเอกหรือนางเอกอายุ 65 ปี อยากเห็นความหลากหลายของหนัง จริงๆ หนังไทยยุค 2540 มีความหลากหลายมาก่อน ก่อนจะถูกบีบลงมาเหลือแค่รัก ตลก ผี โอเคมันก็เป็นเรื่องดีที่หนังทรงนี้จะแข็งแกร่งขึ้น แต่ข้อเสียของมันคือเราขาดความหลากหลาย

เหมือนเรากินอาหารแค่ 2 หมู่ จาก 5 หมู่ ซึ่งมันไม่เฮลตี้อยู่แล้ว ผมถึงรู้สึกว่าเมื่อไหร่ที่คุณภาพชีวิตของเรามันจะเฮลตี้พอที่เราจะกล้าหาญสร้างสรรค์งานที่หลากหลาย นี่คือเหตุผลที่ผมกับเพื่อนๆ ตั้งสมาคมนักแสดงแห่งประเทศไทยขึ้นมา เพื่อทำให้นักแสดงเป็นอาชีพจริงๆ พิทักษ์ผลประโยชน์สมาชิก และทำให้คนเข้าใจว่าจริงๆ แล้วนักแสดงคือคนทำงานเบื้องหลัง”

ซุปตาร์บันเทิง - ‘เอม’กดดันคนคาดหวังไม่เคยมองตัวเองคือน้ำเต็มแก้ว

เชื่อมั่นไหมว่าสักวันเมืองไทยจะทำลายกำแพงเรื่องอายุของตัวเองได้?

เอม – “ในทางวิทยาศาสตร์ทำได้อยู่แล้ว สุดท้ายมันคือเรื่อง ที่ว่าอุตสาหกรรมบันเทิงไทยอยากอยู่ตรงไหนของตลาดโลก คนทำงานกับรัฐมองเห็นโกลเดียวกันหรือยัง โกลของเราคืออยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี โกลของรัฐคืออยากไปคานส์ทุกปี มีหนังทำเงินร้อยล้านทุกปี บอกโกลมาเลย แล้วมากำหนดโกลด้วยกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐอยู่แล้วที่จะสนับสนุนให้เอกชนทำงานให้สิ่งนี้เกิด เพราะรัฐไม่ใช่คนทำหนัง หน้าที่ของรัฐคือการซัพพอร์ตคนที่มีความสามารถ”

ซุปตาร์บันเทิง - ‘เอม’กดดันคนคาดหวังไม่เคยมองตัวเองคือน้ำเต็มแก้ว

สมาคมนักแสดงตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

เอม – “กำลังจะเปิดรับสมัครสมาชิกช่วงกันยายน-ตุลาคมนี้ จริงๆ ก็เหมือนการรวมตัวกันทางวิชาชีพอื่นๆ เพื่อจะได้แชร์ปัญหาเดียวกัน หาวิธีแก้ไขด้วยกัน เป็นตัวแทนในการคุยกับรัฐ เราตั้งขึ้นเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์สมาชิก ขัดเกลากันและกันทั้งในแง่คุณภาพงานและจริยธรรม แล้วในอนาคตก็อยากจะมีรางวัลเป็นของตัวเองขึ้นมา เรามีรางวัลสมาคมผู้กำกับฯ แล้วเราก็อยากจะมีรางวัลสมาคมนักแสดงด้วย

และอยากให้คนทั่วไปเข้าใจคุณภาพชีวิตคนทำงานเบื้องหลัง เพราะเราไม่ใช่แรงงานทางกฎหมาย สัญญาของเราคือรับจ้างทำของ ทำให้เราไม่ถูกคุ้มครองโดยกระทรวงแรงงาน ไม่มีสวัสดิการ นี่คือสิ่งที่เราต้องหาจุดตรงกลางกับภาครัฐว่าอุตสาหกรรมหนังจะอยู่ตรงไหนในรูปแบบของแรงงานที่มีกิน มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีใช้ และเป็นอาชีพ ซึ่งก็ต้องค่อยๆ หากันไป”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน