ถูกจับตามองเรื่องความรักอยู่ไม่น้อย สำหรับ พระเอกหนุ่ม เข้ม หัสวีร์ ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาร่วมงาน Welcome Home The Journey เปิดตัว Welcome Home (A Human Travel Documentary Series ณ ลานกิจกรรม Happy Vibes Zpell @ Future Park ชั้น 3 ก็ได้อัพเดตสถานะหัวใจตอนนี้ พร้อมเผยถึงอาการป่วยแพนิค ที่ล่าสุดอาการดีขึ้นแล้ว
ล่าสุดพาคุณยายไปเที่ยวเป็นแฟมิลี่แมน?
“ใช่ๆๆ ยายอยากไปเก็บทุเรียนแต่ว่าทุเรียนหมดแล้วก็เลยได้เงาะมังคุดมาแทน”
แล้วยายแกไม่นอยด์หรอ ไม่ได้กินทุเรียน?
“ไม่นอยด์ เขาก็ได้ไปเที่ยวเขาก็โอเคแล้ว”
มันเป็นความตั้งใจที่เราแพลนกันมาก่อนหรือเปล่า?
“ใช่ครับ คือตากับยายจะสลับกันมา รอบก่อนไปเที่ยวเพชรบุรีกับตา รอบนี้ยายมาก็เลยพายายไปเที่ยวจันทบุรี”
อันนี้คือยายเลี้ยงเองหรอ?
“ใช่ครับ”
เรามีโอกาสพาไปบ่อยไหม?
“เรื่อยๆ เลยครับ มันแล้วแต่ช่วง ถ้าเป็นช่วงที่ว่างก็จะได้เดินทางกลับไปที่บ้านบ่อย”
ปกติมีเวลาว่างเข้มก็จะพาครอบครัวไปเที่ยวตลอด?
“ใช่ครับ เติมเต็มๆ”
อุ้ย เราเป็นผู้ชายเพอร์เฟค อบอุ่น ละมุน?
“เรื่องจริงครับๆ ฝากกระจายข่าวด้วย(หัวเราะ)”
ก็คือปกติเราทำหน้าที่เป็นคุณหลานดีเด่นอยู่แล้วใช่ไหม?
“ใช่ครับ คือพอเราไปถ่ายละครหรือว่าไปเที่ยวที่ไหนที่มันสบาย แล้วก็อยากให้คนที่บ้านเราได้ไปเห็นได้ไปอยู่ด้วยอะไรอย่างนี้ ช่วงว่างๆ ก็เลยพาไป”
แล้วต่างประเทศที่เคยพาไปหรือยัง?
“คุณแม่เคยพาไปแล้วครับแต่ว่าตากับยายก็จะ…ด้วยอายุด้วยอะไร เรื่องแบบการเข้าห้องน้ำบ่อยอะไรอย่างนี้ อาจจะต้องเช็กดู แต่ว่าอยากพาไปครับ”
ปกติเข้มดูแลคนในครอบครัวยังไงบ้าง?
“คือถ้าอยู่ที่บ้านเราก็เป็นเด็กให้เขานั่นแหละครับ ส่วนใหญ่ก็แสดงความรักโดยกอดหอมเป็นเรื่องปกติทั้งพ่อแม่ตายาย เรากลัวว่าแบบ… ปัจจุบันเราโตขึ้นหนึ่งวัน ครอบครัวก็จะแก่ขึ้นอีกหนึ่งวัน เราก็เลยรู้สึกว่าเราทำอะไรได้เราก็อยากจะทำ”
แล้วจริงไหมที่เราเป็นคนขี้อ้อนมากกับครอบครัว แบบทำเสียงสองเสียงสามอะไรอย่างนี้?
“ไม่ถึงขนาดนั้นครับ อาจจะเป็นการกระทำที่แบบ ก็หอมเล่นนมยายอะไรงี้ (สกุชชี่เนาะกำลังฮิต?)ใช่ (หัวเราะ) ของยายผมติดตั้งแต่เด็ก ก็จะกอด นอนหนุนแขนอะไรอย่างนี้ครับ”
แล้วมันรู้สึกยังไงพอได้จับได้หอม?
“มันก็เพลินดีครับ มันจะเรียกว่ายังไงดี มันเป็นการเพิ่มพลังให้กับตัวเราเอง แบบเรานอนฟังเขาพูด เพราะว่าตอนเราออกไปทำงาน เราออกไปเจอคน เราจะเป็นคนพูดซะส่วนใหญ่ เวลาอยู่ที่บ้านเราก็จะฟังเขาพูด”
บางทีผู้ชายจะเขินในการแสดงความรักแต่ว่าเข้มทำได้แบบอย่างเป็นธรรมชาติ?
“อาจจะเป็นเพราะเป็นหลานชายคนเดียวด้วย ไม่ค่อยมีกรอบในการแสดงความรัก”
แล้วมันฮีลใจเรายังไงบ้าง?
“ได้นะๆ ส่วนใหญ่เราจะตามใจสิ่งรอบข้าง พออยู่ที่บ้านเราจะได้รับความอบอุ่นจากคำพูดการกระทำ กับคงกับข้าวดูแลเราอะไรอย่างนี้ครับ เหมือนเราได้พลังเยอะเลย ได้ยินเสียงหัวเราะของเค้าได้ฟังสิ่งที่เขาเล่าถึงในอดีตอะไรอย่างนี้ เราก็รู้สึกว่าเออมันก็อบอุ่นดี”
ยายถามเรื่องลูกสะใภ้หรือยัง?
“ยังครับ เพราะว่าหลานมีเยอะแล้ว ของเข้มเค้าก็ไม่ได้คาดหวังแล้ว แบบนี้ก็มีไม่มีก็ไม่เป็นไร”
แล้วคนคุยตอนนี้เราไม่มีหรอ?
“มันทุกวันเนี่ยเค้าเรียกว่าอะไรอ่ะ เกณฑ์ในการเรียกคนคุยเรียกว่าแฟนมันไม่ค่อยมีละ ผมก็อยู่ของผมสนุกๆ”
ก็แสดงว่ายังไม่มีคนคุย ไม่มีสถานะ?
“มันก็มีบ้างครับเรื่อยๆ มีบ้างออกไปบ้าง เข้าออกเข้าออก”
แล้วเค้าออกถี่ไหม?
“ไม่ถี่ครับมันก็เป็นช่วงๆ”
แล้วช่วงนี้เป็นยังไง เป็นช่วงเข้าหรือออก?
“ก็ดีครับ ออกครับ ช่วงดูบอลแล้วก็จะไม่ค่อยแบบ…ผมเป็นคนที่ติดฟุตบอลมากเลย ก็เลยจะไม่ค่อยมีเวลาได้คุยได้อะไร แบบอยู่กับฟุตบอลดูบอลโลกกับเพื่อนๆ อะไรอย่างนี้”
เลยไม่ค่อยมีเวลาให้เขา?
“ไม่มีเวลาให้ใครเลยตอนนี้”
แต่ว่าไม่มุ่งหมายแบบตั้งเป้าว่าเฮ้ยเดี๋ยวอายุก่อนเท่านี้จะมีแฟนอะไรอย่างนี้หรอ?
“ไม่ละ ชิลๆ ไปเลย มีก็มีไม่มีก็ไม่เป็นไรนะ”
ถ้างั้นก็แสดงว่าระยะเวลาในการคบก็ไม่นาน สั้นๆ แบบนี้หรอ?
“ก็แบบผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร ถ้าแบบเขาเข้ามาพูดคุยทักทายแล้วเขาก็ไป เขาเรียกว่าอะไร สถานะแบบฟรีแลนซ์อะ” (หมดสัญญากันแล้วก็ไป?) อะไรอย่างงั้น(หัวเราะ)”
แล้วเราอยากฟรีแลนซ์ไหมหรือว่าอยากประจำแล้ว?
“ผมเฉยๆ เพราะว่าในทุกๆ ช่วงเวลาของผมอ่ะมีความสุขดีอยู่แล้ว มันก็เลยไม่ค่อยมีความรู้สึกว่าโหยหา แต่เพราะเราเป็นคนที่ชอบให้คำปรึกษาคนแล้ว เราก็ไม่เหนื่อยด้วยแหละ ไม่เหนื่อยที่รับฟังเพื่อน รับฟังคนอื่น เรียบเรียงความรู้สึกอะไรอย่างนี้มันเลยแบบว่าเออไม่รู้จะแบบว่า… ผมไม่มีมุมอ่อนแอด้วยแหละมั้ง ผมปฏิเสธความเครียดได้ง่ายด้วยล่ะครับ”
แล้วเราไม่เสียดายความหล่อของตัวเองหรอ แบบส่องกระจกแล้วแบบอุ๊ยหล่อจังเลยน่าจะแบบมีเจ้าของมีแฟนได้แล้วอะไรแบบนี้?
“คนหล่อต้องมีแฟนเหรอ ผมก็คิดว่าไม่เสมอไป”
พูดถึงเรื่องฟุตบอลโลกหน่อยนะตอนนี้เข้มเชียร์ทีมอะไรอยู่?
“ผมเชียร์ ผมอยากให้พี่โด้ โปรตุเกสอะได้ เพราะว่าผมก็ตามเชียร์พี่โด้มาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะว่าเมสซี่ก็ได้ไปแล้วหนึ่งถ้วย บอลโลกก็อยากให้โปรตุเกสได้”
คือเราตามเขามานานแล้วเป็นเอฟซีเขาหรือยังไง?
“ใช่ ผมเริ่มเตะฟุตบอลก็เพราะพี่โด้”
ทุกแมตช์ที่ดูตอนนี้ คือตั้งหน้าตั้งตารอดูเลย?
“ดูครับ ดึกแค่ไหนก็อยู่ดู”
ฟุตบอลโลกปีนี้เป็นยังไงบ้างสำหรับเซียน?
“หักปากกาเซียนไปเยอะ เมื่อคืนก็ดูญี่ปุ่นกับบราซิลก็เสียดายเหมือนกันเพราะเจอกันเร็วไปหน่อย”
อยากฝากบอกอะไรถึงแฟนๆ ทีมอื่นไหม?
“เชียร์ให้สนุก ซึ่งปีเนี่ยสนุกมาก โซนแบบแอฟริกาใต้กำลังมาแรง หลายๆ ทีมก็เก่งมากๆ ดูสนุกครับ”
คิดยังไงบ้างในเรื่องของการพนัน แบบว่าคนที่เล่นพนันบอล?
“ดูเอาสนุกเถอะครับ เอาเป็นสีสันกีฬา คือฟุตบอลมันเป็นตัวเชื่อมระหว่างเพื่อนหลายๆ ที่ จริงๆผมไม่เคยเห็นคนรวยจริงๆ เขาเล่นการพนันนะ ก็อยากจะให้ดูฟุตบอลเป็นเกมกีฬาสนุกๆ กันดีกว่า”
เป็นไงบ้างอาการแพนิคของเรา?
“ดีขึ้นครับ รุ่นพี่ที่เค้าเป็นหมอ… จริงๆ เราอ่ะไม่รู้อาการว่าสิ่งที่เราเป็นปัจจุบันอยู่คืออะไร เมื่อก่อนน่ะสร้างตัวตนเพื่อที่จะทำงานเจอคนเอาใจคน ยิ้ม รับมือกับทุกสถานการณ์อะไรอย่างงี้ แล้วพอมันสะสมมาเรื่อยๆ เวลาไปออกงานเจอคนเยอะๆ จะรู้สึกแบบว่าประหม่า แพคนิค นั้นแหละครับ คือตอนแรกอ่ะไม่รู้ มันมารู้อาการของตัวเองอ่ะตอนไปประกาศรางวัล แล้วมันรู้สึกหายใจไม่ออก มันจะขาดอากาศหายใจตรงนั้น ก็ไม่รู้ว่ามันคืออาการอะไรก็เก็บมาเรื่อยเรื่อยๆแล้วลองสังเกตตัวเองดูว่าตอนเนี้ยเราเป็นอะไรอยู่ จนมารอบสองก็เป็นอีก เลยไปถามรุ่นพี่ที่เค้าเป็นหมอ เค้าบอกว่ามันคือแพนิค มันคือเคมีในสมองบางอย่างที่มันแบบถูกสะสมมาจนทำให้เราตื่นกลัวได้ง่าย”
แล้วแก้ไขยังไง คุณหมอแนะนำว่ายังไงบ้าง?
“ธรรมชาติบำบัดครับ คือจริงๆ เขาก็บอกให้เรา… คือเมื่อก่อนเป็นคนที่ตั้งความหวังเยอะกับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก แล้วสิ่งที่แก้เราได้ไง ก็คือเลิกคาดหวัง ปล่อยให้ธรรมชาติมันยังคงเดินทางของมันไป ใช้ชีวิตให้มันมีความสุขในทุกวินาที อยากทำอะไรเราก็ทำไม่อยากทำเราก็ปฏิเสธ ซึ่งเมื่อก่อนเราจะแบบว่าได้ครับ รับปากไปหมด แต่ว่าสิ่งที่มันย้อนกลับมาพอเราทำไม่ได้ เราก็จะผิดหวังกับตัวเอง มันก็เลยสะสมมาจนเกิดเป็นแพนิคครับ”
คือเราไม่ได้อยู่ในสเตจที่ต้องทานยาอะไรอย่างงี้ใช่ไหม?
“ใช่ครับ ด้วยความที่เราเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะไม่ค่อยเก็บมาเครียดแต่ว่าสิ่งที่เราเป็นน่ะเราไม่รู้ตัว แต่ว่าเราก็ค่อยๆกำจัดมันต่อไปเรื่อยๆ”
แสดงว่าตอนนี้เราสงบแล้ว เอาอยู่แล้ว?
“ใช่ครับ มีความสุขเลยครับ แต่ว่ามันก็มีอาการบ้างถ้าเกิดเป็นงานใหญ่ๆที่เราต้องขึ้นไปโชว์ ออกไปพูดประกาศอะไรอย่างนี้เราก็จะแบบว่าเลี่ยงๆ”
มันเป็นแค่เวลาขึ้นเวทีหรือว่าเป็นงานอื่นๆ ด้วย?
“ถ้าเกิดไปอยู่ในพื้นที่ที่ทุกสายตาจับจ้องมาที่เรา เป็นงานทางการที่ห้ามพูดผิดนู้นนี่มันมันก็จะเป็นครับ”
แสดงว่าถ้าเล่นละครหรือทำงานอื่นๆ พาร์ตอื่นก็ไม่เป็นไร?
“ถ้าเป็นอีเวนต์ หรืองานที่เป็นในพื้นที่ของเราเองก็จะไม่เป็นไร เราควบคุมได้ แต่ถ้าหากเป็นงานที่ต้องฟิกเวลา แบบขึ้นเวลานี้ลงเวลานี้ มันจะประหม่า”


