“ป๊ายปาย” ไม่คิดลาวงการ! มองทุกเรื่องคือประสบการณ์เติบโตขึ้น มุ่งซ้อมแข่งรถหวังขึ้นโพเดียม แบ่งเวลาทำธุรกิจ พร้อมเปิดรับงานแสดง
ยังไม่หันหลังให้วงการบันเทิง สำหรับ ป๊ายปาย โอริโอ้ ล่าสุดวันที่ 30 มิ.ย. 69 เจ้าตัวมาร่วมงาน The Viral Hits Love Moment Awards 2026 (Pride Month Edition) ณ โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ พร้อมอัพเดตชีวิตช่วงนี้ ได้อัพเดตว่าตอนนี้ยังคงมีงานในวงการบันเทิงควบคู่กับการแข่งรถ และการทำธุรกิจ

พร้อมเผยว่ากำลังเตรียมปล่อยเพลงใหม่ แพลนปีนี้ตั้งเป้าขึ้นโพเดียมในการแข่งขันรถยนต์ จึงทุ่มเทฝึกซ้อม และพัฒนาตัวเองอย่างหนัก ขณะเดียวกันยืนยันว่าไม่ได้ปิดรับงานแสดง หากมีโอกาสจากผู้ใหญ่ก็พร้อมเรียนรู้ และพัฒนาฝีมือต่อไป
งานยังเยอะเหมือนเดิม? “ก็ยังมีการแข่งขันรถอยู่ครับ แล้วก็มีงานอีเวนต์นิดหน่อย (ทุกคนนึกว่าจะหันหลังให้วงการบันเทิงและไปแข่งรถ?) ก็ยังมีงานอีเวนต์อยู่ รับอยู่ประปรายครับ ที่สำคัญก็ไปดูเจิดแคมป์ปิ้ง”
แบ่งเวลายังไงทำหลายอย่าง? “แบ่งๆ ทำไปเรื่อยๆ ตอนนี้มีลานกางเต็นท์ครับ มีผลิตภัณฑ์ด้วย แล้วก็มีร้านน้ำ 2 สาขา แล้วก็มีงานอีเวนต์ งานเพลงก็ยังมีอยู่ครับ เพลงกำลังใกล้จะปล่อยแล้วก็ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ทีละอย่าง แบ่งเวลาเอา”
ดูไม่มีวันว่างเลย? “แต่ก็มีช่วงพักบ้าง เวลาทำงานก็ทำประมาณ 2-4 ชั่วโมง ที่เหลือก็พักผ่อน ปีนี้อยากขึ้นโพเดียมครับ ตอนนี้เกือบท้ายสุด (ขยับขึ้นบ้างไหม?) มันก็ยังอยู่ที่เดิม มันยังไม่ขึ้นไปไหนครับ”
อยากจะขึ้นโพเดียม? “ฝึกซ้อมเต็มที่มากขึ้น ทำการบ้านเยอะมากขึ้น ออกกำลังกายด้วยนิดหน่อย”

แฟนๆ เริ่มห่วงไหม? “แต่ก่อนห่วงมากครับ เดี๋ยวนี้มีมรสุมที่ไหนอยากให้ผมไปอยู่ตรงนั้น เราจะได้ขึ้นไปข้างหน้าได้รวดเร็วครับ ทริกใหม่ๆ คือถ้ารถชนกันข้างหน้าใจเราจะออกแล้ว แต่เบรคหน่อย แต่มันสามารถซิกแซ็กขึ้นไปข้างหน้าได้ ก็อยู่กับนักแข่งปีที่สามแล้ว ได้รางวัลมาหนึ่งรางวัลเอง”
เคยเจออุบัติเหตุบ้างไหม? “ก็เจอครับแต่ไม่ได้ร่างกาย แค่รถชนเฉี่ยวเป็นเรื่องธรรมดา (ไม่ได้ทำให้เราถอดใจใช่ไหม?) ไม่ ถือเป็นอีกบันไดขั้นนึง ก้าวข้ามความกลัวไปด้วยความกล้า เคยมีสนามที่เชียงใหม่ ยางหลุดออกจากแม็กแล้ว แต่ผมก็ขับไปด้วยความตื้ดๆ ทุกคนก็ชี้มาที่รอรถว่ามันจะไม่ไหวแล้ว แต่จังหวะนั้นคืออยากเข้าเส้นชัย มันจะได้เก็บคะแนนได้ แต่เข้าเส้นชัยก็อยู่ท้ายๆ ครับ”
เกิดเหตุการณ์แบบนั้นเราอยู่ในรถ? “ก็กลัวบ้าง แต่ก็เหยียบไปตลอด พออยู่หลังพวงมาลัยแล้วรู้สึกว่าไปข้างหน้าสิ ไปดิ”
แก้ไขสถานการณ์ยังไงเวลาเจอเรื่องไม่คาดฝัน? “ใช้ความรู้สึกส่วนตัวเลย บางทีเราตรงไปข้างหน้าเรารถชนกัน เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ารถจะหันหัวไปทางไหน ก็จับสังเกตเอา ก็หักหลบเอาใช้ไหวพริบนิดหน่อย”
รุ่นพี่มีสอนเทคนิคไหม? “ก็มีสอนให้ใช้สติเยอะๆ เพราะต้องคุมสติตัวเองให้ได้ แล้วจะทำให้เราโฟกัสได้ถูกจุด (แสดงว่าการแข่งรถของเราไม่ใช่แค่สนุกแต่ความเร็ว?) ให้เยอะให้เราฝึกฝน ให้เราคุมสติ”

เปลี่ยนตัวเองเยอะไหม? “มาก รู้สึกว่าถ้าเวลาโฟกัสอะไรสักอย่างรู้สึกมีพลังและพุ่งตรงไปข้างหน้า แต่หลังพวงมาลัยก็จะนิ่งอยู่ และรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปในบอดี้ของเรา รู้สึกนิ่งมากขึ้น (เวลาออกจากพวงมาลัย?) เป็นบ้าเลยครับ ลองดูก็ได้ครับมีคลิป”
งานอย่างอื่นล่ะ? “ซีรีส์หรอครับ ก็ไม่ปิด พร้อมที่จะเรียนรู้ครับ ถ้ามีผู้ใหญ่ใจดีให้โอกาสก็พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง แต่ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างซ้อมคอนเสิร์ต และโฟกัสธุรกิจมากขึ้น”
จากเรื่องราวคราวที่แล้วทำให้เราต้องเลือกมากขึ้นไหม? “ไม่ครับ ทุกอย่างมันคือประสบการณ์ที่ทำให้เราเติบโตขึ้น บางครั้งก็เป็นบทหนึ่งที่ทำให้เราเติบโต ก็ยิ้มรับมัน เป็นแบบนี้ตั้งแต่เริ่มอยู่แล้ว มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่แค่อยากโฟกัสอะไรบางอย่างไปเรื่อยๆ”
ไม่ได้ทำให้เราไม่อยากรับงานแสดงแล้วใช่ไหม เก็บมาพัฒนามากกว่า? “ใช่ เราเติบโตมาจากการพัฒนาตัวเองอยู่แล้ว ร้องเพลงไม่เป็นก็เรียนร้องเพลง การแสดงซีรีส์ก็เวิร์คช็อปบางอย่างก็ได้ขึ้นมากกว่านี้ต้องพยายามมากกว่า”
หลายคนกลัวว่าจะปิดรับ? “ยังเปิดรับอยู่”.