ต้อม เป็นเอก เผยไอเดียหนัง “ครัวสาว” จุดเริ่มจากข่าวดัง ต่อยอดเป็นหนังรสจัด เตือนคนดูกินให้อิ่มก่อนเข้าโรง – ฟากนักแสดงลั่น! บทท้าทายตรงข้ามชีวิตจริง
เรียกเสียงฮือฮาตั้งแต่ยังไม่เข้าฉาย สำหรับภาพยนตร์ “ครัวสาว” (Morte Cucina) ผลงานล่าสุดของผู้กำกับมือรางวัล ต้อม เป็นเอก รัตนเรือง ที่หยิบศาสตร์อาหารไทยมาผสมเรื่องราวสุดเข้มข้น ทั้งยังเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับผู้กำกับภาพระดับโลก Christopher Doyle พร้อมทัพนักแสดงนำโดย เบลล่า บุญแสง, กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์, ปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม และ Tadanobu Asano ที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว
ล่าสุดวันที่ 30 มิ.ย.2569 ได้มีการจัดฉายรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์ ”ครัวสาว” ณ พารากอน ซินีเพล็กซ์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ทั้งนี้ก่อนรับชมภาพยนตร์ ต้อม เป็นเอก, เบลล่า บุญแสง, กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ และ ปีเตอร์ นพชัย ได้ให้สัมภาษณ์ โดยผู้กำกับเผยแรงบันดาลใจเริ่มต้นจากข่าววางยาพิษผ่านอาหาร ก่อนต่อยอดเป็นหนังที่ทั้งชวนหิวและชวนคิด
ความรู้สึกของงานรอบปฐมทัศน์ในวันนี้?
เป็นเอก – “ตื่นเต้นครับ เราลืมไปว่ามันมีวันนี้ ในที่สุดต้องเอามาฉายให้คนดูกัน เรานึกว่าเราทำกันแบบสนุกๆ แล้วก็เลิกกัน แต่มีวันนี้ทุกทีเลย(หัวเราะ) ต่อให้ทำมากี่เรื่องยังไงมันก็ตื่นเต้นอยู่ดี ประสบการณ์ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่”
ก่อนหน้านี้หนังได้เดินทางไปฉายมาแล้วหลายประเทศ ฟีดแบ็กจากคนดูเป็นยังไงบ้าง?
เป็นเอก – “ส่วนมากดีครับ หนังเรื่องนี้เปิดตัวที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติซานเซบาสเตียน ครั้งที่ 73 ประเทศสเปน เขาเป็นประเทศที่ภูมิใจเรื่องอาหารอยู่แล้ว แล้วสถานที่จัดเทศกาลอยู่ทางเหนือคือ SAN SEBASTIÁN ซึ่งจะมีอาหารแบบหนึ่งของเขา เรียกว่าเป็นเมืองที่มีร้าน Michelin Star มากที่สุดในโลก มันก็เลยเข้ากับหนังเรามาก หลังจากนั้นก็มีโอกาสไปอีกหลายประเทศ ญี่ปุ่นก็มีวัฒนธรรมอาหารที่แข็งแรง ไต้หวันก็เช่นกัน ฉะนั้นคนที่ไปดูก็จะชอบหนังเรื่องนี้มาก เสียงตอบรับเลยค่อนข้างดี แต่ว่าที่หนังเข้าเมืองไทยช้า คือจริงๆ อยากเข้าก่อนหน้านี้ แต่หนังไทยเยอะมาก ไม่มีคิวเลย หนนี้ที่ได้เข้าก็คือขโมยคิวเขามาด้วยความใช้เส้นของสหมงคลฯ(ยิ้ม)”
ในที่สุดวันนี้หนังเดินทางมาถึงเมืองไทยแล้ว คาดหวังกับคนดูบ้านเรายังไงบ้าง?
เป็นเอก – “(หัวเราะ)ผมมีความคาดหวังแต่ผมไม่พูดออกสื่อ ความคาดหวังผมพูดไปมีแต่คนหัวเราะครับ แต่ว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้วเนอะ เจนฯ นี้เขาต้องการหนังที่ดูแล้วมันท้าทาย (แต่หนังพี่ต้อมก็ท้าทายคนดูตลอดนะ?) ใช่ๆ พอท้าทายไปคนที่เราท้าทายมันไม่สู้เราอ่ะ แต่เจนฯ นี้เขาสู้ หวังว่าน่าจะได้เยอะอยู่เรื่องนี้”
หยิบเอาเรื่องอาหารไทยมาสอดแทรกในหนังยังไง?
เป็นเอก – “อาหารไทยไม่ได้มาสอดแทรก แต่เป็นตัวละครเมนตัวหนึ่งเลย ไอเดียหนังเกิดจากตรงนั้น เราเคยไปอ่านข่าวมาว่ามีคนที่ฆ่าสามีด้วยการทำอาหาร แต่ว่าที่เป็นข่าวเขาใช้ยาพิษแล้วก็โดนจับ ตอนนั้นเป็นข่าวดังเลย ทีนี้ก็เลยมานั่งคิดกันว่าถ้าเราจะฆ่าสามีเราจะทำยังไงให้ไม่โดนจับ เลยไปปรึกษาเชฟคนนั้นคนนี้ เขาบอกว่ามันมีวิธีอยากให้ตายในกี่ปีล่ะ เขาก็ออกแบบเมนูมา”
ในส่วนของนักแสดง แคสต์นี้ได้มายังไง?
เป็นเอก – “ฝนตกขี้หมูไหล คนไนซ์ๆ มารวมตัวกัน(ยิ้ม) จริงๆ แคสติ้งสำหรับผมเป็นอะไรที่สุ่มเสี่ยงตลอดเวลา พร้อมจะเวิร์กและไม่เวิร์ก ไม่เคยมีครั้งไหนที่แคสติ้งไปแล้วสบายใจ เลยต้องใช้วิธีคุยกับนักแสดงแต่ละคน เบลล่าบอกว่าหนูมั่นใจมาก กฤษณ์บอกว่ามั่นใจเหมือนกันเพราะบทที่เขาอ่านเขาสามารถเคี้ยวให้มันเข้าไปอยู่ในตัวเขาได้ ส่วนปีเตอร์ไม่ต้องพูดถึงคนนี้ผมมั่นใจในตัวเขา(ยิ้ม) แต่เขาอาจจะไม่มั่นใจในตัวผม พ อสมการนี้อยู่ด้วยกันมันก็ลงตัวพอดี เลยคิดว่าเสี่ยงก็ได้ลองทำดู ผลที่ออกมาคือเขาไม่ได้แค่มั่นใจแต่เขาทำได้จริงๆ”
ทำไมเบลล่าถึงตัดสินใจรับเล่นหนังเรื่องนี้?
เบลล่า – “คำถามนี้ไม่น่าจะเป็นหนูที่เป็นคนตัดสินใจ คือพอเห็นว่าเป็นพี่ต้อมก็ไม่ต้องคิดแล้ว อยู่ที่ว่าเขาจะเลือกเราไหมแค่นั้นเอง ยอมรับว่าตอนที่เห็นตัวบทก็รู้เลยว่าไม่ง่าย หนูทำการบ้านด้วยการคุยกับพี่ต้อมและพี่ๆ แคสติ้งไดเรกเตอร์เยอะมาก ซึ่งก็ช่วยได้อย่างดีเลย ความยากในเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ตรงที่เป็นเชฟ แต่อารมณ์ในเรื่องมากกว่าเพราะตัวคาแร็กเตอร์มีอารมณ์ที่แตกต่างกับตัวจริงของเราโดยสิ้นเชิง แต่มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันก็คือความมุ่งมั่น”
อะไรทำให้กฤษณ์ยอมใจอ่อนมารับงานแสดงในรอบ 20 กว่าปี?
กฤษณ์ – “ตอนนั้นผมทำขนมอยู่ที่อิตาลี แล้วทีนี้มีข้อความส่งมาหาผมบอกว่า…สวัสดีครับผมชื่อทองดี แล้วก็แนะนำตัวว่าเป็นโปรดิวเซอร์ของพี่ ต้อมโน่นนี่นั่น ช่วยติดต่อกลับหน่อย ผมก็สงสัยว่าใครวะ โอเคพี่ต้อม เป็นเอกเรารู้จัก แต่ทองดีไม่รู้จัก ผมก็เลยลองโทรกลับไปหาเขา เขาก็เล่าอะไรให้ฟังเยอะแยะมากมาย อย่างที่ทุกคนทราบว่าผมไม่ได้รับงานในวงการบันเทิงแล้ว เพราะกำลังบ้าเป็นเชฟอยู่ เขาก็พูดขึ้นมาว่ากฤษณ์มันเป็นหนังเกี่ยวกับอาหารนะ พอได้ยินคำนี้เท่านั้นแหละความที่เรากำลังอินอยู่ด้วย รู้สึกเหมือนพระเจ้าประทานหนังเรื่องนี้มาให้เรา เลยตัดสินใจรับเล่น แล้วก็บินกลับมาที่เมืองไทยถ่ายอยู่ประมาณเดือนครึ่ง แล้วพอได้มาเล่นจริงๆ บอกเลยว่าบทในเรื่องนี้ท้าทายผมมาก ผมไม่เคยทำอะไรอย่างนี้เลย ผมต้องเอาน้ำหนักลงก่อน 65 แล้วก็ต้องทำน้ำหนักให้ขึ้นเป็น 75 ภายในระยะเวลาเดือนครึ่ง”
เป็นเอก – “แล้วตัวจริงเขาเป็นคนที่ตรงข้ามกับคาแร็กเตอร์ในหนังมาก เขาเป็นคนที่กินแบบเฮลตี้ ไม่กินข้าวกองถ่าย เตรียมอาหารมากินเอง”
กฤษณ์ – “ใช่ครับ เรื่องนี้ก็เลยได้ชาเลนจ์ตัวเองได้เปลี่ยนตัวเองในหลายๆ มิติ แล้วทำงานกับพี่ต้อมก็เหมือนไปอยู่อีกโลกหนึ่งเลย”
สำหรับนักแสดงผ่านบทมาอย่างโชกโชนอย่างพี่ปีเตอร์ หนังเรื่องนี้ยังมีอะไรที่ท้าทายอีกไหม?
ปีเตอร์ – “สำหรับผมพอเล่นหนังเรื่องใหม่มันก็คือใหม่หมดท้าทายหมด แล้วพี่เป็นเอกทำหนังแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน(ยิ้ม) ด้วยวิธีการด้วยอะไรก็เหมือนเริ่มใหม่แหละ ฉะนั้นผมก็ตื่นเต้นทุกครั้ง”
อะไรที่ยังเป็นแรงขับหรือแพสชั่นให้รู้สึกอยากที่จะทำหนังในสถานการณ์หนังไทยที่เป็นอยู่ตอนนี้?
เป็นเอก – “ผมมีความสุขกับการทำหนัง ผมชอบทำหนังมาก ผมไม่ได้เลือกด้วยนะ แต่แค่มันชอบมากแล้วมันก็มีความสุขเวลาได้ทำ เวลาออกไปกองถ่ายความรู้สึกเหมือนทำหนังเรื่องแรกทุกครั้ง ผมนอนไม่หลับ น้ำหนักลดลง 3-4 กิโล หลายๆ อย่างยังเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าตอนนี้อายุมากแล้วและทำหนังมาเยอะ ความกระตือรือร้นอาจจะถดถอยไปพอสมควรถ้าเทียบกับเมื่อก่อน สมมติถ้าจะต้องเปิดกล้องปีหน้าเดือนกันยาถ้าไม่ได้เปิดต้องมีคนตายอ่ะ แต่ตอนนี้คือไม่ได้เปิดไม่เป็นไร เลี้ยงหมาไปก่อน คือชีวิตมันมีอย่างอื่นเข้ามาทดแทนเยอะ ฉะนั้นแรงขับเคลื่อนในการอยากจะทำอ่ะมันน้อยลงแต่แพสชั่นกับความสุขมันยังเหมือนเดิมครับ”
หลายคนตั้งคำถามว่าดูหนังเรื่องนี้แล้วจะระแวงหรือกลัวในการกินอาหารไหม?
เป็นเอก – “ไม่นะ เพราะถ้าได้ไปดูแล้วจะเห็น ทุกมื้อต้องกินเหมือนทีมฟุตบอลทั้งทีมกิน แต่ในหนังคือกินคนเดียว หนังมันไม่ได้สมจริงในลักษณะแบบว่า…ระวังนะกินอย่างนี้เดี๋ยวตาย มันไม่ใช่ แต่หนังมันเกินความสมจริงคล้ายๆ อุปมาอุปไมย อีกอย่างคือมันมีความรู้เรื่องอื่นด้วย อย่างศาสตร์ของการทำอาหารไทยแบบโบราณ กินยังไงให้เป็นยา สิ่งที่นางเอกในเรื่องไปเรียนคือการกินยังไงให้รักษาตัวเรา ฉะนั้นมันต้องรู้ลึก ราศีหรือธาตุในตัวเหมาะกับอาหารแบบไหน ครัวสาวเลยไม่ได้เป็นหนังที่มาบอกคนดูว่ากินอย่างนี้แล้วตายนะ มันละเอียดอ่อนกว่านั้น อีกอย่างที่แนะนำคือก่อนเข้าไปดูหนังเรื่องนี้อยากให้กินอะไรกันมาก่อน เพราะดูแล้วมันจะหิวครับ(หัวเราะ)”
ฝากหนัง?
เบลล่า – “กว่าจะมาเป็นหนังเรื่องนี้นักแสดงและทีมานใช้เวลานานมากในการเตรียมงานและถ่ายทำ อยากฝากให้ทุกคนเข้ามาดูกันเยอะๆ นะคะ 2 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ค่ะ”



