ฟิล์ม ธนภัทร เปิดใจร่วมงานข้ามค่าย แฮปปี้ประสบการณ์ใหม่ เผยชีวิตช่วงนี้เอ็นจอยอีตติ้ง-เล่นกับแมว ซุ่มฟิตร่างกายลุยแข่ง Hyrox
เรียกว่าเป็นการข้ามมารับงานนอกค่ายเป็นครั้งแรก ของพระเอกหนุ่ม ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ ที่ล่าสุดได้ร่วมแสดงในโปรเจกต์ซีรีส์ “รักษ์” ของทางช่อง True Visions

เมื่อเจอพระเอกหนุ่มที่มาร่วมงานแถลงข่าว เปิดตัวซีรีส์ “รักษ์” ณ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท (เอกมัย) โรงภาพยนตร์ที่ 3 ก็ได้เปิดใจกับการร่วมงานต่างค่าย พร้อมเผยถึงการเตรียมตัวลุยแข่ง Hyrox คู่กับ นิว อัครวินท์
“ไม่เคยมาเล่นละครนอกช่องวันมาก่อน บ้านจริงๆ ยังออกบ้างครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาทำวานนอกบ้าน ก็ดีใจครับที่ได้ทำงานกับทางทรูวิชั่น แล้วก็ดีใจที่ได้ทำงานกับพี่ก้องแล้วก็พี่ชุ (ชุดาภา) ด้วย คือใหม่หมดเลย ไม่เคยได้มีโอกาสมาร่วมงานกันเลย อาจจะมีโอกาสที่เดินเฉียดกันไปเฉียดกันมาบ้าง ก็ดีใจครับเพราะว่าได้เห็นเคมีใหม่ๆ แล้วเราก็ได้เห็นมุมมองใหม่ๆที่เราไม่เคยได้เห็นมาก่อนในบ้านของเรา ผมรู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ทุกคนน่ารักมากๆ”
แล้วคุณพ่อว่ายังไงบ้างมาเล่นนอกบ้าน?
“พ่ออนุมัติให้ออกครับ พ่อก็ดีใจครับ พี่บอยก็ใจดี ที่ออกมาหาประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วย พอเรามีประสบการณ์มากขึ้นเราก็จะปรับเอาไปใช้กับงานของเรา ผมก็ถือว่านี่เป็นหนึ่งเก้าที่ทำให้ผมได้เติบโต“
แล้วความแตกต่างการทำงานนอกบ้านกับในบ้าน เป็นยังไงบ้าง?
“ผมว่าแต่ละบ้านมีมูดแอนด์โทนที่ค่อนข้างชัดเจน เราได้เห็นโลกใบใหม่ๆ ที่อ๋อคนบ้านอื่นเค้ามองกันแบบนี้ บ้านเราเป็นแบบนี้”
แล้วบ้านของพี่ชุเป็นแบบไหน?
“ของพี่ชุมีแต่เสียงเสียงหัวเราะครับ อันนี้ผมพูดเรื่องจริง ผมสาบานก็ไม่โดนฟ้าผ่า(หัวเราะ)
แล้วประสบการณ์จากที่กองนี้เป็นยังไงบ้าง?
“คือผมจำได้ว่าผมพูดกับผู้จัดการว่า เหมือนผมไม่ได้มาทำงาน ผมมาเล่นทุกวัน เหมือนไม่ใช่แค่พี่ชุคนเดียวแต่ว่าทั้งทีมเลย ทีมเบื้องหลัง นักแสดงคนอื่นๆ เราเหมือนมาเล่นกับเพื่อน มันมีแต่เสียงหัวเราะ มีรอยยิ้มตลอดเวลา ผมรู้สึกว่ามันเป็นไวป์ที่มาก”
รู้สึกว่าที่นี่อบอุ่นเหมือนที่บ้านไหม?
“มันเป็นความอบอุ่นคนละแบบครับ ผมรู้สึกว่าวิธีการแสดงความลับของกองนี้ เขาจะมีคาแร็กเตอร์ของกองนี้ค่อนข้างชัดเจน จะมีแต่เสียงหัวเราะ“
แล้วเรามีความกังวลอะไรไหมในกอง?
“ไม่มีนะฮะ ผมกลัวอย่างเดียวคือกลัวพี่ชุดุ เพราะว่าบางทีเราเจอเพื่อนนอกค่ายแล้วคุยกันบางคนมีประสบการณ์ไม่ดีกับผู้กำบางท่าน เราก็กังวลว่าเราจะโดนดุไหม เหมือนเราเป็นคนนอกด้วยก็เลยกลัวว่าเขาไม่ไม่ปรานี(หัวเราะ) เราก็ยังใหม่ประสบการณ์น้อย ประสบการณ์เรื่องแรกครับ ประสบการณ์นอกบ้าน”
มาถึงก็อ้อนพี่ชุเลยหรอ?
“ไม่นะครับ ตั้งใจทำงาน” (ยิ้ม)
เคยร่วมงานกับนักแสดงคนอื่นๆมาก่อนไหม?
“ไม่เคยครับ พี่บัวก็ดูผลงานครั้งที่ 3 ผมไม่เคยร่วมงานกับใครเลย มีแค่พี่พิมคนเดียวที่เคยร่วมงานด้วย ที่เหลือไม่เคยครับ”
ก็แจ็คพอตเลยเพราะว่า 3 ท่านกลายเป็นว่าที่เจ้าสาว?
“ใช่ ก็ถึงวัยแล้วแล้ว“
แล้วเราถึงหรือยัง?
“ถึงวัยแล้วแต่ว่ายังไม่มีครับ”
ติดสกินชิพเหมือนเดิมไหม?
“ติดนะ ติดแมวทุกวัน“
แมวเป็นลูก?
“ใช่ ผมรู้สึกว่าเราก็ไม่ได้ซีเรียสแล้ว มันอยู่ในจุดที่ปล่อยผ่านไปแล้ว มีก็มี ไม่มีก็ช่างมันแล้ว รู้สึกว่าเราโตในแต่ละปีความคิดเราก็เปลี่ยน พอมาอยู่ในจุดนี้ ผมรู้สึกว่าผมแฮปปี้ใช้ชีวิตอยู่บ้านเล่นกับแมว ออกกำลังกาย อยู่บ้านกับแม่ ออกไปทำมาแบบนี้“
เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงหรอ?
“เรียกได้ว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครับ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปมากในชีวิตของตัวเอง ครบทุกรสครับ“
พอจะบอกได้ไหมว่าอะไรเปลี่ยนแปลงดีที่สุด?
“น้ำหนักมั้งครับ น้ำหนักขึ้นเอ็นจอยอีตติ้งครับ ผู้กำกับบอกให้กินเยอะๆ พอผมไดเอต ทุกคนบอกอย่าๆ กินอีก ผมชอบพูดในกองบ่อยๆว่าอยากไดเอต มีซิกแพกสวยๆ เปรี้ยวบอกอย่าๆๆ
ปกติพี่ฟิล์มจะไปเจอแบบว่าคุมอาหารหน่อย ลดหน่อย แต่ว่ากองนี้คือ?
“ไม่ เค้าสั่งห้ามผมเลยว่าไม่ให้ลด ให้กินอย่างเดียว“
แล้วเรารู้สึกได้ไงว่าน้ำหนักเราเปลี่ยน แบบว่ากล้ามเนื้อมันใหญ่ขึ้น?
“ไม่รู้ครับ ผมรู้แค่ว่าผมคิดเยอะขึ้น“
ในเรื่องนี้มีฉากเห็นร่างทองไหม?
“ไม่มีครับ เพราะว่าตอนนี้อ่านบทแล้วผมก็เห็นว่ามันไม่มีก็เลยโอเคเล่น แต่ผมก็ยังคุมตัวเองอยู่ คุมน้ำหนัก แต่ว่าพอปิดกล้องมาผมกินเยอะขึ้น ผมจำได้ว่าตอนที่ไดเอตสร้างร่างทอง น้ำหนักจาก 70 กว่าเหลือไป 60 แล้วตอนนี้ก็ 68 แล้ว“

อยากให้มันคงเท่านี้ไหม?
“จริงๆก็อยากให้มันเพิ่มขึ้นแหละ แต่ว่าให้มันเป็นกล้ามเนื้อ แต่ก็ยากอยู่ครับ ผมรู้สึกชอบหน้าตอนนี้แต่ว่าชอบร่างกายในตอนนั้น“
รู้สึกว่ามันยากไหมที่จะทำให้ทั้งสองอย่างมันบาลานซ์กัน?
“ยากมากนะครับ เราต้องปรึกษาเทรนเนอร์ แล้วก็ปรึกษาคุณหมอที่คลินิกพร้อมๆ กัน“
ซ้อม Hyroxไปถึงไหนแล้ว?
“ผมคิดว่าได้สัก 40 เปอร์เซ็นต์แล้ว 40เปอร์เซ็นของความตั้งใจ เดือนหน้าแข่งแล้ว“
แล้วเราไหวหรอ?
“ไหวสิครับ ถามแบบนี้คุณไม่มั่นใจเหรอ“(ยิ้ม) ” จริงๆ คิดว่าไหวครับ อยากให้จบเวลาสวยเฉยๆ“
เราลงเป็นคู่หรือเป็นเดี่ยว?
“คู่ครับ คู่กับน้องนิว อัครวินท์”
แล้วเป้าหมายของเราตอนนี้เป็นยังไง?
“เป้าตัวนี้คือขอไม่เกิน 2 ชั่วโมง แต่ว่าจริงๆ ควรจบได้ซักชั่วโมงครึ่ง”
แล้วเราซ้อมยังไงบ้าง?
“ทุกวันนี้ผมจะเข้ายิมซ้อมเวทเทรนนิ่งซักประมาณ 3-4 วันต่อสัปดาห์ แต่ว่าผมจะต้องเก็บวิ่งให้ 3 ครั้ง แต่ว่าที่เหลือเป็น Simulator กับ Engine”
แล้วทำไมถึงคู่กับน้องนิว?
“เพราะว่าบ้านอยู่ใกล้กันครับ แล้วก็เพราะว่าเล่นยิมเดียวกัน ปกติเค้าจะเป็น gym bro ของผม”
เตรียมร่างกายแล้วเตรียมคอสตูมรึยัง?
“ปกติผมเห็นเค้าเตรียมแค่กางเกง ถุงเท้า แล้วก็รองเท้า“ (แล้วเสื้อล่ะ?) เค้าใส่กันด้วยเหรอ“(ยิ้ม) เขาใส่เสื้อกันใช่ไหมผมจะได้ไปหา”
และคิดว่าเราจะฟิตทันไหม?
“ฟิตเพื่อแข่งทันครับ ตอนนี้อยู่ที่ว่าจบที่เวลาที่ต้องการได้หรือเปล่า เน้นผ่านขอไม่แตกพอ”
อะไรแตก?
“เขาใช้คำว่าแตกคือไม่จบ แบบว่าตะคริวขึ้นอะไรอย่างงี้ ก็เป็นคำเรียกของคนแข่ง”