หายหน้ากันไปนาน สำหรับนักแสดงหนุ่ม ‘สมิธ’ ภาสวิชญ์ บูรณนัติ ล่าสุดเจอกันในงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” ณ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ เจ้าตัวเลยมาอัพเดตผลงานตอนนี้ให้ฟัง รวมถึงเรื่องการดูแลสุขภาพ

อัพเดตผลงานหน่อย หลายคนรอละครเรื่องใหม่อยู่?
สมิธ – “เดือนสิงหาคมนี้ครับ ละคร สองหัวใจ ผมเพิ่งได้ดูทีเซอร์ที่ผู้จัดส่งมามันดีมาก ผมเล่นเองยังรู้สึกสนุก บู๊เยอะมาก แล้วยังมีเรื่องของความรักที่ซับซ้อน ถ้าผมเป็นตัวละครในเรื่อง ผมคงรู้สึกว่าทำไมความรักวุ่นวายจัง เป็นความรักสามเส้าระหว่างตัวละครพี่ณเดชน์ พี่เจมส์ มาร์ และพี่อแมนด้า อยากให้รอติดตามครับ
แล้วนักแสดงมีแต่คนบ้าพลัง สายออกกำลังกายทั้งนั้น ทั้งพี่ท็อป (ทศพล) พี่แก๊ป (จักริน) พี่เจมส์ มาร์ พี่ณเดชน์ เหมือนทุกคนเตรียมมาสู้กัน เบ่งกล้ามใส่กันในกอง (หัวเราะ) ตอนแรกที่เล่นเรื่องนี้ผมผอมปกติ แต่พอเห็นคนอื่นแล้วไม่ได้ละ ต้องกลับไปปั้นกล้ามเพิ่ม เพราะมีฉากที่ต้องต่อยต้องสู้กับเขา มันต้องดูสูสีกันหน่อย”

แล้วแฟนๆ จะได้เห็นฉากโชว์บอดี้ในเรื่องนี้ด้วยไหม?
สมิธ – “รอดู เรื่องนี้ผมจะใส่เสื้อยืดรัดๆ พับแขน อาจจะเห็นโครงสร้างร่างกายบ้าง แล้วนักแสดงทุกคนตั้งใจปั้นหุ่นกันมาก คุ้มค่าการรอคอยแน่นอน”
นอกจากเรื่องนี้เห็นว่ายังมีอีกสอง เรื่องที่กำลังถ่ายทำ?
สมิธ – “ใช่ครับ มีเรื่อง Translator เป็นแนวสืบสวนสอบสวน ผมรับบทเป็นตำรวจ คอยตามสืบและจับผิดว่าใครคือฆาตกรในกลุ่ม 3 คนนี้ ซึ่งแต่ละคนเล่นดีมาก พี่คิมเบอร์ลี่, แพร์ พิชชาภา และพี่โยเกิร์ต (ณัฐฐชาช์) สนุกมาก เพราะตอนถ่ายผู้กำกับฯ ไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนทำ ผมก็ได้ลุ้นไปพร้อมกับคนดูเลย ตอนแรกผมเดาผิดด้วย พอรู้ความจริงคือช็อกมาก เชื่อว่าคนดูจะช็อกเหมือนผมแน่นอน
ส่วนอีกเรื่อง Pls.Love รักได้ไหม ของ‘ลีน่า-หมิว’ อันนี้ก็ดีใจที่ได้ร่วมงาน สำหรับหมิว (ณัชชา) ยังไม่เคยร่วมงานกัน แต่ลีน่า (ลลินา) เคยเจอกันแล้ว ละครเรื่องแรกที่ผมเล่นคือผมได้เล่นกับเขา ดีใจที่ได้กลับไปร่วมงานกับเพื่อนอีก แล้วคาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้คนละเรื่องกับ 2 เรื่องก่อนหน้าเลย สองหัวใจ เป็นมาเฟีย Translator เป็นตำรวจ ส่วนเรื่อง Pls.Love รักได้ไหม เป็นนักธุรกิจหมื่นล้าน รวยมากจริงๆ (หัวเราะ) ตอนถ่ายทำก็ต้องแยกค่อนข้างเยอะ เพราะถ่ายพร้อมกับเรื่อง Translator จากใส่ชุดเครื่องแบบตำรวจหาว่าใครเป็นคนผิด ต้องสวิตช์ไปใส่สูทคุยธุรกิจที่ดินพันล้าน แล้วต้องพูดให้เหมือนเป็นชีวิตปกติประจำวัน เลยต้องปรับตัวเยอะเหมือนกัน แต่ก็สนุกดีครับ”

งานแน่นมาก?
สมิธ – “ต้องขอบคุณผู้ใหญ่มากๆ ครับ พร้อมรับเสมอ พร้อมทำงานมาก เพราะสนุก และอาจจะด้วยบทบาทมันเหมาะกับเราพอดีเขาก็เลยเลือกเรา แต่ช่วงที่ไม่มีก็ไม่มีเลยนะครับ แต่พอมีเข้ามาผมก็อยากทำให้ทุกผลงานมันดีที่สุด”

สวนกระแสนักแสดงคนอื่นๆ หลายคนที่ช่วงนี้อาจจะงานน้อยลง?
สมิธ – “ผมว่าอาจจะเป็นที่จังหวะด้วยแหละ แล้วก็ยังมีงานเพลงด้วย กำลังเคี่ยวเข็ญอยู่ อยากทำให้ได้ภายในปีนี้ ทางผู้ใหญ่ก็เร่งมาเหมือนกัน แต่กระบวนการทุกอย่างอยู่ที่ผมกับโปรดิวเซอร์นี่แหละที่ต้องรีบทำเพลงไปเสนอ อย่างเพลงแรกของผมเป็นแนวหมอลำ ซึ่งผมทำไปล้อกับละครที่เราเล่น พอจะทำเพลงที่สองเลยยากหน่อยที่จะหาแนวที่ใช่กับผมที่สุด ตอนนี้ก็พยายามทำการบ้านอยู่ครับ”
มีคอนเซ็ปต์เพลงคร่าวๆ ในหัวบ้างหรือยัง?
สมิธ – “ผมสนุกกับการทำเพลงสนุกๆ มันๆ มากกว่า แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเสร็จแล้วจะออกมาเป็นเพลงอะไร แต่เวลาไปออกงาน คนเขาจะขอแต่เพลงโจ๊ะๆ สนุกๆ ซึ่งผมก็ปฏิเสธไม่ได้ ส่วนเพลงใหม่จะเป็นแนวไหน ต้องรอติดตามลุ้นกันปีนี้ครับ”

มาถึงเรื่องรูปร่าง ดูตอนนี้ฟิตขึ้น จุดเริ่มต้นที่ทำให้รักการออกกำลังกาย?
สมิธ – “ผมเป็นคนชอบเตะฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆ จนถึงวันนี้แทบจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่ามีตอนไหนที่ผมไม่เล่นกีฬาบ้าง เพียงแต่ตอนนี้จะเน้นกีฬาที่มันเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แล้วช่วงนี้กีฬาที่ฮิตเลยคือ Hyrox ผมก็เพิ่งไปแข่งมา อันนี้จะเป็นกีฬาที่ดีมากเลย เพราะได้ functional ทุกส่วนของร่างกาย”

อยากบอกอะไรกับคนที่คิดว่าต้องหักโหมทั้งเรื่องการกินและออกกำลังกายถึงจะเห็นผลไว?
สมิธ – “คนที่คิดว่าต้องหักโหมในการออกกำลังกาย หรือซีเรียสในการกิน อันนี้ผมเข้าใจเลยเพราะตัวเองก็เคยเป็น ด้วยความที่เราทำอาชีพที่ต้องใช้ร่างกายในการทำงาน เราก็จะกดดันตัวเองบ้าง เล่นหนัก กินซีเรียส ซึ่งไม่ดีเลย ส่งผลในระยะยาวด้วย แม้จะหน้าเล็กเรียวตามที่อยากได้แต่มันดูไม่เฮลตี้ กระบวนการในร่างกายมันก็คิดลบไปหมด โกรธคนรอบตัวโดยไม่รู้ตัว สาเหตุเกิดจากความเครียดจากการที่เราฝืนเพื่อต้องห้ามสิ่งนั้นสิ่งนี้ สุดท้ายก็ค่อยๆ ปรับความคิดใหม่ จนถึงวันนี้ก็สามารถหาบาลานซ์ให้กับตัวเองได้แล้ว
รูทีนในแต่ละวันของผม ถ้าทำได้ก็จะนอนให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมง ตื่นมากินเลย คลีนบ้างไม่คลีนบ้าง ผมจะกินวันละ 2 มื้อครับ แล้วไปออกกำลังกายต่อวันละ 2 ช.ม. หลังจากนั้นก็ไปทำงาน จริงๆ ผมอยากจะบอกว่าการนอนคือกุญแจดอกสุดท้ายที่เราตามหามานาน ถ้าเมื่อไหร่ที่ได้นอนเต็ม อิ่มสัก 2 วัน จะรู้สึกจากข้างในได้ทันทีว่าร่างกายมันดีขึ้น การนอนคือเดอะเบสต์ครับ”

สิ่งที่คาดหวังในอนาคตเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง?
สมิธ – “ทุกวันนี้ที่ผมดูแลตัวเองเพราะมองไปถึงอนาคต ว่าเราอยากเห็นตัวเองเป็นแบบไหน สมมติถ้าผมอายุ 40 หรือ 50 ก็อยากเป็นคนที่เท่ ยังมีกล้ามเนื้ออยู่ ผมเชื่อว่าเราสามารถมีร่างทองได้ตลอดไป แต่ไม่ต้องเครียดว่าต้องมีซิกซ์แพ็ก เอาแค่ว่าเดินเหินได้คล่องก็พอแล้ว
สุดท้ายนี้ผมอยากให้ทุกคนใช้ชีวิตให้มีความสุข รักคนอื่นได้แต่ว่าต้องรักตัวเองให้มากด้วย รักษาร่างกายตัวเองให้แข็งแรงก่อน เราถึงจะไปช่วยคนอื่นได้ครับ”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล