โคจรพบกันเรื่องแรกในซีรีส์วายพีเรียดเข้มข้น “อรุณรุ่ง THE EDGE OF HORIZON” ทางช่องวัน 31 สำหรับ ‘อิน’ จักราสินธุ์ อัศวธนะชัย และ ‘องศา’ ธีธัช คุ้มเมือง โดยวันนี้ทั้งคู่ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงการมาสวมบทบาทตัวละครในเรื่อง อีกทั้งยังแสดงความคิดเห็นถึงความรักที่ต่างชนชั้นและความหลากหลายทางเพศ

♦ แต่ละคนรับบทเป็นใคร ในซีรีส์ “อรุณรุ่ง”?
อิน – “ผมรับบท ภพธีร์ บ่าวคนสนิทของหม่อมเจ้าทินกร เป็นคนที่ซื่อสัตย์ คอยตามท่านชายตลอด เพื่อนรักกัน โตมาด้วยกัน”
องศา – “ส่วนผมรับบท ท่านชายทินกร เป็นท่านชายคนเล็กของบ้าน เป็นเด็กที่อยู่ในกรอบมาก เข้าอกเข้าใจคน และซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองมากๆ ตัวละครนี้จะได้รับความคาดหวังและความกดดันจากตระกูลพอสมควร เพราะฉะนั้นภพธีร์อาจจะเป็นไม่กี่สิ่งในชีวิตที่ทำให้เขารู้สึกมีความสุขและยิ้มได้อย่างสบายใจ”

♦ ภพธีร์เหมือนเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเราในวัง?
อิน – “จริงๆ เป็นพื้นที่ปลอดภัยต่อกัน ด้วยโตมาด้วยกัน ปกติด้วยชนชั้นบ่าวจะต้องกลัวเจ้านาย แต่หม่อมเจ้าทินกรเป็นคนไม่ถือตัว ปฏิบัติกับภพธีร์มาอย่างดีตลอด เหมือนเป็นเพื่อนเลย”
องศา – “เชื่อว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยของกันและกันจริงๆ คนดูก็น่าจะคิดเหมือนกัน (ยิ้ม)”
♦ การเข้าถึงบทบาทมีความยากง่ายหรือท้าทายยังไงบ้าง?
อิน – “ในการเป็นภพธีร์ จะมี 2 พาร์ต ตอนเป็นบ่าวก็ได้มีการเวิร์กช็อปกัน ได้พูดคุยกับพี่โอ๋ คฑาเทพ (ผู้กำกับฯ) มีเทคนิคเรื่องตัวเลขเบอร์ 1-10 ที่ทำให้วิธีการแสดงออกหรือท่าทางของบ่าวมันออกมาโดยอัตโนมัติ เพราะคนที่เล่นเป็นบ่าวจะต้องถ่อมตน

ส่วนตอนโตที่เป็นร้อยเอกภพธีร์ จะแอดวานซ์ขึ้นมานิดเพราะเขาเป็นทหารแล้ว ผมต้องไปศึกษาว่าทหารยุคนั้นเป็นยังไง โชคดีมีรุ่นพี่ในกรมให้โทร.ปรึกษา อย่างเรื่องการทำความเคารพ ตะเบ๊ะยังไงให้สมจริง มือต้องอยู่ยังไง การวางองศาเท้า ซึ่งมันช่วยในการสร้างคาแร็กเตอร์มากครับ
แล้วก็มีการเรียนประวัติศาสตร์ด้วย เนื่องจากเป็นพีเรียด ปี 2475 ต้องเรียนรู้บริบทสังคมในยุคนั้นว่าอะไรคือเรื่องใหญ่ อะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เพื่อให้เราเข้าใจว่าดีเทลบางอย่างในซีน สมัยนั้นมันคือ Big Deal มากๆ ซึ่งอาจจะรุนแรงกว่ายุคนี้มันทำให้เราอินและเห็นเดิมพันของตัวละครมากขึ้น”

องศา – “สำหรับผมแยกเป็น 2 พาร์ตเหมือนกัน คือพาร์ต อารมณ์ภายในตัวละคร เนื่องจากเรื่องราวและสเตจมันไกลตัวผมมาก ผมต้องทำการบ้านเรื่องสิ่งที่ทินกรต้องแบกรับไว้เยอะ ทั้งภาระหน้าที่ครอบครัว ความรักที่มีต่อภพธีร์ ซึ่งมันต้องมากพอจริงๆ เพราะสิ่งที่เขาต้องเจอต้องทำมันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่ตัวผมเจอแน่ๆ
ส่วนพาร์ตการแสดงออก หลังจากอ่านตัวละครแล้วผมรู้สึกว่าทินกรเป็นคนไนซ์ต่อทุกสิ่งของโลกใบนี้ ผมอยากให้คนรักตัวละครนี้เหมือนที่ผมรัก แล้วการเป็นชนชั้นนั้นผมต้องเปลี่ยนวิธีพูดจากที่เป็นองศาที่พูดเร็วให้ช้าลงและมีสติมากขึ้น โทนเสียงก็คนละโทนครับ”
♦ ถามถึงเรื่องเคมี ทั้งคู่เป็นครั้งแรกที่เจอกัน ต้องละลายพฤติกรรมยังไง เพราะมีฉากใกล้ชิดกันด้วย?
องศา – “จริงๆ ผมไม่ได้รู้สึกว่าต้องละลายอะไรเท่าไหร่ เพราะผมเป็นคนเข้าหาคนไม่เก่ง อาศัยตามการเข้าหาของอีกคนนึงมากกว่า แต่พี่อินมาด้วยมู้ดพี่ชายแสนดี เดินมากอดคอ ตบหลัง ให้กำลังใจ ตลอดหลังเวิร์กช็อป ทำให้ผมไม่เกร็งและลื่นไหลมาก”

อิน – “ตอนเจอกันออดิชั่นครั้งแรก ผมพยายาม Ice Breaking ให้กำแพงน้อยที่สุด น้องจะได้ไม่เกร็ง เผื่อ Magic Moment จะออกมา จนพอรู้ว่าองศาได้บทท่านชายทินกรก็มาเวิร์กช็อปกันต่อ ซึ่งกำแพงมันน้อยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทุกอย่างเลยง่าย ไม่ต้องพยายาม”
องศา – “เลยส่งผลไปถึงความธรรมชาติในซีรีส์ ดีใจมากที่ คนชอบ เพราะไดเร็กชั่นในการถ่ายทำจริงๆ มันน้อยมาก พี่โอ๋ปล่อยไหล ให้เราอิมโพรไวส์กันเอง อย่างซีนทัดดอกไม้ ซีนร้อยมาลัย หรือซีนทำแผล เราพูดและยิ้มตามความรู้สึกตัวละครจริงๆ ณ ตอนนั้น”

♦ สำหรับอินถือเป็นซีรีส์ BL เรื่องแรกที่เป็นเมนลีดเลยใช่ไหม?
อิน – “ใช่ครับ ก่อนหน้านี้เคยเล่นซีรีส์ที่มีกลิ่นอายมิตรภาพบ้าง แต่เรื่องนี้เป็นเมนลีด BL เรื่องแรก ความรับผิดชอบมากขึ้น ต้องทำการบ้านหนักกว่าเดิม 2 เท่า เพราะเราต้อง Carry เรื่องให้ได้ ต้องเล่าให้ผู้ชมรู้สึกให้ได้มากที่สุด ส่วนเรื่องที่มาเล่นซีรีส์ BL อินมองว่าเราเป็นนักแสดง ต้องเล่นได้ทุกบทบาท ในละครทุกแนว ไม่ได้ทรีตว่า BL เป็นเรื่องใหม่ แต่อินทรีตว่าเราจะเล่าสิ่งที่ตัวละครต้องการถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุดยังไง”
♦ องศาเคยมีประสบการณ์การเล่นซีรีส์ BL มาแล้ว มีให้คำแนะนำพาร์ตเนอร์ยังไงบ้างไหม?
องศา – “จริงๆ ผมไม่รู้สึกว่าเป็นการแนะนำ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Trust (ความเชื่อใจ) ต่อกัน ซึ่งมันเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่แรก ระหว่างการเวิร์กช็อปทั้งหมด เราเข้าใจตรงกันว่าเราอยากนำเสนอทินกรและภพธีร์ให้ออกมาดีที่สุดเท่านั้นเลยครับ”

♦มองในมุมเรา คิดว่าความรักที่ต่างชนชั้นและความหลากหลายทางเพศ เป็นไปได้จริงไหม?
อิน – “ถ้าเป็นตามเรื่องในยุคนั้นมันเกือบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ ด้วยชนชั้น ด้วยบริบทสังคมไม่ได้เป็นที่ยอมรับ แต่ถ้ามองในมุมอิน ถ้าเราต้องการจะบรรลุอะไรบางอย่าง ต่อให้ยากเราก็ต้องสู้ ลองไปก่อนสู้สุดใจเท่าที่ทำได้”
องศา – “ผมเคยคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ผมข้ามสเต็ปเรื่องยุคไปเลยไม่ว่าจะเป็นยุคไหน เคยมองว่าอะไรที่พยายามมากเกินไป เกินกว่าเส้นที่จะเป็นไปได้ อาจจะแปลว่ามันไม่ใช่ เพราะผมเคยเป็นคนนึงที่รู้สึกว่าอะไรที่เป็นของเรามันจะเป็นของเรา เป็นคนเชื่อในโซลเมตมากๆ แต่คิดไปคิดมาเริ่มมีความรู้สึกว่าการที่เราพยายามจะสู้ สุดท้ายไม่ว่าปลายทางจะได้รักกันไหม แต่ผมเชื่อว่าอย่างน้อยมันคงทำให้เรารู้สึกว่าเราได้รักใครสักคนจริงๆ แล้วแหละ อย่างน้อยการตัดสินใจที่จะทำอะไรสักอย่าง ก้าวข้ามเซฟโซนก้าวข้ามความเป็นไปได้ ก้าวข้ามบริบทหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันจะต้องสนใจปัจจัยแวดล้อมภายนอก ผมเชื่อว่าผมคงกล้าพูดกับใครสักคนในโลกนี้ว่าผมรักใครแล้วจริงๆ”

♦ นิยามคำว่า “อรุณรุ่ง” ของแต่ละคน?
อิน – “ความหวังครับ”
องศา – “ความรักครับ ทินกรสอนให้ผมรู้ว่าการรักใครสักคนมันรู้สึกยังไง เพราะถ้าเป็นตัวผมเองพูดเลยว่าผมไม่มีประสบการณ์ร่วมและไม่ได้มีความรู้สึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเราเคยรักใครสักคนได้เท่านี้ ทินกรทำให้ผมได้เข้าใจมากๆ ผมรักตัวละครนี้มาก”

อิน – “ภพธีร์สอนให้อินสู้ครับ เป็นตัวละครที่น่าเอาใจช่วย ถึงแม้คนดูส่วนใหญ่จะเทไปทางท่านชายทินกรก็ตาม แต่ดูไปเรื่อยๆ จะมีคนเอาใจช่วยภพธีร์ เพราะจริงๆ เขาเป็นคนน่าสงสารแต่เป็นนักสู้ สู้เพื่อความรักและความถูกต้อง”
ติดตามชมซีรีส์ “อรุณรุ่ง” ทุกวันเสาร์ 20.30 น. ทางช่องวัน 31 และเวอร์ชั่นอันคัตที่แอปฯ oneD 21.30 น.
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล