ศิลปินหนุ่ม ‘เล็ก รัชเมศฐ์’ กลับบ้านเกิดจัดแฟนมีตปิดอัลบั้ม Soundtrack of My Life เพลงประกอบชีวิต เล็กๆ ที่เพชรบุรี พร้อมเปิดใจความรู้สึก
เดินทางมาถึงบทสุดท้ายของอัลบั้มแรกในชีวิต สำหรับ เล็ก รัชเมศฐ์ ศิลปินจากค่าย genie records ที่เลือกกลับมาจัดแฟนมีตและปิดอัลบั้ม “เพลงประกอบชีวิต (Soundtrack of Life)” ที่จังหวัดเพชรบุรี บ้านเกิดของตัวเอง หลังใช้เวลาเกือบ 2 ปีถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตผ่าน 5 บทเพลง

ได้แก่ เพลงประกอบชีวิต, ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว, โลกทั้งใบ, ฟ้ากว้างทางแคบ และ อบอวล ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะเพลง “ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว” ที่มียอดรับชมทะลุ 160 ล้านวิว ตามด้วย “โลกทั้งใบ” ที่กวาดยอดชมกว่า 64 ล้านวิว

บรรยากาศภายในงานคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย โดยมีการปิดถนน 18 เมตร ใจกลางเมืองเพชรบุรี เปิดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นกว่า 20 ร้านมาตั้งบูธสร้างสีสัน รวมถึงบูทร้าน “ลูกชิ้นปลาระเบิด เล็กประมง” ของเล็กที่เจ้าตัวลงมือทอดเองเพื่อแจกจ่ายให้แฟน ๆ ได้ชิม พร้อมจัดแฟลชเซล 10 นาทีแรก แจกฟรีให้ผู้ที่มาร่วมงาน

นอกจากจะได้ใกล้ชิดกับเล็กแล้ว ภายในงานยังมี BOVINI และ โอ๋ วง FULL มาร่วมแจมสร้างความสนุกและความประทับใจให้กับแฟนเพลงที่เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในวันปิดอัลบั้ม ซึ่งนับเป็นการพา “เพลงประกอบชีวิต” กลับมาจบลงอย่างสวยงาม ณ จุดเริ่มต้นของทุกความฝัน…บ้านเกิดของเขาที่จังหวัดเพชรบุรี


การเลือกจังหวัดเพชรบุรีเป็นสถานที่ปิดอัลบั้มในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการพา “เพลงประกอบชีวิต” กลับคืนสู่จุดเริ่มต้นของทุกความฝัน จากเด็กชายที่เคยร้องเพลงบนเรือประมงและตามร้านอาหาร สู่ศิลปินที่พิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานและเสียงร้อง จนกลายเป็นอีกหนึ่งนักร้องคุณภาพของวงการ พร้อมปิดฉากอัลบั้มแรกในชีวิตอย่างสมบูรณ์บนแผ่นดินบ้านเกิดที่หล่อหลอมตัวตนของเขา

โดยงานนี้ ข่าวสด ได้มีโอกาสไปร่วมสัมผัสบรรยากาศงาน และสัมภาษณ์ความรู้สึกของเล็กมาฝากแฟนๆ
จบคอนเสิร์ตปิดตัวอัลบั้มไป รู้สึกยังไงบ้าง?
“ก็รู้สึกดีมาก ๆ ที่ได้มาจัดที่บ้านเกิดของตัวเอง อัลบั้มแรกทำมาประมาณปีกว่า”
คิดไหมว่าจะได้รับการตอบรับขนาดนี้?
“เกินคาดครับ ไม่ได้คิดว่าแฟน ๆ จะตอบรับหรือว่า… เราไม่รู้ ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่เรารู้สึกว่ามันดีสำหรับผมมาก ๆ และไม่คิดว่าคนจะให้ความสนใจเยอะขนาดนี้
ไอเดียการกลับมาจัดที่บ้านเกิด มาจากเล็กเองไหม?
”คือมาจากทีมงานด้วยและตัวผมด้วย เพราะว่าการที่กลับมาจัดที่บ้านตัวเอง ได้มาเห็นชีวิตความเป็นอยู่ หรือมาเห็นพื้นฐานที่เราเติบโตมาแบบนี้ ผมเกิดมาเป็นลูกทะเล ที่บ้านทำประมงตั้งแต่ผมยังไม่เกิด ก็อยากให้เห็นความเป็นตัวผมด้วย บนเวทีก็เลยจะมีพวกอวน แฟน ๆ ก็มาให้การตอบรับเยอะมาก“

เห็นว่ามาจากต่างจังหวัดด้วย?
”เยอะครับ เมื่อคืนก็เห็น มีไกล ๆ ก็จากภาคใต้ก็มี ไม่แน่ใจ แต่เป็นระยะทางที่น่าจะใช้เวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมง บางคนนั่งรถไฟมาก็มี ก็ใจฟูครับ เราไม่เคยทำอะไรแบบนี้ แล้วมันเป็นครั้งแรกของเราที่ได้มาจัดงาน จะบอกว่าแฟนมีตครั้งนี้มันใหญ่มากสำหรับผม แล้วผมก็ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้
งานนี้ผมตั้งใจว่าขอแค่ 300-500 คนก็โอเคแล้วนะครับ แต่คนที่รักเรามันเกินกว่านี้ มันมากกว่านี้ คนที่มาในงานมาจากต่างจังหวัดเยอะมาก บางคนเจอกันแค่ครั้งเดียวก็ยังให้กำลังใจ พอเห็นแบบนี้เราไม่รู้จะขอบคุณยังไง“
อัลบั้มชื่อ “Soundtrack of Life” หรือ “เพลงประกอบชีวิต” คืออะไร?
“จริง ๆ แล้ว “Soundtrack of Life” หรือ “เพลงประกอบชีวิต” มันคือเพลงที่เราจะส่งต่อให้คนฟัง ที่ถูกเขียนขึ้นมาจากเรื่องราวในชีวิตที่เราเจอ หรือว่าคนอื่นเจอ แล้วก็มาส่งต่อ ก็เลยพยายามบอกเขาว่า คุณไม่ได้เจอปัญหาแบบนี้คนเดียวบนโลกใบนี้นะ ก็มีเราที่ผ่านมันมา
บางเพลงมันก็จะบอกแบบนี้ว่า เราผ่านได้ คุณก็ต้องผ่านได้ เพราะว่าเราเจอเรื่องราวมาเหมือนกัน จะสุข จะทุกข์ก็เหมือนกัน ชีวิตเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ช่วงเวลาว่าคุณเจออะไรอยู่ แล้วคุณแก้ปัญหามันยังไง“

ถ้าให้เลือก เพลงไหนชอบมากที่สุด?
”จริง ๆ แล้วผมชอบทุกเพลง แต่ถ้าให้บอกว่าชอบมาก ๆ จะเป็นเพลง “โลกทั้งใบ” รู้สึกว่าเพลงนี้มันเป็นเพลงที่ให้กำลังใจคน ถ้าเรารู้ว่าตัวเรามีคุณค่า“
เห็นทั้งในโพสต์และบนเวที เราจะขอบคุณคนที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เรามีวันนี้ แต่ยังไม่เห็นเราขอบคุณตัวเอง อยากจะพูดอะไรถึงตัวเองไหม?
”จริง ๆ แล้วการขอบคุณตัวเอง ผมขอบคุณเป็นประจำอยู่แล้ว แต่อย่างที่เราขอบคุณคนอื่น เราไม่ได้เจอคนอื่นทุกวันเหมือนที่เราเจอตัวเอง เราอยู่กับตัวเองทุกวันอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้พูดออกมา คงจะบอกตัวเองทุกวันว่า ทำให้เต็มที่ทุกครั้งที่ได้ทำ แต่ก่อนมันไม่ได้ถึงขนาดนี้ แต่พอมันรู้สึกว่ามีเส้นทาง มีเป้าหมายที่ชัดเจน ก็บอกตัวเองเป็นประจำ“
ภูมิใจในตัวเองขนาดไหน?
”ก็ที่สุดแล้วครับ คือตัวเรานี่แหละครับ มันคือที่สุดแล้วของทุกอย่าง เราภูมิใจมาก ๆ แต่เราไม่ได้บอกใคร ส่วนเป้าหมาย ก็ไม่มีอะไรมาก อยากจะทำเพลงให้กำลังใจคน สะท้อนตัวเองไปแบบนี้เรื่อย ๆ”
มาอยู่บ้านจีนี่เป็นยังไงบ้าง บ้านหลังนี้ให้อะไรบ้าง?
“บ้านหลังนี้ให้อะไรผมเยอะ ให้ชีวิตใหม่ผมหลาย ๆ อย่าง แล้วก็เรียนรู้ไปด้วยกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง พี่ ๆ เขาให้คำแนะนำ หรืออะไรที่ไม่ดีก็แนะนำ ทั้งในการใช้ชีวิตด้วย ตอนนี้ก็น่าจะอยู่ประมาณสองปีกว่าแล้ว
ผมโชคดี ผมว่าผมโชคดี ชีวิตผมโชคดีอย่างหนึ่งที่ได้โอกาสจากผู้หลักผู้ใหญ่เยอะ แล้วเราก็คว้าโอกาสนั้นไว้ แล้วก็ทำจนเขาเห็นอะไรในตัวเรา ผมใช้คำว่าผมโชคดี เพราะว่าบางคนอาจจะไม่ได้โชคดีแบบผม บางคนเก่งมาก แต่ว่าไม่เคยได้รับโอกาสจากผู้อื่น ผมโชคดี“

แล้วมีแพลนอะไรหลังจากจบอัลบั้มนี้ไป
”จริง ๆ มีแพลนทำอัลบั้มที่สอง เป็นเพลงที่เกี่ยวกับชีวิตคนแหละ มันไม่หนีไปอย่างอื่น เพราะว่าส่วนใหญ่เวลาทำเพลงก็จะใช้ชีวิตของคนอื่นมาทำบ้าง ของเราบ้าง หรือว่าสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เราสามารถเอามาร้องเป็นเพลงได้ จะบอกคนหรือส่งต่อความรู้สึกเหล่านั้น“
ได้พบเจอกับแฟน ๆ ที่เดินทางมาหา ได้พูดคุยอะไรกันบ้าง?
”ก็ขอบคุณเขาที่ร่วมเดินทางมากับเรา คอยเป็นกำลังใจให้เราตลอด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ หันไปก็จะเจอพี่ ๆ เอฟซีคอยซัพพอร์ต นอกจากครอบครัว นอกจากสิ่งอื่น ก็จะมีพี่ ๆ เอฟซี“
ครอบครัวแฟนเพลงเราเติบโตใหญ่ขึ้นไหม?
”ผมว่าผมโตกว่าเดิมขึ้นเยอะ แต่ว่าดีได้กว่านี้ไหม ผมว่าได้กว่านี้ เพราะว่าคนเราก็ต้องเรียนรู้ หาประสบการณ์ให้ตัวเองอยู่เรื่อย ๆ“
เมื่อกี้เห็นว่าพูดถึงเป้าหมายที่จะทำเรื่อย ๆ แต่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของเราคืออะไร?
”เป้าหมายสูงสุดของผม ผมอยากมีคอนเสิร์ตใหญ่ แต่ว่ามันยังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ หรือว่าอาจจะอีก 10 ปีก็ได้ ผมแค่รู้สึกว่าการเป็นนักร้องมันก็ไม่ได้ง่าย สิ่งที่เข้ามามันก็ไม่ได้เข้ามาไวเกิน มันมีเวลาของมัน ผมว่าเป้าหมายของผมคืออยากจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ ทุกอย่างจะได้ 100%“
ฝากถึงพี่ ๆแฟนคลับ คนที่ให้การสนับสนุนเราหน่อย ?
”ก็ฝากถึงพี่ ๆ เอฟซีที่ชื่นชอบผม ฝากซัพพอร์ตแบบนี้ไปนาน ๆ นะครับ แล้วก็ส่งกำลังใจให้ผมเยอะ ๆ ทำแบบนี้เหมือนทุกวันนี้ครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับ ที่ซัพพอร์ตตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้ ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะปล่อยเพลงมากี่เพลง ก็ยังเหมือนเดิม ขอบคุณมาก ๆ ครับ เลิฟ ๆ ครับ“
หลายคนก็แซวว่าบุคลิกกับการพูดแตกต่างกัน?
”ใช่ครับ จริง ๆ น่าจะเป็นคนฉะฉานนะ คนชอบคิดแบบนี้ แต่จริง ๆ เป็นคนขี้เขิน“
รอยสักของเรามีความหมายไหม?
”ก็มีครับ จะมีสักชื่อพ่อ ชื่อแม่ สักหน้าตัวเอง สักอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เอามาอยู่ในร่างกาย“
เห็นชอบมิกกี้เมาส์ มีสักมิกกี้เมาส์ด้วย?
”เขาเรียกบาร์โค้ด บาร์โค้ดที่ติดอยู่บนเสื้อมิกกี้เมาส์น่ะครับ“
แล้วมีแพลนจะไปเพิ่มไหม?
”ก็น่าจะไปแก้งานเก่า ๆ สมัยที่สักตอนวัยรุ่น“

สำหรับ เล็ก หรือชื่อเดิม พงษธร หนุ่มเมืองเพชร วัย 32 ปี เจ้าของแชมป์ The Voice Thailand Season 7 (2018) แม้ภาพลักษณ์จะเต็มไปด้วยรอยสัก แต่กลับมีมุมอ่อนโยน เป็นแฟนตัวการ์ตูนดิสนีย์ โดยเฉพาะ “มิกกี้เมาส์” ที่ชื่นชอบถึงขั้นสักไว้บริเวณลำคอ ขณะที่ชีวิตจริงต้องผ่านทั้งคำชื่นชมและคำสบประมาท ซึ่งกลายเป็นแรงผลักดันให้เดินหน้าทำตามความฝัน คือการร้องเพลงที่สามารถส่งต่อความรู้สึกไปถึงผู้ฟังให้ได้มากที่สุด
เส้นทางสายดนตรีของเล็กเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เมื่อครูส่งประกวดร้องเพลง และคว้ารางวัลชนะเลิศตั้งแต่เวทีแรก ก่อนเดินสายประกวดทั่วจังหวัดเพชรบุรี แต่ชีวิตกลับพลิกผันในช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 3 เมื่อเจ้าตัวตัดสินใจออกจากโรงเรียนไปช่วยพ่อออกเรือหาปลา ท่ามกลางชีวิตกลางทะเล เขายังคงร้องเพลงให้พ่อฟัง กระทั่งได้รู้จักเพื่อนที่มีวงดนตรี และเริ่มรับงานร้องเพลงตามร้านอาหารเพื่อหารายได้

ด้วยความมุ่งมั่น เล็กอัดคลิปส่งประกวด The Voice อยู่หลายครั้ง แม้ครั้งแรกจะไม่ผ่านการคัดเลือก แต่เขาไม่ยอมแพ้ เว้นช่วงไป 2 ปี ก่อนส่งสมัครอีกครั้ง จนได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวดีว่า “ผ่านเข้ารอบ” จากนั้นจึงเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ และใช้พลังเสียงรวมถึงการถ่ายทอดอารมณ์บนเวที จนคว้าใจโค้ชและผู้ชมทั่วประเทศ ก่อนคว้าตำแหน่งแชมป์ The Voice Thailand Season 7 พร้อมเซ็นสัญญาเป็นศิลปินกับ Universal Music
ปี 2567 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเล็กตัดสินใจย้ายมาร่วมงานกับ genie records ในสังกัด GMM MUSIC พร้อมเปลี่ยนชื่อจาก “พงษธร” เป็น “รัชเมศฐ์” และปล่อยอัลบั้มแรก “เพลงประกอบชีวิต (Soundtrack of My Life)” ผลงานแนว Folk Pop และ Post Rock ที่รวบรวม 5 บทเพลง ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตผ่านเนื้อหาที่เข้มข้น โดยได้ กบ Big Ass และทีม Mango ร่วมสร้างสรรค์

#เล็กรัชเมศฐ์
#แฟนมีตเล็กรัชเมศฐ์
#เพลงประกอบชีวิตเล็กเล็ก