ชมพู่ อารยา เผยแววศิลปิน “น้องเกล” อินดนตรีหนัก ตีกลองจนพังมาแล้วสองชุด ให้คะแนนความเชื่อมั่นเต็มร้อย พร้อมเล่าปารีสแฟชั่นวีคร้อนทะลุ 40 องศา
หลังเพิ่งกลับจากภารกิจตะลุยแฟชั่นวีคที่กรุงปารีส สำหรับ “ชมพู่ อารยา” ล่าสุด(15ก.ค.) ที่งาน Nespresso Vertuo World สถานที่ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชมพู่ อารยา ได้ออกมาเล่าประสบการณ์สุดโหดของอากาศร้อนระอุที่ยุโรปปี พร้อมเผยเบื้องหลังการรับมือกับตารางงานแน่นหลายโชว์ต่อวัน รวมถึงอัพเดตความน่ารักของลูกสาวคนเล็ก “น้องแอบิเกล” ที่กำลังอินกับบทบาทนักดนตรีตัวจิ๋ว ตีกลองจนหนังกลองขาดมาแล้วถึงสองชุดเลยทีเดียว

ปารีสแฟชั่นวีคเป็นไงบ้าง?
”ร้อนมากค่ะ ร้อนแบบ 40 กว่าองศา ร้อนกว่ากรุงเทพฯ อีก มันร้อนแบบเผาเพราะไม่มีความชื้น เป็นร้อนแห้ง ไม่มีแอร์ ส่วนมากอาคารที่จัดงานเป็นอาคารเก่า เขาไม่มีระบบแอร์ค่ะ หรือถ้ามีแอร์ในโรงแรมมันก็ไม่ได้เย็นฉ่ำแบบบ้านเรา“
การที่เรามาจากเมืองร้อนช่วยให้เราได้เปรียบไหม?
“ก็อาจจะได้เปรียบกว่าฝรั่ง แต่ติดตรงที่เขาไม่ค่อยทานน้ำแข็งหรือน้ำเย็นกัน เราก็จะแบบ “น้ำแข็งฉันอยู่ไหน” เราต้องปรับตัว ทำใจร่มๆ เคลื่อนไหวให้น้อยลงค่ะ”
ระหว่างโชว์แม่จัดการตัวเองยังไงกับความร้อน?
“ถ้าวันไหนมี 3 โชว์ โชคดีที่ตารางปีนี้พอมีเวลาให้กลับมาเปลี่ยนชุดหรือทัชอัพที่ห้องได้บ้าง ก็จะกลับมาอาบน้ำหรือสาดน้ำเย็นใส่ตัวค่ะ”
ชุดที่เตรียมไปท้าทายอากาศมากไหม?
“พยายามเตรียมให้เหมาะกับอากาศค่ะ แต่บางทีแบรนด์ส่งชุดมาให้มันเป็นแบบ Cross-season บางชุดอยากใส่สบายๆ แต่ก็ใส่ไม่ได้ เพราะรูดซิปไม่ขึ้นก็มี แต่ถ้าเป็นโชว์ช่วงค่ำอากาศก็พอไหวค่ะ”

เห็นข่าวว่าความร้อนที่นั่นทำเอาของละลายเลย แม่เจออะไรแบบนั้นไหม?
“ชมว่าฝรั่งเขาอาจจะไม่ชิน อย่างคนไทยเราจะรู้ว่าไม่ควรทิ้งขวดน้ำพลาสติกไว้ในรถที่จอดกลางแจ้ง แต่เขาไม่เคยเจออากาศแบบนี้ มันผิดธรรมชาติสำหรับเขา เขาเลยรับมือไม่ถูก ซึ่งเรื่องแอร์นี่แหละคือปัญหาหลักของเขาเลย”
มีปัญหาเรื่องเมคอัพอะไรไหม?
“ไม่มีนะคะ คุมได้”
การเตรียมตัวเรื่องลุกส์ในแต่ละวันเป็นยังไงบ้าง?
“เราคุยกันตลอดว่าแต่ละวันมีชุดอะไรบ้าง ส่วนมากพอถึงวันอาทิตย์ทุกอย่างจะค่อนข้างคอนเฟิร์มหมดแล้ว ตื่นเช้ามาก็จะคุยกันที่โต๊ะอาหารหรือก่อนแต่งหน้าว่าวันนี้ต้องไปที่ไหน กี่โมง มีกี่โชว์ เราต้องวางแผนเพราะบางชุดต้องมีการปรับเปลี่ยนลุกส์ต่อเนื่องกัน เราจะมาคุยกันว่าอยากตีความชุดนี้ยังไง อยากแครี่ชุดนี้ในลุกส์ผู้หญิงแบบไหน”
ทริปนี้มีปัญหาอะไรหน้างานบ้างไหม เช่น กระเป๋าหาย?
“ค่อนข้างสมูตเลยค่ะ ไม่มีปัญหาเรื่องกระเป๋า แต่มีไปไม่ทันโชว์นึงเพราะประเมินการจราจรผิดไปนิดหน่อยค่ะ”
รอบนี้แม่ฟาดไปทั้งหมดกี่ลุกส์?
“ตามกำหนดการจริงๆ คือ 9 โชว์ค่ะ แต่ไปไม่ทันโชว์นึงเลยเหลือ 8 ลุกส์ ซึ่งจริงๆ ซีซั่นอื่นเคยหนักกว่านี้ มีถึง 11-12 โชว์ก็เคยค่ะ”
การที่ได้ไปเป็นโอกาสยังไงบ้างกับการทำงาน?
“สำหรับชมคือแพชชั่นล้วนค่ะ ถ้าไม่มีความสุขคงทำต่อเนื่องมานานขนาดนี้ไม่ได้ เป็น 10 ปี ชมไม่ได้มองเรื่องเงินหรือโอกาสตั้งแต่แรก แต่เชื่อว่าสิ่งที่ทำต่อเนื่องมาตลอดมันช่วยต่อยอดอาชีพเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อย่างการไปคานส์ก็เกี่ยวข้องกับแฟชั่นวีค เพราะเราต้องไปซัพพอร์ตแบรนด์หรือดีไซเนอร์ที่ซัพพอร์ตเราค่ะ”
ขออนุญาตถามถึง “เจ๊เกล” เห็นว่าช่วงนี้เริ่มเป็นนักดนตรีแล้ว?
“เริ่มจากที่โรงเรียนของพี่ๆ (สายฟ้า-พายุ) เขาให้เด็กๆ ลองทำกิจกรรมหลายอย่างค่ะ พอเด็กๆ เริ่มจับเครื่องดนตรีเขาก็เริ่มฟอร์มวงกัน พี่สายก็วงนึง พี่พาก็วงนึง เวลาพี่ๆ แสดง เกลเขาก็ไปเชียร์ด้วย เขาก็คงซึมซับมาค่ะ”

เห็นว่าแม่จัดชุดกลองชุดใหญ่ให้เลย?
“เขาอยากได้มานานแล้วค่ะ ตอนแรกเริ่มจากเซตเล็กๆ ก่อน คุณอารีพาร์ตเนอร์ของชมซื้อเซตแรกให้ เขาก็ตีจนพัง พอซื้อเซตที่สองให้ ก็ตีจนหนังกลองขาดอีก คือเขาอินมาก”
แม่ให้คะแนนลูกสาวเท่าไหร่?
“ให้คะแนนความเชื่อมั่นเต็มร้อยเลยค่ะ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ เขาเชื่อว่าเขาเป็นมือโปรแล้ว”
น้องเกลชอบแนวเพลงไหนเป็นพิเศษไหม?
“เขาจะชอบเพลงที่วงพี่ๆ เล่นค่ะ ซึ่งคุณครูจะมอบหมายเพลงร็อกหรือป๊อปยุค 90-2000 ที่จังหวะง่ายๆ อย่างเพลง “Zombie” เขาก็ตีได้ อย่างเพลงของ Maroon 5 , ฟิลลี่ฟลู วงพี่สายอย่าง ”จิ๊จ๊ะ“ หรือ “Modern Dog” เขาก็ได้ฟังไปด้วย”
แม่เซอร์ไพรส์ไหมที่น้องทำได้ขนาดนี้ รันทุกวงการ?
“จริงๆ เห็นแววมาตั้งแต่ตอนเขาไปดูพี่ๆ แสดงแล้วค่ะ เขาจะทำท่าตีกลองตาม แม้มันจะดูมั่วๆ ในจินตนาการของเขา แต่มันลงจังหวะเพลงพอดี ลีลาท่าทางเขาคือเชื่อไปแล้วว่ามันได้”
จะส่งเสริมไปทางนี้เลยไหม?
“ก็ต้องดูกันต่อไปค่ะ ด้วยวัยเขาตอนนี้เห็นใครทำอะไรก็อยากทำไปหมด ชมว่าต้องรอสัก 7-8 ขวบถึงจะชัดเจนว่าจะเอาดีทางไหน แต่เด็กวัยนี้รับรู้ไวมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษาหรือกิจกรรม ใส่เครื่องมืออะไรให้เขาตอนนี้เขาก็พร้อมรับหมดค่ะ”