เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ถูกโฉลกกับหนังผี สำหรับ ‘มิ้ม’ รัตนวดี วงศ์ทอง โดยที่ผ่านมามีหนังผีเข้ามือมาแล้ว 4 เรื่อง ได้แก่ ธี่หยด, ธี่หยด 2, พนอ, ของแขก 2 และล่าสุดกำลังจะมีโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ สยองขวัญเรื่อง CHER จนหลายคนตั้งฉายาเธอให้เป็น “ราชินีหนังผี”

โดยวันนี้ ‘มิ้ม รัตนวดี’ ได้มาเปิดใจ เล่าชีวิตที่ก้าวเดินตามความฝันเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จนถึงตอนนี้ก็ 15 ปีแล้วที่ยืนหยัดพิสูจน์ตัวเอง จากนักแสดงเด็กสู่นักแสดงมากฝีมือ
✦ คิดว่าเสน่ห์อะไรในตัวเราที่ดึงดูดบทแต่หนังผีไทยเรา?
มิ้ม – “ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ ผู้จัดที่ให้โอกาสในการเล่นบทต่างๆ มีคนบอกว่าน่าจะเป็นเพราะดวงตา ตาดูมีอะไร จริงๆ บทอื่นหนูก็เล่นได้นะคะ โรแมนติก ดราม่า ติดต่อเข้ามาได้ค่ะ หนูไม่ได้ปิดโอกาส หนูภูมิใจที่คนติดภาพจำเราและให้ฉายาเราว่า ราชินีหนังผี เพราะมันไม่ใช่ง่ายๆ มันต้องผ่านความพยายาม การทุ่มเทต้องทำการบ้านหนักมากๆ ไม่ใช่แค่เป็นผีตาโตๆ แล้วมานั่งกรี๊ด ทำให้คนรู้สึกว่ามันคือผี แต่มันมีการทำการบ้านทั้งกับบทและร่างกายตัวเอง ในแต่ละบทบาทหนูภูมิใจในความพยายาม ตรงนี้ ไม่ได้ปิดกั้นว่าต้องมารับบทหนังผี เพราะหนูภูมิใจในการที่ได้แสดงเป็นนักแสดง ไม่ว่าจะเป็นบทอะไร หนูจะทุ่มเทและตั้งใจทำการบ้านกับบทนั้น”

✦ เข้าวงการมากี่ปีแล้ว?
มิ้ม – “หนูเริ่มแคสต์งานมาตั้งแต่ 7 ขวบ แต่เรื่องที่คนพอจะจำหนูได้มาจากละคร เรื่อง ‘วาสนารัก’ ทางช่อง 3 แต่หนูเป็นนักแสดงอิสระมาตลอด จนล่าสุดเพิ่งได้มาเซ็นสัญญากับทางจีเอ็มเอ็มทีวี จึงได้เล่นเกิร์ลเลิฟคู่กับ พี่วิว เบญญาภา เป็นการเปลี่ยนบทบาทของหนูด้วย แต่เราก็รู้สึกแฮปปี้กับตรงนี้”
✦ เริ่มงานมาตั้งแต่ 7 ขวบ กว่าที่คนจะจำเราได้ ใช้เวลานานแค่ไหน?
มิ้ม – “ตอนนี้หนูอายุ 22 ปี ผ่านอะไรมาเยอะมาก เคยผ่านจุดที่เรารู้สึกว่าคงต้องไปทำอย่างอื่น พอมองย้อนกลับไป กว่าจะมาเป็นวันนี้มันไม่ได้มาแบบง่ายๆ มันต้องผ่านความพยายาม ความทุ่มเท ล้มเหลว การยอมแพ้ พิสูจน์ตัวเองต้องทำทุกอย่าง พูดแล้วหนูจะร้องไห้”

✦ แสดงว่าเรามีความฝันตั้งแต่เด็กจะเข้าวงการ จุดไหนที่รู้สึกว่าเราทำตามฝันได้แล้ว?
มิ้ม – “ตอนที่รู้สึกว่าคนรักหนูในตัวละครของ ‘แย้ม’ และคนจำชื่อหนูได้ว่าคือ ‘มิ้ม รัตนวดี’ และให้ฉายาหนูว่าเป็น ‘ราชินีสยองขวัญ’ แล้วก็ติดตามผลงานหนูต่อมาเรื่อยๆ ผู้ใหญ่ให้โอกาสและเชื่อในตัวหนูว่าสามารถเล่นในบทนี้ได้ และให้โอกาสในการทำทุกอย่าง ทำให้หนูรู้สึกว่านี่คือจุดที่เคยฝันไว้”
✦ ก้าวแรกที่เข้ามาในวงการ จำได้ไหมว่าเล่นละครเรื่องอะไร?
มิ้ม – “เรื่อง วุ่นนักรักเต็มบ้าน ค่ะ ตอนนั้นเด็กมาก ไม่ได้คิดอะไรมาก พอได้เล่นเห็นตัวเองออกทีวี ก็รู้สึกว่าทำสำเร็จแล้ว ประสบความสำเร็จแล้ว (หัวเราะ) แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย มันมีอะไรมากกว่านั้น มันต้องสู้ต้องไม่ยอมแพ้อยู่เรื่อยๆ”

✦ ช่วงไหนที่รู้สึกว่าคงไปเส้นทางนี้ไม่ได้ ท้อแล้ว?
มิ้ม – “ไปแคสต์งานกี่งานก็ไม่ได้สักที ตอนนั้นพอเล่นเรื่อง วุ่นนักรักเต็มบ้าน เสร็จ รู้สึกว่าตัวเองเป็นดาราแล้ว แต่ก็ยังไปแคสต์งานอยู่เรื่อยๆ ได้เห็นว่ามีหลายคนที่เขาเก่ง แล้วทำไมเรายังแคสต์ไม่ได้เลยเป็น 10 งาน มีงานละครได้บ้างเพราะหนูฝึกร้องไห้เองตั้งแต่ตอน 7 ขวบ แต่พวกงานโฆษณาไม่ได้เลย เลยรู้สึกว่าไม่ใช่ทางแล้ว”

✦ ทั้งที่เราฝึกฝนตัวเองมาตลอด รู้สึกไหมว่าทำไมโอกาสไม่มาถึงฉันสักที?
มิ้ม – “รู้สึกค่ะ มันมีความรู้สึกว่าหนูฝึกร้องไห้มาแล้วนะ เราแคสต์งานมาเรื่อยๆ หรือว่าเราต้องรอแค่โอกาสหรือจังหวะ แต่มันก็ยังไม่ใช่สักที หรือว่ามันจะไม่ใช่ทางของเรา ตอนนั้นก็เลยเปลี่ยนไปเรียนทางกฎหมาย เพราะรู้สึกชอบทางด้านนี้เหมือนกัน เราสู้มาตั้งแต่ 7 ขวบ ตอนนั้นมันถึงจังหวะที่ต้องเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ไม่อยากรออะไรแบบนี้อีกแล้ว เพราะฝืนโชคชะตามาเยอะแล้ว ก็คิดว่างั้นไม่เป็นไร ในเมื่อเราฝืนตรงนี้ไม่ได้ก็แค่ยอมรับแล้วเดินหน้าต่อ เราทำเต็มที่แล้ว ไม่เสียใจ สุดท้ายก็มีหนังเรื่อง ธี่หยด เข้ามาให้หนูไปแคสต์ ซึ่งเป็นบทที่เราไม่เคยเล่นเลย เป็นบทผีเข้า

ณ ตอนนั้น ความหวังกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ในเมื่อเรามีโอกาสเข้ามาแล้วเราก็จะทำให้เต็มที่ ตอนนั้นเขาบอกว่าต้องตัดผมสั้น ซึ่งหนูเป็นคนที่รักผมมาก แต่ก็คิดว่าในเมื่อเรามีโอกาสเข้ามามันก็ดีนะ ตอนนั้นไม่ได้คิดว่า ธี่หยด จะต้องดังแน่เลย มีคนรู้จักเยอะ คิดแค่ว่ามันก็เหมือนตอนเด็กๆ ที่เราทำงานเสร็จแล้วมันก็จบ ไม่คิดว่าจะมีแบบวันนี้”
✦ จังหวะชีวิตของเรามาถึงแล้ว?
มิ้ม – “ดีใจมาก มันเกินกว่าสิ่งที่คิดไว้มาก ตอนที่ได้บท ธี่หยด มา ซึ่งหนูไม่เคยเล่นบทแบบนี้ หนูต้องฝึกตัวเองเยอะมาก ฝึกกรี๊ดเพราะที่ผ่านมาไม่เคยกรี๊ดเลย รู้สึกว่าเรามีความพยายามก่อนเราทำให้เต็มที่ก่อน สุดท้ายแล้วมันอาจจะเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เรื่องจังหวะเรื่องอะไรหลายๆ อย่าง เรื่องโอกาส เราแค่ทำให้เต็มที่ในแบบของเรา”

✦ ที่ผ่านมาไม่ได้มีสังกัดหรือเซ็นสัญญากับใคร แต่รอบนี้ทำไมถึงได้ตัดสินใจเซ็นสัญญากับแกรมมี่?
มิ้ม – “ต้องขอบคุณผู้ใหญ่มากกว่าที่มองเห็นอะไรในตัวหนูและให้โอกาส หนูเป็นนักแสดงอิสระมาโดยตลอด หนูดีใจไม่ว่าจะเป็นพี่ถา พี่อ๊อฟ หรือพี่ๆ ที่เปิดโอกาสให้หนู หนูเลยรู้สึกว่าในเมื่อเราพยายามมาตลอด แล้ววันหนึ่งพอมีคนยื่นโอกาสมาให้ เราก็อยากจะรับไว้ แล้วก็ทำให้เต็มที่ พอได้มาอยู่จีเอ็มเอ็มทีวี รู้สึกว่าหนูพัฒนาขึ้นเยอะ ทั้งที่ปกติแล้วเป็นคนที่ร้องเพลงไม่ได้ เต้นไม่ได้ ตอนนี้กล้าพูดได้ว่าหนูร้องเพลงได้ หนูเต้นได้ อาจจะไม่ได้เก่งมาก แต่ปีหน้าหนูต้องเก่งกว่านี้”
✦ เราต้องระวังตัวอย่างไร เพื่อจะไม่ให้ตัวเองหลุดกรอบ?
มิ้ม – “คิดให้ดีก่อนที่จะทำอะไร เป็นคนที่น่ารักกับทุกคน แค่นี้ก็ไม่หลุดกรอบแล้วค่ะ”
✦ การเป็นนักแสดง GL (Girls Love) กรอบค่อนข้างเยอะ?
มิ้ม – “แฟนคลับหนูน่ารัก เชื่อว่าคนที่รักเราไม่ว่าเราจะเล่นบทอะไรหรือจะเล่นพาร์ต ไหน เขาจะรักเราในแบบที่เราเป็น หนูมาจากสายหนังใน ธี่หยด คิดว่าแฟนคลับเข้าใจตัวหนูตั้งแต่แรก แล้วหนูเป็นนักแสดง ไม่ว่าจะเป็น GL หรือบทชายหญิงหรือบทอะไร หนูสามารถเล่นได้หมดทุกอย่าง เชื่อว่าแฟนคลับที่รักหนูจริงๆ เขารักการทำงานของหนูและรักในตัวตนของหนู”

✦ ต่อจากนี้การจะไปเล่นหนังหรือละครที่คู่กับผู้ชาย สำหรับเรามันยากไหม?
มิ้ม – “ไม่ยากค่ะ เพราะหนูมีแฟนคลับที่รักในตัวตนของหนู บางคนติดตามตั้งแต่ ธี่หยด บางคนก็เพิ่งมาติดตามตอนที่เล่น GL หนูรู้สึกว่าหนูเป็นนักแสดง รักในพาร์ตเนอร์ตัวเองอยู่แล้ว เต็มที่ กับทุกโอกาสทุกงานที่ได้รับ เพราะฉะนั้นหนูคิดว่าแฟนคลับก็จะเติบโตไปกับหนู ไม่ว่าจะงานอะไรเขาก็จะซัพพอร์ตกันและกันในทุกการเติบโตหรือรู้สึกว่าไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง”

✦ วางแผนชีวิตงานในวงการไว้อย่างไรบ้าง?
มิ้ม – “หนูจะทำให้เต็มที่ในทุกงานที่ได้รับมา ให้คนเชื่อในฝีมือเรา และยอมรับในฝีมือเรา ให้รู้สึกว่าเราไม่ได้หายไปไหน คนดูนึกถึงเราอยากตามไปดูผลงานเราในทุกเรื่อง หนูรู้สึกว่าทั้งความจริงใจของเรา ความเต็มที่ในการทำงานของเรา รวมทั้งการที่เราทำการบ้านอย่างหนัก สิ่งนี้จะทำให้เราอยู่ในวงการได้นาน และการที่เราเป็นคนที่น่ารักเป็นเด็กที่น่ารักมันก็สำคัญค่ะ”
อนงค์ จันทร