ลีน่า ลลินา ปลื้มขึ้นแท่นนางเอกหนังเรื่องแรก “Her in Frame” ท้าทายประกบคู่ ต่อ ธนภพ เผยคำพูดประทับใจ ไม่ทิ้งกันในวันที่ไม่มั่นใจในการแสดง
ก้าวสู่บทบาทนางเอกภาพยนตร์เต็มตัวครั้งแรกสำหรับ ลีน่า ลลินา ชูเอ็ทท์ ในภาพยนตร์โรแมนติกดราม่า “Her in Frame เธอในภาพนั้น” โดยเจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวความรักอันงดงาม พร้อมเผยความท้าทายในการรับบทถึง 2 คาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ สาวลีน่า ยังยกเครดิตให้ ต่อ ธนภพ ที่คอยประคับประคองและสร้างความมั่นใจตลอดการถ่ายทำ จนประทับใจในฐานะพาร์ตเนอร์ที่ไม่เคยทิ้งกัน พร้อมเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมกลับมาเชื่อในพลังของความรัก และออกจากโรงพร้อมรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความสุข
วันนี้มาในฐานะของนางเอกภาพยนตร์เรื่องแรก รู้สึกยังไงบ้าง? “อุ๊ย…คำนี้เหรอ นางเอกภาพยนตร์เรื่องแรก รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ เหตุผลแรกที่ตัดสินใจรับเล่นคือเนื้อเรื่อง หนูเป็นสายหนังโรแมนติกดราม่า ชอบดูหนังความรักที่ดูเรียบง่ายแต่มีอะไร อย่างที่สองคือสตอรี่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความรักของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง รู้สึกว่าเป็นหนังที่มีคุณค่าด้วยเนื้อเรื่องและแรงบันดาลใจของหนังเรื่องนี้ค่ะ”
นอกจากเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกแล้ว ยังต้องเล่นเป็นถึง 2 ตัวละครในเรื่องเดียวกันด้วย ความแตกต่างของตัว “กมลวรรณ” กับ “มินตรา” เป็นยังไงบ้าง? “ด้วยบีตของตัวละครทั้ง 2 ตัวจะไม่เหมือนกันค่ะ คนหนึ่งอยู่ในสมัยก่อน การพูดการใช้ชีวิตเขาก็จะช้าลง แต่มินตราเขาจะเป็นสาวสมัยใหม่ที่มีความมั่นใจ มีความฉะฉาน มีแพสชั่นมากๆ กับสิ่งที่เขาทำ เวลาเล่นตัวละครในอดีตอย่างกมลวรรณเราก็ต้องพูดทุกอย่างให้ช้าลงค่ะ”
ภาพยนตร์เรื่องแรก ความยากง่าย? “หนูว่าหนูไปคิดเยอะกับมันมากกว่าค่ะ ตามจริงสุดท้ายแล้วการแสดงมันก็คือเล่นยังไงก็ได้ให้คนดูรู้สึก และตัวเราเองรู้สึกในฐานะนักแสดง ตอนแรกหนูไปคิดว่าการเล่นละครกับการเล่นหนังมันจะไม่เหมือนกันหรือเปล่า จะต้องแสดงออกยังไง แต่สุดท้ายมันคือการที่เรามีความรู้สึกไปกับตัวละครเหมือนกัน”
“แต่ความท้าทายจริงๆ น่าจะเป็นการเล่นกับพี่ต่อ ความที่เขาเป็นนักแสดงที่เก่งมาก มีวินัยมาก ทำการบ้านมาดีมากๆ เราในฐานะพาร์ตเนอร์ก็อยากจะช่วยเขาด้วย ไม่อยากให้เขาทำอยู่คนเดียว อยากเป็นซัพพอร์เตอร์ที่ดีในฐานะพาร์ตเนอร์ของเขาค่ะ”
แต่พี่ต่อยกให้ลีน่าเป็นอาจารย์เลยนะ? “อาจารย์อะไรก่อน(หัวเราะ) (เขาชื่นชมเรา?) เหรอคะ อุ๊ย! แอบยกย่องเหรอ หนูว่าพี่ต่อช่วยหนูอยู่มากๆ ในหนังเรื่องนี้ มีบางจังหวะที่หนูไม่มั่นใจในซีน หรือรู้สึกว่ายังไปไม่สุด เขาจะเป็นคนที่คอยดูแลเรา คอยถามว่าเราโอเคไหม ต้องการเขาไหม และเขาจะคอยบอกให้เราเชื่อใจเขา”
“ด้วยความที่การถ่ายภาพยนตร์มันใช้เวลาน้อยมาก ถ่ายกันแค่เดือนกว่าๆ เราไม่มีเวลาทลายกำแพงขนาดนั้น ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นในเวลาอันสั้นมาก เขาก็จะคอยบอกเสมอว่าให้เชื่อใจเขาแล้วเขาจะพาหนูไป ได้ยินแล้วแบบค่อนข้างประทับใจ การที่เรามีพาร์ตเนอร์ที่เขาไม่ทิ้งเรา เขากำลังช่วยเราและพาเราไปด้วยกัน อันนี้ขอชื่นชมพี่ต่อมากๆ ค่ะ”
หนังพูดถึงภาพถ่ายที่เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบัน ถ้าชีวิตของลีน่ามีภาพถ่ายเพียง 1 ใบที่อยากเก็บไว้ตลอดชีวิต ภาพนั้นคือภาพอะไร? “จะเป็นภาพที่หนูถ่ายอยู่หน้าบ้านที่เชียงใหม่กับหมาที่เคยเลี้ยงตอนที่เติบโตขึ้นมา และยืนอยู่กับพี่สาวค่ะ มันเป็นบ้านแห่งความทรงจำตั้งแต่หนูเกิด ถึงแม้ว่ามันจะเป็นอดีตไปแล้ว แต่มันมีคุณค่ามากๆ ในการที่ ลีน่า ลลินา เติบโตมาเป็นคนคนนี้ในวันนี้ค่ะ”
เชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม เพราะหนังมีเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน? “เชื่อนะ หนูว่าไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่เป็นไปไม่ได้ แม้แต่เรื่องความรักเองก็ตาม อันนี้คือความคิดของตัวละครด้วยที่เขามีภาพพระเอกในหัวและยึดถือสิ่งนั้นมาเสมอ ไม่ยอมมีแฟนเพราะรอแค่คนคนนั้น ทั้งที่คนคนนั้นอาจจะไม่มีจริงบนโลกใบนี้ก็ได้ แต่เขาก็ยังรอผู้ชายคนนั้นมาตลอด ซึ่งตัวละครนี้ทำให้หนูรู้สึกว่าไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่เป็นไปไม่ได้ค่ะ”
คิดว่าคนที่เข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ เมื่อออกมาจากโรงแล้วเขาจะได้อะไรกลับไปบ้าง? “หนูว่าเขาจะเชื่อในความรักมากขึ้นค่ะ และจะได้ความรู้สึกที่ทั้งซึ้งใจและอุ่นใจ มันจะอบอวลไปด้วยมวลความรักที่น่ารักมากๆ อยากให้ทุกคนยิ้มและพร้อมมีน้ำตาแห่งความสุขออกไปค่ะ”




