ย้อนชีวิตดังสุดขีดพรีเซ็นเตอร์20ตัว ฟิล์ม รัฐภูมิ เจอมรสุม ขอตรวจ DNA เหมือนฟ้าผ่าไม่เหลืออะไร ตายทั้งเป็น ทำไมกระแสถึงเป็นแบบนี้ ช็อกร่ำไห้เสียใจ รับผิดพลาดเอง

ไม่ค่อยได้พูดเรื่องราวมรสุมนี้เท่าไหร่ ล่าสุด ฟิล์ม รัฐภูมิ มาเปิดใจในรายการ คนล้มลุก โดยมี อั๋น ภูวนาท เป็นผู้ดำเนินรายการ ตอนหนึ่งย้อนเส้นทางยุคที่โด่งดังสุดขีด เป็นศิลปินเดี่ยวค่ายอาร์เอส

ฟิล์ม รัฐภูมิ ย้อนชีวิตดังสุดขีดพรีเซ็นเตอร์20ตัว

“ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 20 พรีเซ็นเตอร์ ตั้งแต่หัวยันรองเท้า หัวก็แชมพู โฟมล้างหน้า ยาสีฟันเต็มไปหมด ถ่ายอยู่คนเดียว ถ่ายอยู่ทุกอย่างเลยที่ร่างกายจะใช้ของได้ มันเป็นยุคที่มาทีละคน มันมีความสุขมากจนจนเราบางทีเราเรางงเลยว่าตื่นมาหน้าบ้านก็รอกันเต็มแล้ว ผมรู้สึกว่าสั้นนะ ประมาณ 5 ปี ก็มาเจอกับมรสุมแล้ว ”

อั๋น : ในวันหนึ่งซึ่งตื่นขึ้นมาพร้อมกับข่าวที่ เหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยง ถามตรงๆเรารู้ก่อนมาก่อนมั้ยว่าข่าวนี้กำลังจะเกิดขึ้น

ฟิล์ม : รู้ จริงๆต้องเล่าย้อนว่าถ้าเหมือนว่าถ้าผมจะต้องเป็นพ่อ ผมดีใจมาก ผมไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ผมรู้สึกดีใจผมรู้สึกว่าช็อกตกใจ แล้วก็ดีใจแปลกดี แต่ต้องบอกกับแม่ก่อนเพราะว่าดวงใจของผมนี่ก็คือแม่อยู่แล้ว แม่ก็ตกใจนิดหนึ่ง แล้วก็ดีเลยลูกแม่อยากได้อยู่แล้ว

ฟิล์ม รัฐภูมิ เผยช่วงเวลาเกือบจะเป็นพ่อ ผู้ใหญ่แฮปปี้อยากมีหลาน

“แม่อยากมีหลานอยู่แล้ว แม่ต้องการอยู่แล้ว ผมก็โอเค แม่เราโอเค เราก็โอเคเลยแล้วกันก็
คุยกัน ก็ปกติ มันก็ผ่านเวลาไป ผมก็เลี้ยงดูทุกอย่าง แม่ผมพ่อผมทีมงานผมทุกคน พนักงานผมก็เริ่มมีออฟฟิศมีอะไร พนักงานผมทุกคนก็คอยดูแลทุกอย่าง แต่ว่ามันมันมาพีกตรงที่ว่าพอมีข่าวออกมาแล้วตอนนั้น มันยังไม่มีข่าวตอนที่ผมรู้ว่ามันยังไม่มีข่าว ”

อั๋น : นานแค่ไหนกว่าข่าวจะออกระยะระหว่างที่เรารู้แล้วว่ามันมีเรื่องนี้เกิดขึ้น จนตอนข่าวมันออก
ฟิล์ม : ก็ประมาณ 9 เดือนก็คลอดพอดี ก็พอคลอดปุ๊บ มันก็เป็นข่าวออกมา

ถามว่าสำหรับการที่เป็นซูเปอร์สตาร์ในวันนั้น แล้วเตรียมตัวที่จะต้องประกาศเรื่องนี้ออกมา มันเป็นเรื่องอ่อนไหวมากนะ ฟิล์ม กล่าวว่า “จริงๆก็อย่างที่บอก ผมรับได้แล้ว คนที่มีพระคุณของผม คนที่ผมรักที่สุดคือคุณพ่อคุณแม่ แล้วก็เฮียกับซ้อ วันนั้น พี่พชร์ ผมก็บอกหมด ผมก็บอกทุกคนเลยว่า ผมเกิดแบบนี้ แบบนี้ แบบนี้ เขาก็โอเคทุกคน แฮปปี้หมด ไม่มีอะไร”

“ผู้ใหญ่ทุกคนรับรู้หมด แล้วทุกคนก็แฮปปี้หมด แต่ว่ามันดันไม่แฮปปี้ตรงที่ว่าพอมันเป็นข่าวมันกลับคนละเรื่องกับสิ่งที่เรารับรู้กัน มันดันแบบว่ามีคนอีกเยอะแยะมากมายที่โดนเหมือนเรา”

ฟิล์ม รัฐภูมิ ย้อนมรสุม ขอตรวจ DNA กลายเป็นตายทั้งเป็น

“แล้วมันก็เลยงงกันไปหมดเลยตอนนั้น ก็เลยงงไปหมดก็กลายเป็นว่าผมก็คุยกับคุณแม่ ทำไมมันเป็นแบบนี้ พ่อแม่ผมก็เสียใจนะทำไมมันเป็นแบบนี้ เราก็รักเด็ก (อั๋น : ในที่สุดเรื่องนี้จบลงตรงที่?) ก็ตรงที่ว่าผมชนะ แล้วกลายเป็นว่าไม่ใช่ของผม แล้วเขาก็มาถอนชื่อผมออกจากการเป็นพ่อ แต่เขาก็ยังไม่ยอมตรวจอยู่ดี จริงๆผมก็ไปพูดในศาลนะว่าตรวจเถอะ แต่เขาก็ไม่ตรวจ”

“ผู้ใหญ่ทุกคนเขาก็บอกว่าก็ไม่เป็นไร มันก็ชัดเจนแล้วแหละ ก็คือเขาไม่ตรวจมันก็ชัดเจนแล้ว แต่ว่าเราไม่ต้องไปคุยเรื่องนี้อีก แล้วผมก็ถูกผู้ใหญ่สอนมาดีว่าไม่จำเป็นต้องพูดไม่จำเป็นต้องว่าใคร ”

อั๋น : วันนั้นมันมีคำพูดหนึ่ง จนถึงวันนี้มันยังเป็นวลีแห่งทศวรรษเลยก็ว่าได้ คือ DNA อยู่ที่ ใบหน้า ไม่ได้ว่าใครผิด แต่กำลังพูดถึงจุดใหญ่ในชีวิต ฟิล์ม วันนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับฟิล์ม

ฟิล์ม : ก็คำนี้แหละมันทำให้ผมไม่โอเคตรงที่ คือ ผู้ชายคนหนึ่งที่ผมกล้าการันตีเลยว่าพ่อแม่ผมสอนมาดีมาก แล้วผมก็ไม่คิดที่จะทำร้ายใครเลยไม่คิดที่จะพูดให้ร้ายใครด้วยเพราะผมไม่เคยพูดให้ร้ายใครเลยแล้วเฮียฮ้อก็สอนผมดี ตอนนั้นผมอายุประมาณ 22-23 จะพูดอะไรออกไปที่มันไม่กระทบใครเลย มันมีแค่คำเดียวนะว่า ขอตรวจ

“รู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วแต่พูดเรื่องราวไม่ได้ แต่ไม่รู้จะพูดอะไรที่ดีที่สุดนอกจากคำๆนี้ โดยการที่ก็บอกกับสังคมให้รู้ว่าผมขอตรวจ กลับกลายเป็นว่ามายำเราว่าเราพูดไม่ดีเลย ทั้งๆที่พอกลับกันสมัยนี้ คนที่เขาก็ขอตรวจกันเต็มไปหมด ไม่เห็นจะต้องไม่ตรวจเลย ไม่มีอะไรเลยแต่ทำไมสมัยนั้นผมโดนยำจนผมตายไปเลย”

อั๋น : ณ วันนั้นในฐานะที่พี่เป็นคนหนึ่งซึ่งถึงจะอยู่ในวงการด้วยแต่พี่ก็เหมือนกับเป็นคุณผู้ชมเหมือนเป็นประชาชนคนหนึ่งด้วย ณ วันนั้นเรื่องจริงคือเรื่องอะไรยังไม่ต้องรู้เลย ฟิล์ม รัฐภูมิ เหมือนถูกประหารชีวิตทางสื่อ ซูเปอร์สตาร์คนนี้ มันเป็นแบบนี้มันเม้าธ์มันมาก

ฟิล์ม : ใช่ทั้งๆที่ผมไม่เคยพูดเรื่องของใครเลยนะ จนถึงวันที่ผมเป็น ฟิล์ม รัฐภูมิ ตอน อายุ 18 จนถึงวันนี้ผม 41 ผมไม่เคยพูดเรื่องใครเลย มันก็แค่นิสัยผมเองแล้วก็นิสัยพ่อแม่ผมแล้วก็นิสัยเฮียฮ้อที่ตรงกับครอบครัวผมทุกอย่างว่าเราจะไม่พูดให้ใครเสียหาย

“เฮียสอนผมบอกว่ามึงเป็นคนผิด มึงไปทำเขาเอง เพราะฉะนั้นมึงไม่ต้องหาสิ่งที่ถูกต้องให้ตัวมึงแล้ว มึงรับสิ่งที่มึงทำผิดไปมึงคือลูกผู้ชายผมก็บอกว่าผมรับผิดแล้วเฮีย ก็บอกว่าแต่สิ่งที่ถูกต้องที่มึงต้องทำ มึงต้องทำเพื่อพ่อและแม่มึงที่นั่งอยู่ตรงนี้ มึงออกไปพูดให้เกียรติผู้หญิงและให้เกียรติสังคม ผมก็ออกไปพูดว่าขอตรวจ ผมพูดแค่เนี้ย ยำผมตายเลย ”

ฟิล์ม รัฐภูมิ ชีวิตพัง ฟ้าผ่าไม่เหลืออะไรเลย รับร้องไห้เสียใจ

ถามว่ามันเหมือนทุกอย่างพังตรงหน้าภายในภายในพริบตา ฟิล์ม กล่าวว่า “พัง ใช่ ก็ต้องบอกว่าผมช็อกว่าทำไมกระแสถึงเป็นแบบนี้ แล้วทำไมคนถึงไม่ฟังผม แล้วผมก็รู้สึกแบบเหมือนผมตายไปแบบทั้งเป็นเลย”

“ผมก็พยายามทำดีที่สุด ผมก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง มันเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นแล้ว แต่ทำไมมันเป็นแบบนี้ ตอนนั้นถูกถอดพรีเซ็นเตอร์ ถูกทุกอย่างแบบเกลี้ยงเลย พอมันแรงขึ้นเรื่อยๆทางต้นสังกัดก็ต้องรับผิดชอบต่อสังคมโดยการที่สั่งพักงาน”

“ผมก็โดนฟ้าผ่าอีกทีหนึ่ง สั่งพักงานผมแล้ว ทางเกาหลีมาเอาผมไปออกอัลบั้มตอนนั้น ผมก็กำลังจะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ผมถูกเชิญไปเล่นงานที่เกาหลี ถูกไปออกอัลบั้มเตรียมเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ของ RS จะเป็นนักร้องไทยคนแรกที่ออกกับค่ายยักษ์ใหญ่ของเกาหลี ก็ถูกพัก ”

ถามว่าเราพังขนาดไหนในวันนั้นความรู้สึกของตัวเราร้องไห้มั้ย ฟิล์ม รับว่า “ก็ร้อง เสียใจที่สุดก็คือคนมาด่าพ่อแม่ เลี้ยงดูลูกยังไง ทั้งที่เขาเลี้ยงผมดีมาก แต่มันเกิดจากความผิดพลาดของตัวผมเอง”

ชมคลิปเต็มรายการ

ที่มา คนล้มลุก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน