จินา โอสถศิลป์ เปิดเกมรุก GDH ดันหนังไทยสู่ตลาดโลก รายได้ต่างประเทศพุ่ง 50% แย้มโปรเจ็กต์ใหม่แน่นปี 2570 พร้อมย้ำ AI แทนความคิดสร้างสรรค์คนไม่ได้

GDH เดินหน้าขยายอาณาจักรคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลกอย่างเต็มกำลัง เมื่อ จินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด เปิดวิสัยทัศน์การทำ “หนังไทยเป็นอาชีพ” พร้อมเผยรายได้จากต่างประเทศเติบโตแตะ 50% ชูการต่อยอด IP ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม แอนิเมชัน และสินค้า

ขณะเดียวกันยังประกาศไลน์อัปหนังครึ่งปีหลัง รวมถึงโปรเจ็กต์ปี 2570 ที่อัดแน่นทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ และแอนิเมชัน พร้อมย้ำความร่วมมือระยะยาวกับ Netflix ในฐานะพาร์ตเนอร์เอ็กซ์คลูซีฟ และยืนยันว่าแม้ AI จะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรม แต่ก็ยังไม่สามารถทดแทนความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ได้

ทิศทางของ GDH – ทำหนังไทยเป็นอาชีพ

ทิศทางของ GDH ในปีนี้ รวมถึงสิ่งที่อยากแชร์?

“GDH ทำหนังไทยเป็นอาชีพ ในปีที่ผ่านมาเราบอกคนทำงานว่า วันนี้หนังไทยและอุตสาหกรรมโดยรวมมันไปไกลกว่าแค่ในประเทศแล้ว แต่ก่อนเราไปแค่ในอาเซียน แต่ตอนนี้เริ่มไปไกลขึ้น ทั้งในแง่คุณภาพงานและการต่อยอดรายได้ รวมถึงการที่เรามี IP (Intellectual Property) ที่สะสมมานาน ทั้งหนังและซีรีส์เริ่มกลับมาเป็นที่นิยมและถูกนำไปใช้ต่อ”

“ที่ชัดเจนมากคือการซื้อหนังคลาสสิกไปรีเมก เช่น ชัตเตอร์ ซึ่งฉายในปี 2547 เคยขายรีเมกให้ฮอลลีวู้ดไปแล้ว ล่าสุดอินโดนีเซียก็มาซื้อไปรีเมก หรือหนัง แฟนเดย์…แฟนกันแค่วันเดียว ใครจะเชื่อว่าอินเดียซื้อไปรีเมก หนังไม่มีคำว่าล้าสมัย มีแต่ความประทับใจ ตอนนี้เราทำหนังไทยฉายในโรงเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ต่อยอดคอนเทนต์อื่น”

“อย่างซีรีส์ สงครามส่งด่วน เมื่อปีที่ผ่านมา โดยการสนับสนุนของ Netflix เป็น Original Content เพราะเราเชื่อว่าแพลตฟอร์มนี้จะพาเราไปสู่ตลาดโลกด้วยมาตรฐานที่ทัดเทียมเกาหลี ซึ่งผลตอบรับก็ได้ดีทีเดียว ส่วนคอนเทนต์แนวตั้งหรือแนวอื่นๆ ก็ต้องผันแปรตามความต้องการคนดู แต่เมนหลักจริงๆ คือยังทำหนังไทยคุณภาพให้ดีที่สุดและเป็นสินค้าส่งออกของประเทศไปให้ได้ค่ะ”

ปีนี้หนังของ GDH วางไว้กี่เรื่อง?

“ปีนี้เรามีหนัง 4 เรื่องค่ะ ผ่านไปแล้ว 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ Human Resource พนักงานใหม่(โปรดรับไว้พิจารณา) เรื่องนี้เดินสายเทศกาลไปถึง 46 แห่งทั่วโลก สร้างความภูมิใจให้กับบริษัทมากเพราะว่าน่าจะเป็นหนังไทยที่ไปเทศกาลเยอะที่สุด และได้ฉาย World Premiere ที่เทศกาลเวนิส 1 ใน 5 เทศกาลระดับโลก แม้รายได้ในไทยจะไม่โดดเด่น แต่สร้างชื่อในระดับเวทีโลก”

“เรื่องที่ 2 คือ โกฮัง..หัวใจโกโฮม เรื่องนี้ได้ทั้งเงินและชื่อเสียง ล่าสุดได้รับเชิญไปเทศกาลปูซาน ในไทยอาจไม่ได้เงินสูงลิ่วแต่ก็น่าพึงพอใจ ที่สำคัญหนังยังขายไปต่างประเทศได้หลายสิบประเทศ ทำรายได้ดีมาก โดยเฉพาะในเวียดนาม ส่วนที่จีนจะฉายปลายปีนี้ค่ะ”

“ส่วนอีก 2 เรื่องที่เหลือ เรื่องแรกคือการร่วมทุนกับ Sony Pictures รีเมกภาพยนตร์โรแมนติกชื่อดัง 50 First Dates มีชื่อภาษาไทยว่า HENRY’s First Dates จีบซ้ำซ้ำ..เฮนรี่จำไม่ได้ ซึ่งเป็นการรีเมกที่เราทำงานใหม่เกือบทั้งหมด เพราะสลับฝั่งความจำเสื่อมเป็นฝ่ายชายแทน ซึ่งจะเข้าฉาย 17 กันยายนนี้ เป็นเรื่องที่เรามั่นใจและภูมิใจมาก เพราะหนังรักโรแมนติกแบบนี้ GDH ไม่ได้ทำมานานมาก“

“ส่วนเรื่องสุดท้ายของปีนี้คือหนังที่นำแสดงโดย ใหม่ ดาวิกา, พี่นก สินจัย, น้องใบปอ ธิติยา และจุ๋ย วรัทยา กำหนดฉายวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ชื่อเรื่องว่า “คุณยายวรนาฏ” แต่เป็นคุณยายวรนาฏเวอร์ชั่นที่ร่วมสมัยมาก แล้วการกลับมาอีกครั้งของโต้ง(บรรจง)ในฐานะผู้กำกับก็จะทำให้คนดูมีความสุขกับหนังสไตล์ที่ต้องลุ้นระทึกตื่นเต้นและสนุกสนาน”

เป้าหมายในตลาดโลก

ขยายความคำว่า “ทำหนังเป็นอาชีพ” และเป้าหมายในตลาดโลก?

“การทำหนังเป็นอาชีพมันเป็นตั้งแต่วันแรกที่พวกเราทำหนัง หมายถึงคนลงทุนต้องไม่ขาดทุน คนทำงานต้องเลี้ยงดูครอบครัวได้ เราต้องทำหนังที่สื่อสารกับคนดูวงกว้างได้ ปัจจุบันรายได้จากต่างประเทศของ GDH ขยับขึ้นมาถึง 50% แล้ว จากเดิม 20-25% ตลาดเรากว้างขึ้นไปถึงยุโรป ลาตินอเมริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ความท้าทายคือต้องทำให้คนทั่วโลกดูหนังไทยให้ได้ และเราต้องเอา IP ทั้งหมดกลับมาสร้างมูลค่าให้ได้”

การต่อยอด IP ในรูปแบบอื่นมีอะไรบ้าง?

“ตอนนี้เราเริ่มต่อยอด IP ไปสู่เกม, บอร์ดเกม, การศึกษา และสินค้า(Merchandise) เช่นเรื่องโกฮังกำลังจะถูกพัฒนาเป็นเกม โดยร่วมมือกับบริษัทชั้นนำอย่าง YGGDRAZIL Group จริงๆ การที่เรามีพาร์ตเนอร์ที่มีความสามารถและโดดเด่นแต่ละพื้นที่ของตัวเองแล้วมาผนึกกำลังกัน ถือว่าเป็นการทำธุรกิจที่สำคัญมากในปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเดินเดี่ยวๆ ไม่ได้”

“นอกจากนี้เรายังทำในเรื่องการศึกษาด้วย เหตุผลคือเราอยากต่อยอดองค์ความรู้จากพวกเราที่ทำมา เลยร่วมมือกับคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ ม.กรุงเทพ และคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ พัฒนาหลักสูตรเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์สู่คนรุ่นใหม่ ส่วนด้าน Merchandise กลับมาทำอีกครั้งโดยเริ่มจากเรื่องโกฮัง ร่วมกับพันธมิตรอย่าง Double A, 7-Eleven, Moshi Moshi ฯลฯ มาจนถึงคอนเสิร์ตโตมาด้วยกันฯ ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก”

แล้วความสัมพันธ์กับ Netflix เป็นอย่างไรบ้าง?

“เรากับ Netflix เป็น Partnership ระยะยาวค่ะ เราน่าจะเป็นค่ายเดียวที่เขายอมทำสัญญาระยะยาว หนังทุกเรื่องของเราเป็น Exclusive Partner คือออกจากโรงแล้วต้องลง Netflix เท่านั้น อันนี้เป็นสัญญาระยะยาวทุก 3 ปี”

รายได้หนังที่ลดลง มีผลไหมที่คนจะรอชมใน Netflix แทนการไปโรงหนัง?

“กลับมาโจทย์แรกว่า เราทำงานดีพอที่จะให้เขาอยากออกไปดูที่โรงไหม เราคิดว่าการดูหนังที่บ้านมันไม่สนุกเท่าโรงหนัง ดูที่บ้านเดี๋ยวก็หยิบมือถือเล่น ไม่ได้อรรถรส หนังเรื่องหนึ่งที่ทุ่มเทสร้างภาพและเสียง มันต้องดูด้วยกัน ส่วนระยะเวลาที่ฟิกซ์ไว้คือ 4 เดือนหลังจากออกจากโรงถึงจะลง Netflix ได้ ซึ่ง 4 เดือนมันนานมาก ถ้าเราทำงานให้ดีให้ได้ เราเชื่อว่าคนจะรอไม่ไหว ต้องออกมาดูในโรงกัน”

แอนิเมชั่นเรื่องแรก

เห็นว่าปีหน้าจะมีโปรเจ็กต์ซีรีส์แอนิเมชันด้วย?

“เราไม่เคยทำแอนิเมชัน พอดีทีม Big Brain ของทางพี่ตั้ม อัจฉรา ที่ทำก้านกล้วย เขาทำเรื่องไทยเรื่องหนึ่งชื่อว่า แม๊กซ์กับจ่อย จอยจอยมาร์เก็ต เรื่องชุมชนคนไทยในตลาดร่มหุบ จ.สมุทรสงคราม ที่มีวิธีรับมือปัญหาแบบไทยๆ ในเชิงฟีลกู้ด แล้วทาง อิทธิปาทา โดยพี่เดียว(วิชชพัชร์)มาเป็นโปรดิวเซอร์ พี่เป็ดมาดูคอนเทนต์ กำลังเลือกแพลตฟอร์มที่จะลงในปีหน้า แล้วก็คิดว่าเรื่องนี้จะไปในต่างประเทศได้เพราะว่าไปชนะพิชชิ่งที่ไต้หวันมาด้วย”

เผยโปรเจ็กต์ปี 2570

แล้วโปรเจ็กต์หนังปีหน้า(2570)วางไว้หรือยังว่ามีกี่เรื่อง?

“ปีหน้าจะมีหนังเรื่อง เพื่อนสาว พระเอกเป็นช่างแต่งหน้าสาวคนหนึ่งที่วันหนึ่งเกิดความรู้สึกลื่นล้มทางเพศ ใกล้ชิดกับนางเอกแล้วเกิดความรักทั้งที่มีแฟนเป็นผู้ชายอยู่แล้ว นำแสดงโดย ไอซ์ซึ, มาริโอ้ และ ญดา เรื่องที่2 เป็นซีรีส์ การกลับมาของเนื้อคู่ประตูถัดไป ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพูดคุยว่าจะมีทั้งหมดกี่ตอน ส่วนนักแสดงชุดเดิมกลับมาทั้งหมด และจะมีนักแสดงรุ่นใหม่มาเสริมด้วย”

“เรื่องที่3 เป็นหนัง อาจจะไม่ได้ว้าวในความรู้สึกของคนดู แต่เป็นโปรเจ็กต์ใหม่ที่พวกเราว้าวมาก เพราะเป็นการทำงานของผู้กำกับคนรุ่นใหม่ ชื่อเรื่องว่า 3 Daughters เรื่องของพี่น้อง 3 สาว 3 เจนที่โตไม่ห่างกันมาก ในครอบครัวที่พ่อแม่ไม่ลงรอยกัน แล้วเด็กๆ มาวางแผนให้พ่อแม่หย่ากันได้อย่างสันติสุขจะทำอย่างไร หนังจะสะท้อนความคิดเด็กยุคใหม่ว่าถ้าอยู่กันไม่ได้ก็แยกย้าย แต่ว่าเรื่องนี้มันทวิสต์หลายอย่าง”

“เรื่องที่4 ก็เป็นหนัง The Untitled Snooker Project เป็น Working Title ได้บิวกิ้นมารับบทนักกีฬาสนุกเกอร์ เราอยากทำหนังว่าด้วยเรื่องกีฬา แล้วก็รู้สึกว่าบิวกิ้นเป็นนักสนุกเกอร์คงจะน่าดู เพราะเชื่อว่าหลายคนจะนึกภาพไม่ออก เรื่องนี้ผู้กำกับคือพี่แจ็ค(สาธุ) เท่ากับว่าปีหน้าหลักๆ คือเราจะมีหนัง 3 เรื่อง ซีรีส์ 1 เรื่อง และแอนิเมชัน 1 เรื่อง ถือว่าเยอะแล้วนะ ส่วนคอนเสิร์ตเราไม่ทำแล้วนะคะ(หัวเราะ)”

อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการทำธุรกิจตอนนี้?

“ความคิดและไอเดียค่ะ เราต้องทำให้มันใหม่เสมอ บิ๊กไอเดียสำคัญมากที่จะทำให้คนวงกว้างมาดู สองคือเรื่องทุน ทุนที่สูงจะช่วยให้เราสร้างงานที่สมจริงสมจังได้ และสามคือคนทำงานที่เก่งและมีคุณภาพ สุดท้ายสุดท้ายคนจะพูดเรื่องเทคโนโลยีเยอะมาก เรื่องนี้ก็สำคัญเพราะนวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้เราทำงานได้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น”

“แต่ AI ยังมา disrupt ออฟฟิศเราไม่ได้มาก เพราะความคิดสร้างสรรค์ AI ยังคิดเองไม่ได้ แต่เราก็ควรที่จะใช้มันในฐานะให้มันเป็นผู้ช่วยเรา ส่วนเราเองก็ต้องพยายามคุยกับเขาเยอะๆ และละเอียด เพื่อให้เราได้ข้อมูลบางอย่างที่เราทำงานได้เร็วขึ้น แต่ความคิดสร้างสรรค์หรือไอเดียแปลกใหม่ยังต้องชื่นชมในปัญญาของมนุษย์อยู่”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน