หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

ชาล็อต เล่าเหตุตัดสินใจเป็นอิสระแล้ว เผยสัญญาค่ายยังเหลือ ด้อมคู่ อิงฟ้า ไปต่อได้เรื่อยๆ

14 ส.ค. 2569 - 11:02 น.

ไม่ช้าไม่เร็วก็ต้องมีวันนี้! ชาล็อต เล่าเหตุตัดสินใจเป็นอิสระแล้ว เผยสัญญาค่ายยังเหลือ รักเคารพบอสเสมอ ลั่นยังไม่อยากปิดด้อมคู่ อิงฟ้า ร่วมกันมา 5 ปี ไปต่อได้เรื่อยๆ

เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่มีมีอาการป่วยแพนิกและออกมาบอกเล่าจนคนบันเทิงหลายคนมาปรึกษา สำหรับ ชาล็อต ออสติน โดยล่าสุดเจ้าตัวงานเปิดตลาด “A fair อร่อยเกรดเอ by A Supachai” ที่บริเวณลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ รวมถึงประเด็น ตัดสินใจออกมาดูแลตัวเองแม้จะเหลือสัญญากับบอสณวัฒน์ อยู่ ทั้งยังได้เผยถึงโอกาสในการทำงนร่วมกับคู่จิ้น อิงฟ้า วราหะ ไว้ด้วยว่า

เป๊กกี้ ศรีธัญญา ปรึกษาเรื่องการกินยาแพนิกจะกระทบการทำงาน?
“เคยไปออกรายการแล้วเจอกัน ก็มีการพูดคุยกัน น้องชาตอนที่เป็นแพนิกทำยังไง ก็บอกพี่เขาว่าเราไปรักษากับคุณหมอ หลังๆก็มาคิดได้ว่าตัวเราไม่อยากจะพึ่งยาไปตลอดเลยไปหาทางอื่น เช่น เข้าวัด สวดมนต์ ทำบุญ หรืออะไรที่มันอยู่กับตัวเองเยอะๆ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่อยู่ในกระบวนการทานยา พี่เขาก็ถามว่าแล้วมันจะช้าไหมลูก พอดีแม่ต้องทำงานที่ใช้เอ็นเนอร์จี้เยอะๆ ก็เลยบอกพี่เขาไปว่าก็ไม่นะแม่ ไม่ช้านะ ก็ใช้ชีวิตปกติ”

“เขาเลยบอกว่างั้นไม่กินยาดีกว่า เขากลัวเขาทานยาแล้วมันจะช้า สมองมันจะช้าลงหน่อยเหมือนมันค่อยๆประมวลผล เราก็ต้องไม่ไปรีบ ไม่ต้องไปคิดเยอะ ร่างกายเลยอาจจะเหมือนทำอะไรช้าๆลงหน่อย แต่งานตรงนี้มันก็ไม่สามารถที่จะทำช้าๆได้ มันก็ยังมีทางรักษาแบบที่ไม่ต้องกินยาอีกหลายทาง แต่ถ้ามันไม่ไหวแล้วจริงๆต้องการจะพึ่งจริงๆก็ยังมีแพทย์อยู่”

มีคนในวงการมาปรึกษาเราเยอะ?
“มีค่ะ มีพี่ๆในวงการ เพื่อนๆ น้องๆแฟนคลับก็มี ก็จะมาถามว่าเราทำยังไงที่ไม่ต้องพึ่งยาแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี่เราจะไม่รู้ว่าเราหายไป 100% ไหมแต่เราควบคุมตัวเองได้ ตอนนี้ชาก็ไม่ได้เครียดหรือวิตกกังวล เราไม่ได้อยู่กับความระแวงตลอดเวลาแล้ว ไม่ตื่นตระหนกกับความเร็วที่เคยกระตุ้นเราแล้ว กว่าจะมาถึงวันนี้ได้มันก็ยากอยู่เหมือนกัน เราก็ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ เรารู้ว่าเรากำลังจะเป็น ตอนนี้เราเป็นอยู่นะ งั้นทำยังไงดี เหมือนหลอกสมองตัวเองไปเรื่อยๆ ว่ามันไม่เป็นอะไรนะ มันจะโอเคนะ”

เคล็ดลับของเราเวลาแพนิกมาเยือน?
“ก็จะฟังธรรมะ พยายามเข้าวัด พาตัวเองไปในที่ๆสงบ ไม่ไปในที่ที่มันเร้าเราเกินไป เช่น ห้าง หรือที่ที่มีคนเยอะๆ จะเลือกที่สงบๆให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายจะได้ไม่เกิดความรู้สึกกลัว ระแวงคน”

ตอนนั้นมันมีผลกับเรายังไงบ้าง?
“ก็มีค่ะ เพราะเราต้องทำงานเจอคน บวกกับที่เราเจอเรื่องเมื่อ 2 ปีก่อนที่โดนมิจฉาชีพอีก มันยิ่งทำให้เรากลัวการเจอผู้คนไปเลย พอเวลาผ่านไปก็ค่อยๆปรับเปลี่ยนมายด์เซ็ต สำคัญคือการเปลี่ยนมายด์เซ็ตตัวเอง มันจะดีขึ้นนะ มันไม่มีอะไร ใช้ชีวิตไปเถอะ สุดท้ายแล้วเราก็เกิดมาแค่ชีวิตเดียวจริงๆ ชาก็ไม่ได้ใช้ยามาประมาณปีกว่าแล้ว รู้สึกดีขึ้นในทุกๆวัน เรามีโฟกัสมากขึ้น มีสติมากขึ้น ใจเย็นขึ้น สามารถเจอผู้คนได้ปกติ อยากจะมีรีแอ๊กชั่นกับผู้คน ไม่ได้อยากจะอยู่แค่ที่บ้านหรือเก็บตัวเงียบๆคนเดียว เรารู้สึกว่าตัวเองสดใสขึ้นด้วย”

เรื่องอะไรที่มันกระทบจิตใจเราจนมันมีอาการ?
“ส่วนมากจะเป็นคอมเมนต์ต่างๆที่เราไปเห็นทำให้เรารู้สึกมากดดันตัวเอง มาฟอสตัวเองว่าฉันต้องดีขึ้น พอได้อ่านเยอะ ได้เห็นบ่อยๆก็รู้สึกไม่เป็นอะไร เรารู้ตัวเองดีว่าเราเป็นยังไง เราโอเคนะ เราเก่งแล้ว ใครจะว่ายังไงก็ช่างมันเถอะ ไม่ต้องไปสนใจ สุดท้ายแล้วมันก็จะมีคนที่ทั้งชอบและไม่ชอบเราอยู่ดี ฉะนั้นก็รักตัวเองเยอะๆมันคือสิ่งสำคัญ

เราเคยนอนดูรูปตัวเอง ดูคลิปที่แฟนคลับตัด ขอยกเครดิตให้แฟนคลับเลยแล้วกัน เวลาเขาตัดคลิปเราไปงาน ให้ดูสวยๆ เท่ๆ มันทำให้เรารู้สึกว่าสักวันหนึ่งไอ้คนที่อยู่ในโทรศัพท์มันจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว มันก็จะต้องไปแล้ว ฉะนั้นเก็บรอยยิ้ม ดูรอยยิ้มนี้ไว้เยอะๆ เพราะมันมีได้แค่คนเดียวจริงๆ หลังจากนั้นมันทำให้เรารู้สึกอยากจะออกมาเจอคน อยากเห็นตัวเองเยอะๆ”

อาการที่หนักสุดของเรามันเป็นยังไงบ้าง?
“ไม่อยากทำงาน ไม่อยากออกไปไหนเลย อยากจะอยู่แต่บ้าน เก็บตัว บวกกับที่เจอเรื่องนั้นด้วยเราก็กลัวว่าจะมีคนมาตามล่าเรา เรื่องมันใหญ่มากๆ เกี่ยวกับประเทศเรายิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ แต่เวลาผ่านไปเราก็มาคิดว่าเราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ เราโอเคนะ ”

“ตอนนั้นทำงานก็ร้องไห้ ขับรถก็ร้องไห้ ก่อนมาทำงานก็ร้องไห้ หลังทำงานเสร็จก็ร้องไห้ กลัว เหมือนเราโกรธตัวเองว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมถึงไม่ดีขึ้น มันเป็นอะไรหนักหนา จากที่เราเคยสดใสมากๆเราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองผ่านคลิปต่างๆ ก็มาคิดเราเคยเป็นคนสดใส อะไรมาทำให้เราเป็นแบบนี้ เราจะเอาคนที่สดใสกลับมา ก็พยายามเอาตัวเองกลับมา”

สุดท้ายอยู่ที่ใจเราเองทั้งนั้น?
“ใช่ค่ะ อยู่ที่ใจ อยู่ที่ความคิด และคนรอบข้างด้วย ใครก็ช่วยเราไม่ได้ถ้าเราไม่คิดจะช่วยตัวเราเอง ตอนนั้นให้เพื่อนมาหาเยอะๆ มาอยู่เป็นเพื่อนเราได้ไหม แต่พอเพื่อนกลับไป เราก็เป็นแบบเดิม นอนไม่หลับ เครียด คือมันไม่มีใครจะอยู่กับเราได้ตลอดนอกจากตัวเราเองจริงๆฉะนั้นเราต้องสู้เพื่อตัวเอง”

วันก่อนเห็นอวยพรวันเกิดบอส?
“ก็อวยพรในไอจี ในไลน์ ก็ได้คำตอบกลับมาว่าขอบคุณครับ ก็โอเค เขาคุยกับเราแล้ว มีรีแอ๊กชั่นกับเรา เราก็ดีใจ ก็อยากให้บอสรู้ว่าเราก็รักและเคารพบอสเสมอ แต่เรายังไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่วันคอนเสิร์ตพี่ฟ้า (อิงฟ้า) ไม่ได้เข้าออฟฟิศ ไม่ได้ไปงานที่ทางค่ายจัด เลยไม่ได้มีโอกาสเจอบอสตัวเป็นๆ”

ชาล็อต เล่าเหตุตัดสินใจเป็นอิสระ เผยสัญญาค่ายยังเหลือ

กับการตัดสินใจของเราจะออกมาดูแลตัวเอง?
“สัญญาเหลือประมาณ 8-9 เดือนประมาณสิ้นเดือนเมษายน มันก็ต้องพร้อม เหมือนเราก็ได้บทเรียน ได้ประสบการณ์ต่างๆมา ก็ต้องมาดูว่าเราจะรับมือกับมันยังไงที่เราได้มาดูแลตัวเอง 100% มันก็คงจะมีความยาก มีอุปสรรคแหละแต่ยังไงก็ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้ด้วย
ก็ตัดสินใจแล้วเรียบร้อย มีการพูดคุยกับทางผู้ช่วยของทางบริษัท เขาก็บอกงั้นเรามาทำงานด้วยกัน จัดแฟนมีตกันเยอะๆ ให้แฟนคลับได้เห็นเรา ส่งความรักไปให้พวกเขาเยอะๆกันเถอะ”

มีการยื้อ?
“คุยไปแล้วประมาณ 3-4 รอบจนเราตัดสินใจแล้ว จริงๆก็เป็นการตัดสินใจที่ยากนะ เราไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไงนะ ถามครอบครัวเราด้วย ก็เครียดไป 4-5 เดือนอยู่เหมือนกัน ว่าจะเอายังไงดี นี่ก็เป็นบ้านเราเหมือนกัน แต่มันเป็นการเติบโตที่เราไม่ได้จะทิ้งบ้านหลังนี้ไป เราสามารถกลับมาได้เสมอ เรายังคงมาร่วมงาน มาเจอ มาพูดคุย เรารักและเคารพบอสมากๆในฐานะที่เขาเป็นผู้ใหญ่ ถึงจะไม่ได้อยู่แล้วก็อยากจะมาเจอ อยากจะมาร่วมงาน มาอวยพรในโอกาสต่างๆ ก็อยากให้บอสเห็นเรายังเป็นลูกคนหนึ่งอยู่”

ชาล็อต ลั่นยังไม่อยากปิดด้อมคู่ อิงฟ้า ร่วมกันมา 5 ปี ไปต่อได้เรื่อยๆ

งานกับอิงฟ้า?
“ก็คงขึ้นอยู่กับที่ค่าย พอไม่ได้อยู่ค่ายก็คงจะต้องมีข้อต่างๆ อาจจะไม่ลงล็อกกัน แต่ส่วนตัวเรายินดีค่ะ อยากร่วมงานกันต่อเพราะอิงล็อตเป็นความสัมพันธ์แบบพี่น้องร่วมกันมา 5 ปี มันอาจจะไปต่อได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะอีเว้นต์ ซีรี่ส์ แฟนมีตติ้ง หรืองานอะไรก็แล้วแต่ ยังอยากให้มีค่ะ ก็หนักใจอยู่พอสมควรเพราะเราตัวคนเดียว มันจะยังไงนะ เราจะไหวไหมนะ มันก็ต้องไหว ไม่ช้าไม่เร็วก็ต้องมีวันนี้”

การไม่ต่อสัญญาไม่ใช่การปิดด้อมจิ้น?
“ไม่ใช่ค่ะ อยากให้มันไปต่อเรื่อยๆ ต่อให้เราไม่ได้เจอกันที่งานก็ยังอยากเจอกันอยู่ ไปกินข้าว เจอกันหลังบ้านได้ ฝากทุกคนด้วยนะคะ”

จะเปิดค่ายดูแลตัวเอง?
“รอติดตาม coming soon”

ทีมข่าวสดบันเทิง 14 ส.ค.69


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

ชาล็อต เล่าเหตุตัดสินใจเป็นอิสระแล้ว เผยสัญญาค่ายยังเหลือ ด้อมคู่ อิงฟ้า ไปต่อได้เรื่อยๆ