ผู้จัดละครดัง ‘ต้น’ ณฐนนท์ ชลลัมพี ก้าวสู่อีกหนึ่งบทบาทสำคัญ กับการนั่งแท่นผู้กำกับภาพยนตร์เต็มตัวครั้งแรกใน “คำสารภาพของหมอผี” ภาพยนตร์สยองขวัญดราม่าเข้มข้น ที่ดัดแปลงจากหนึ่งในเรื่องเล่าสุดฮิตจาก The Ghost Radio

เบื้องหลังมายา

วันนี้ผู้กำกับฯ ‘ต้น ณฐนนท์’ ได้มาให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานที่เจ้าตัวทุ่มเทดูแลทุกองค์ประกอบของภาพยนตร์ด้วยตัวเอง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวให้สมจริงที่สุด

มากำกับหนังครั้งแรกเป็นอย่างไร?

ต้น – “สนุกดีครับ ไม่กดดัน ไม่หนักไม่เหนื่อย เราชินกับมัน บางทีสวมหมวกสองใบ ทั้งโปรดิวเซอร์และเป็นผู้กำกับฯ ด้วย มากำกับเรื่องนี้ก็ช่วยเราในแง่การทำงาน เพราะต้องแก้ปัญหาตลอด ก็เลยรู้สึกปกติ”

เบื้องหลังมายา

ความน่าสนใจในการนำเรื่องเล่าจากเดอะ Ghost Radio คำสารภาพของหมอผี มาทำเป็นหนัง?

ต้น – “ตั้งแต่ผมทำละคร The Sixth Sense เมื่อ 15 ปีที่แล้ว พยายามหาหนังอะไรก็ได้ที่มีผี แต่ไม่ใช่หนังผีจ๋า หามานานมากแต่ไม่ค่อยโดน จนวันนึงมานั่งคุยกับทีมงาน เขาเล่าให้ฟังว่า เป็นเรื่องเล่าจาก The Ghost Radio เรื่องคำสารภาพของหมอผี ผมไม่เคยฟังก็ให้เขาเล่าให้ฟัง พอเขาเล่าให้ฟังครึ่งเรื่อง ผมก็โอเค เดี๋ยวทำเรื่องนี้ ผมชอบ

เบื้องหลังมายา

จริงๆ แกนเรื่องมันเป็นดราม่าชีวิตคนมากกว่า แต่มีผีเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่หนังผีแบบหนังผี เป็นเรื่องที่คนต้องตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผี มันเป็นเรื่องชีวิตคนพัง ซึ่งโดนกระทำจนกระทั่งมันไปในทางที่เขาเลือกแล้วมันก็ดำดิ่ง ความดำมืดของวิชาหมอผีไสยศาสตร์จนกลับไม่ได้”

ทำไมถึงต้องเป็น อาเล็ก ธีรเดช (เมธาวรายุทธ) มารับบทหมอต่อ?

ต้น – “ผมเคยทำงานกับเขาตั้งแต่ สายรักสายเลือด ละครช่อง 3 ก็ปรับลุกส์และวิธีการเล่นของเขา ซึ่งเขาสนุกกับเรื่องนั้น คุยกันถูกคอ พอมาทำเรื่องนี้ก็มองว่า นักแสดงที่จะมาเล่นตัวละครนี้ ต้องทุ่มเทพอสมควร ไม่ใช่แค่เรื่องการแสดง มันต้องเปลี่ยนลุกส์ เพราะผมมีภาพว่าตัวหมอต่อสุดท้ายจะเป็นยังไง ตอนเป็นหมอผีเต็มตัวแล้วเนี่ยลุกส์จะเปลี่ยนยังไง ก็เล่าให้เขาฟัง เขาก็บอกสนใจ

เบื้องหลังมายา

เบื้องหลังมายา

และตอนนั้นผมขอเขา 3 อย่างคือ หนึ่งลดน้ำหนัก สองตัดผมสกินเฮดเพราะในเรื่องเป็นพระ อันที่สามมีฉากเปลือย ในเรื่อง ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องเล่า เขาก็ โอเคหมด”

ชาคริต แย้มนาม ปรับลุกส์เป็นหมอผี รับบทหมอเทียน?

ต้น – “พอรู้ว่าจะทำหนังเรื่องนี้ ชาคริตเป็นคนแรกที่ผมติดต่อให้มาเล่น หมอเทียนต้องชาคริต ด้วยเคยเล่นละครกันมาหลายเรื่อง รู้ว่าเขามีศักยภาพ แค่ไหน เขาก็ตกลงรับเล่น เขาบอกถ้าเล่นผมมองภาพหมอผีเป็นแบบนี้นะ ไม่ได้มองภาพหมอผีเป็นแบบภาพจำที่ทุกคนเห็น

ต้องบอกว่าเรื่องเล่าของเดอะโกสต์เรดิโอ คนฟังไม่ได้ฟังเรื่องผีอย่างเดียว คนฟังพร้อมจะเชื่อว่าเรื่องเล่าเหล่านี้เคยเกิดขึ้นจริง เพราะฉะนั้นหมอผีตัวนี้ผมก็มีภาพว่าเขาเป็นคนคนนึงซึ่งอยู่ร่วมในสังคมปัจจุบัน ใช้ชีวิตอยู่กับคนปกติ ไม่ต้องทำตัวแต่งตัวเป็นหมอผี ผมตีความว่าหมอผีน่าจะแต่งตัวมีลุกส์ที่อยู่ในสังคมได้ แต่ด้วยในเรื่องตัวหมอเทียนโดนไสยศาสตร์ตัวเองกัดกินตัวเองอยู่ หน้าก็เลยจะไม่ค่อยสมประกอบ ก็เลยเป็นที่มาของการเปลี่ยนลุกส์เขา”

เบื้องหลังมายา

นักแสดงแต่ละคนมากฝีมือรุ่นใหญ่ทั้งนั้น?

ต้น – “ผมกำกับหนังเรื่องแรกก็อยากได้นักแสดงที่เคยทำงานกันมา รู้ใจเข้าใจกัน สิ่งแรกต้องเป็นยอดฝีมือ พี่บุ๋ม รัญญา (ศิยานนท์) สุดยอดอยู่แล้ว ชาคริต อาเล็ก พี่อ่ำ อัมรินทร์ (นิติพน) ก็ร่วมงานกันสายรักสายเลือด เห็นศักยภาพเขา เวลาเขาเล่นดราม่าเขาเล่นจริง แต่มันมีความพิเศษในตัวละครตัวนี้อยู่ในนักแสดงคนนี้ เล่นไม่เหมือนคนอื่น เล่นเป็นพ่อของหมอต่อ เป็นเหมือนสารเคมีฉีดพืชเลย Toxic มาก ส่วนพี่เวนย์ ฟอลโคเนอร์ เดินมา 100 เมตรรู้เลยเป็นคนไม่ดีแน่นอน หน้าเขาดูร้ายอยู่แล้ว

ส่วน เดนิส (เจลีลชา คัปปุน) เป็นตัวละครที่เพิ่มเข้ามาเพื่อทำให้เรื่องมีสีสันเยอะขึ้น ให้พระเอกมีจุดยึดเหนี่ยว ทำให้ตัวละครหมอต่อในเรื่องมีเป้าหมายชัดเจนในชีวิต แต่สุดท้ายมันก็ผิดหวังกับเป้าหมายนั้น”

เบื้องหลังมายา

ฉากไหนที่เป็นไฮไลต์ยากที่สุด?

ต้น – “ฉากไฮไลต์คือฉากสุดท้ายที่ต้องเฉลยทุกอย่างแล้วก็ทำให้หมอต่อเป็นหมอผีเต็มตัว สืบทอดหมอผีเป็นรุ่นที่ 12 ฉากนี้บทยาว 10 กว่าหน้า เป็นฉากดราม่าสุดๆ ใช้เวลาถ่าย 10 ชั่วโมง”

พอเป็นหนังที่ทำมาจากเรื่องเล่า The Ghost Radio ที่มีแฟนเยอะ ในฐานะผู้กำกับฯ มีความกดดันไหม?

ต้น – “ผมไม่กดดัน คือไม่ได้เก่งอะไรนะครับ แต่ผมทำทุกอย่างเต็มที่ เราอยู่วงการนี้มา 30-40 ปี ผมทำเต็มที่ของผมทุกโปรเจ็กต์ เพราะฉะนั้นออกมาดีหรือไม่ดีเราทำเต็มที่แล้วครับ”

วีรนุช จันทำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน