บอย ปกรณ์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ คว้ารางวัลสุพรรณหงส์ ผลตอบแทนความพยายามตลอด 20 ปี เสียดายไม่ได้อวดรางวัลนี้ต่อหน้าแม่ ผลงานชิ้นสุดท้ายที่แม่ได้ดู
นักแสดงชื่อดัง บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ เปิดใจหลังคว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์ “แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา” บนเวทีสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 34 หลังเดินทางบนเส้นทางนักแสดงมานาน 20 ปี เผยรางวัลนี้มีความหมายมาก เพราะเป็นผลงานสุดท้ายที่คุณแม่ได้ดู ทำเอาเจ้าตัวกลั้นสะอื้นไม่อยู่ ยอมรับเสียดายที่ไม่มีโอกาสอวดรางวัลนี้ให้แม่เห็นต่อหน้า เชื่อว่าแม่คงภูมิใจในตัวเขา พร้อมเผยได้ 3 รางวัลในปีนี้จากหนังเรื่องเดียว ช่วยเติมไฟและเป็นกำลังใจให้เดินหน้าทำงานต่อไป

โดย บอย ปกรณ์ เผยว่า “ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณทางสมาพันธ์ฯ ขอบคุณทางสุพรรณหงส์ ที่มอบรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมให้ผม จากภาพยนตร์เรื่อง แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา ของทาง GDH ขอบคุณทาง GDH ด้วยครับ ก็ไม่รู้ว่าเห็นอะไรในตัวผมที่ให้มารับบท อาตอง แล้วได้รางวัลด้วย ขอบคุณมากๆ ครับ”
ตอนที่สปีชบนเวทีกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่?
“ความจริงแล้วมันเป็นหลายๆ ความรู้สึกกับรางวัลนี้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องจริงที่ผมเคยพูดหลายๆ ครั้ง การที่ผมได้เล่นหนังจีดีเอช เป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดอันนึงเลยในอาชีพการแสดงของผม ก็ไม่รู้ว่าทำไมผมอยากเล่นหนังกับที่นี่มาก ผ่านมาเกือบ 20 ปี ผมได้เล่นแล้วยังโชคดีได้รางวัลหลายๆ รางวัลจากหนังเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะได้รางวัลสุพรรณหงส์ เป็นเกียรติมากๆ เป็นความรู้สึกดีใจ ไม่เคยคาดคิดด้วยแหละว่าตัวเองจะได้มาอยู่ตรงจุดนี้

มันก็มีความสำคัญมากๆ กับผม เป็นความรู้สึกเกี่ยวกับคุณแม่ด้วย เพราะว่าความจริงแล้ว แม่ผมเป็นคนประเภทที่ว่าพูดไม่ค่อยเยอะในแง่จะชมลูก เขาจะไม่ค่อยพูดชื่นชมเราว่าเล่นเป็นยังไง แต่เขาจะซัพพอร์ตเราด้วยการไปดูผลงานเราซ้ำๆ แอบไปดูบ้าง ไปดูกับกลุ่มเพื่อนนั้น กับกลุ่มแฟนคลับ ไปดูกับเราวนๆ ซ้ำๆ เวลาหนังฉาย

อย่างตอนหนังฉายแฟลตเกิร์ล ก็คือกุมภาฯ ปีที่แล้ว ก็เป็นช่วงที่แม่เขาเริ่มไม่แข็งแรงแล้ว แต่ว่าเขาก็ยังออกไปดูสามรอบด้วยกัน มันก็เลยเป็นผลงานสุดท้ายที่แม่ได้ดูผมผ่านหน้าจอ รางวัลนี้ผมก็ให้แม่ เพราะว่าก่อนหน้านี้ผมได้รับรางวัลมาแล้ว 2 รางวัล จากสมาคมผู้กำกับฯ และจากชมรมวิจารณ์ฯ ทุกวันนี้ถ้วยรางวัลผมก็ตั้งอยู่ที่หน้ารูปแม่ วันนี้ต้องไปโรงบาลเดี๋ยวถ้ากลับบ้านเมื่อไหร่ผมจะเอาถ้วยรางวัลนี้ไปตั้งที่รูปแม่เหมือนกัน”

แม่ภูมิใจกับเรา? “(กลั้นสะอื้นเสียงสั่น) เสียดายแหละที่ว่าเราไม่ได้มีโอกาสที่จะอวดรางวัลนี้ต่อหน้าแม่ ตอนที่เขายังอยู่(เช็ดน้ำตา) ขอโทษที่ร้องไห้นะ คิดว่าแม่ภูมิใจครับ”

จากจุดเริ่มต้นเส้นทางสายหนัง วันนี้ได้รางวัลพิสูจน์ตัวเองในอาชีพนักแสดง?
“สำหรับผมในสายอาชีพนักแสดง ผมว่าผมล้มลุกคลุกคลานมาเยอะนะ ผมเป็นนักแสดงประเภทที่ว่ามีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิจารณ์ แต่ผมก็เลือกที่จะเอาสิ่งเหล่านั้นเป็นแรงผลักดันให้กับตัวเองแล้วผมก็ยอมรับทุกๆ คำติชมเลย ผมเอาคำติชมมาดูว่าตัวเองเป็นอย่างนั้น ต้องปรับยังไงมาตลอด พอโตมากขึ้นเรื่อยๆ ก็พยายามที่จะเลือกรับงานที่มันเข้ากับเราจริงๆ ทำให้เราได้สามารถแสดงศักยภาพจริงๆ
ถึงแม้ว่าจะไม่เคยคาดหวังเลย แต่ปีนี้ที่ผมได้รางวัลอย่างน้อยสำหรับผมแล้วมันน่าจะเป็นผลตอบแทนสำหรับความพยายามของผม ผมมองว่ามันได้ตอบแทนความพยายามของผมแล้วครับ ตลอด 20 ปี”

มันทำให้มีไฟกลับมา?
“คือตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ผมก็ได้รางวัลบ้างประปราย แต่ถ้าจะนับแล้วน่าจะเป็นปีแรกที่ผมได้รางวัลจากภาพยนตร์เรื่องเดียวถึง 3 รางวัล ก็น่าจะเป็นครั้งที่เยอะที่สุดครับ แน่นอนแหละมันเป็นกำลังใจมันเติมไฟ เพราะว่าทุกๆ รางวัลมันก็มาจากคนดูด้วย แล้วก็มาจากคนที่อยู่ในวงการเบื้องหลังด้วย เราก็ดีใจว่าเราได้แสดงความสามารถให้ผู้ชมได้ดู ให้คนเบื้องหลังได้เห็น มันก็เป็นการเติมไฟให้เราในการทำงานชิ้นต่อๆ ไป”
“ความจริงผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รางวัลต่อๆ ไป แล้วก็ไม่รู้ว่าผมจะได้รางวัลอีกหรือเปล่า ผมก็รู้สึกว่าแค่นี้มันก็ไกลเกินกว่าที่เราเคยคาดคิดเยอะแล้ว แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว”.
